จดหมายถึงครู l ตามครูไปดูมหรศพทางจิตวิญญาณ

                                  วันพฤหัสบดีื ที่ 31 มกราคม 2556

กราบสวัสดีค่ะครู

         วันนี้เป็นอีกวันที่น่าจดจำ ได้ทำภารกิจจัดหาอาหารใส่บาตรครูแต่เช้ามีเรื่องให้ได้ยิ้มกับตนเองและได้รางวัลด้วยครูพาไป เยี่ยมชมมหรศพทางจิตวิญญาณ ณ สวนโมกพลาราม 

          เช้านี้ออกมาวิ่งริมแม่น้ำตาปี แล้วก็มุ่งตรงสู่ตลาดดูเวลา อืมจะหกโมงแล้วตลาดมีแต่ของสด มีสำเร็จหน่อยก็ทอดมันปลา มองเห็นพระ จึงซื้อใส่บาตรพรางถามว่าที่นี่มี ข้าวเหนียวไก่ทอดไหม แม่ค้าบอกว่ามีแต่หมูปิ้ง หนูใส่บาตรเสร็จก็วิ่งสำรวจจนรอบไม่เจอ หาไปๆมาๆก็เจอที่หน้าวัดโพธิ์ด้วยถามคนแถวนั้นแล้วก็มีเรื่องบังเอิญให้ได้ยิ้มกับตนเองว่าแม่ค้าที่เจอในตลาดก็มาเจอกันที่หน้าวัดโพธิ์อีกเจ้าค่ะ

         พอจัดอาหารถวายครูเสร็จก็เอาขึ้นไปถวายครู ๆ ค่ะ หนูเอาชีสทาขนมปังแล้วมันก็ลุกติดไฟด้วย ฮ่า ๆขำกับความโกะของตนเอง เป็นอะไรที่ไม่เคยทำก็ลองเรียนรู้กับสิ่งที่ได้ทำถวายครู  

พอถวายครูแล้วก็ลงมาทาน เช้านี้ก่อนไปทำงานครูให้สติว่า

"ให้สำรวมใบหน้าแล้วแววตา"

ใจหนูชงัก เพราะเผลอทีไรอาการลอยหน้าลอยตามักจะออกมาเกินจริงเป็นสภาวะให้สติที่ครูย้ำเช้านี้

ตลอดเช้าก็เหมือนชื่นชมครูทำงานบรรยากาศนุ่มนวล สบายๆกับการนำเสนองานแบบเติมกำลังใจ สรุปงานและวางแผนต่อโดยการนำของ FA ในพื้นที่ 

ในความโกะอีกประการคือ หนูจำไม่ได้ว่าครั้งก่อนเลื่อนไฟล์ทแล้วหา booking no. ไม่ได้ เป็นเรื่องที่ควรรู้ได้เองแต่ก็ยังโง่กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะครูที่เมตตา นี่แหละคือสิ่งที่ไม่เป็นศีล คือ การไม่คิดแล้วก็สร้างภาระถือเป็นการเบียดเบียน ตอนบ่ายครูนำทีม R2R ไปทัศนศึกษานอกสถานที่ หนูรู้สึกดีใจที่ได้มา


และเข้าใจถึงคำว่า ครูไม่ทิ้งใคร การไม่ตามใจกับความอยาก แล้วทำหน้าที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะลงตัวเอง

ภาพแต่ละภาพใน หอมหรศพทางจิตวิญญาณ กระทบจิตใจจนรู้สึกสั่นสะเทือน ทั้งปีติ ทั้งภาพคำกลอน สะเทือนในตัวชั่วข้างในตัวหนูเอง ภาพที่ผนัง มีมนต์ขลังให้ระลึกถึงสิ่งที่ครูสอนและปลูกฝังมาเสมอๆและตลอดระยะเวลาที่เรียนรู้ติดตามครู ไม่ว่าจะเป็นสายน้ำ นางเบ็ด 


พี่ๆเล่าถึงเรื่องราวกิจกรรมทีทเคยมาทำที่นี่สมัยวัยเด็กทำให้ใจหนูระลึกถึงเด็กๆแม่ออกน้อย ครูได้มอบประสบการณ์และเรื่องราวดีๆ สลักลงไปในจิตวิญญาณอันสะอาดผ่องใส และก็จะไปที่พึ่งให้เขาเหล่านั้นในวันต่อๆในการดำเนินไปของดวงจิตของเขา


