เสาร์อาทิตย์ที่แล้ว (๒-๓ กพ. ๒๕๕๕) ผมขับรถเข้ามหาชัย-ท่าฉลอม (จ.สมุทรสาคร) วิ่งซอกแซกอ้อมอ่าวเล่น เพื่อตามหากังหันลม แต่ผลพลอยได้กลับมหาศาลมากกว่า เพราะได้เห็นนาเกลือ เป็นแสนๆ ไร่ เต็มไปหมด ทำให้ผมเกิดแนวคิดว่า น่าจะฟื้นฟูสภาพนาเกลือ เหล่านี้ให้กลับมาเป็น “ป่าชายเลน” ให้หมด ..ซึ่งผมว่าไม่ยากเลย มันจะเป็นแบบ วิน ๆ ด้วยกันทุกฝ่าย 

สังเกตว่าพื้นที่เหล่านี้ มีประชากรเบาบางมาก ...ซึ่งถ้ารัฐจะขอคืนก็ไม่ยากเลย เพียงแต่เราต้องชดเชยคืนแบบให้เขากำไร ....ซึ่งไม่ยากเลย เพราะทำนาเกลือ รายได้ต่อไรมันน้อยมาก เพียงแค่ชดเชยเงินรายได้ให้แบบเนื้อๆ ยังได้เลย ปีละไม่กี่พันล้านบาทหรอก แต่ได้ที่แหล่งป่าชายเลยกลับมาราคาเป็นแสนล้าน บาทต่อปี

ที่ผมคิดคือ ถนนพระราม ๒ (ธนบุรี-ปากท่อ) นั้น ให้ยกระดับขึ้นเป็นแนวกั้นน้ำ มีประตูน้ำเป็นระยะ เพื่อเปิดปิดในการกำหนดระดับน้ำ ด้านในให้สัมพันธํกับการหนุนของน้ำทะเล แบบนี้ พื้นที่นาเกลือหลายแสนไร่ จะกลายสภาพเป็นป่าชายเลนทันที ซึ่งเป็นที่อภิบาลลูกปลากุ้งหอย ให้เป็นสัตว์ทะเลเติบใหญ่ป้อนอ่าวไทยต่อไป

ถนนยกระดับ ผนวก ประตูน้ำเป็นระยะนี้ยังเป็นแนวป้องกันและบริหารปริมาณน้ำเพื่อลดภัยจากน้ำท่วมสำหรับ กทม. ได้เป็นอย่างดี

สำหรับผู้คนที่อพยพออกมา เราสร้างบ้านจัดสรรให้อยู่อย่างดี ที่ขอบด้านในของถนนพระราม ๒ ดังนั้น ไม่ต้องกลัวน้ำท่วม สำหรับรายได้ที่สูญหายไปเราอาจ

๑.ชดเชย โดยตรง เป็นตัวเงิน ในระยะเวลาที่กำหนด

๒.ชดเชยจากภาษีการประมงที่จะเพิ่มขึ้น เนื่องจากปลาในอ่าวไทยจะมีมากขึ้น

๓.ให้สัมปทานทำการท่องเที่ยงเชิงอนุรักษ์ในป่าชายเลนนับแสนไร่นี้

๔.ให้สัมปทานการประมงแบบยั่งยืนในป่าชายเลน (หอยหลอด ปลาตีน ปูเป็นต้น)

สำหรับเกลือที่จะหายไปนั้น เราสามารถผลิตได้ด้วยวิธีทันสมัยที่ไม่ต้องการพื้นที่มากเช่นนี้ เช่น เอาแก๊สมาต้มดื้อๆ ยังได้เลย แต่ถ้าอยากดูคลาสสิก อาจสางตัดเอาไม้โกงกางในป่าชายเลนมาเผาถ่าน แล้วเอาความร้อนทิ้งจากการเผาถ่านมาต้มเกลือก็ได้ แบบนี้ได้ทั้งเกลือ และ ถ่าน ผมลองคำนวณค่าความร้อนดูแล้ว ว่า มันทำได้

ป่าชายเลนนับหลายแสนไร่นี้จะส่งผลดีต่ออ่าวไทยอย่างมหาศาล เป็นแหล่งอภิบาลตัวอ่อนสัตว์ทะเลให้แข็งแรง หากินได้ด้วยตนเอง ก่อนออกไปสู่อ่าวไทย ให้เป็นทรัพยากรทางประมงของประเทศต่อไป ...สินค้าประมงของไทยจะกลับมารุ่งเรือง สร้างรายได้มหาศาลให้ประเทศ

...คนถางทาง (๕ กพ. ๒๕๕๕)