เหมือนสิ่งที่ครูได้กระลงไปในดวงจิตของหนู กระเทาะความชั่ว แล้วเติมสิ่วดีๆ เรื่องราวดีๆ ให้รู้จักมองและระลึกได้กับตนเอง ด้วยเป็นผู้โง่เขลาในสังสาร ครูจึงเมตตาให้เรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไปทำสิ่งต่าวๆของชีวิตครู

ข้างในหนูเห็นครูเป็นผู้ที่ไม่อาจหาอะไรมานิยามได้เจ้าค่ะ

ครูเป็นทุกความดีงามที่ใจหนูได้เห็น คือความไร้ที่ติ

แม้กระทั่งครูทุบกิเลส 

ข้างในหนูก็จะถามตนเองว่า อะไรหนอ ที่ผิดปกติในหนู

ทำยังไงหนอ ครูจะเหนื่อยน้อยลง


แม้จะยังเป็นความฟุ้งซ่านอยู่ ณ ขณะนั้น

แต่ก็รู้ว่า ไม่ใช่โกรธครู 

แต่ก็ยังเป็นนิวรณ์ของความไม่เข้าใจและอยากจะเข้าใจของหนูเจ้าค่ะ

ที่ผ่านมาการอยู่กัยครูก็ไม่ใช่สภาวะทนอยู่


หากว่าคือสภาวะ อดทน นั่นก็คือ การอดทนกับความบีบคั้นของกิเลสในตนเองเท่านั้นเองเจ้าค่ะ


วันนี้เป็นอีกวันที่ได้เรียนรู้สิ่งดี ๆ

กลับมาหนูรีบอัพภาพ แล้วก็ไปหาอะไรมาถวายครูก่อน

กลายเป็นว่า หนูช้า ระกวนเวลาพักของครูระหว่างที่นำไปถวาย กราบขอขมาเจ้าค่ะ

วันนี้ออกไปวิ่งและสำรวจริมน้ำหลังโรงแรม เห็นความหลากหลายของพันธุ์ไม้ใจระลึกถึงอาจารย์ สิ่งนี้เองที่เขาเรียกว่า ครูบาอาจารย์ประสิทธิ์ประศาสตร์วิชาให้ลูกศิษย์ แม้หนูไม่ค่อยได้ดึงศักยภาพด้านนี้ออกมาใช้ แต่รู้ได้เลยว่า ขณะไหน คือ สิ่งที่ อ.ตือสอนและบ่มเพาะมา

วิ่งอ้อมไป ณ ริมน้ำ นั่งรับลม ชมเรือและคลื่นน้ำ 

ทบทวนกับตนเอง หนูเรียนรู้กับครูมา 4 ปี เป็น 4 ปีที่ใจเปลี่ยน

ข้างนอกไม่ต้องพูดถึง

เมื่อก่อนแต่งกายเอาสวยเอาดูดี มาตอนนี้ลืมไปเลยว่าต้องห่วงดูดี จนบางทีเป็นโกะ ๆ

จนครูต้องเตือนว่า ทำให้เหมือนเมื่อก่อนมันห่วงสวยหน่อย


ที่ยังหลงเหลือเน่าใจจิต คือ ความโกรธ ความเผลอสติ และวินัยที่ยังขาดอยู่กับตนเองเจ้าค่ะ

จากที่มันเคยโกรธแค้น โกรธเคืองเวลาครูจี้ใจดำ 

ครานี้ถูกชี้ก็ยังมีเป๋ เวลาที่หาข้างในไม่เจอเจ้าค่ะ

แต่เมื่อไหร่ที่หาข้างในเจอ รู้ว่าผิดตรงไหนมันจะเบาแล้วมีเสียงรับข้างในว่า

"เออ จริงๆด้วย"

แล้วความสงสัยและพยายามหาหรือแน่นๆก็จะหายไปเจ้าค่ะ

การเรียนรู้ของหนูแปลก ๆ แต่ก็ได้ผล สาธุเจ้าค่ะ

วันนี้จึงเป็นวันที่อิ่มใจ


บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน พระคุณครู



ความเห็น (0)