แผนยุทธศาสตร์การพัฒนาดัชนีประเมินภาระโรคและสุขภาพประชากรไทย ในปี 2552 ได้ศึกษา 14 ปัจจัยปัจัยเสี่ยงที่สำคัญที่ทำให้คนไทยสูญเสียปีสุขภาพดี และนำมาจัดอันดับความสูญเสีย พบว่าในหญิงกับชายมีความแตกต่างกัน อย่างชัดเจน ในกลุ่มชายไทย การบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์จัดเป็นอันดับหนึ่งที่ทำให้สูญเสียปีสุขภาพดีลองลงมาคือ การสูบบุหรี่ และความดันโลหิตสูงตามลำดับ ส่วนใน หญิงนั้นพบว่า ปัจจัยเสี่ยงอันดับหนึ่งคือ การมีดัชนีมวล
กายสูง (อ้วน) ตามด้วยความดันโลหิตสูง และเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย และเมื่อเปรียบเทียบภาระโรคที่สูญเสียจากปัจจัยเสี่ยง ในปี พ.ศ. 2552 กับ 2547 นั้น ก็พบว่า ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้คนไทย สูญเสียปีสุขภาพดีมากขึ้นนั้น คือ การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ และการไม่สวมหมวกนิรภัย โรคอ้วน รวมถึงมีการกินผักน้อยลง ซึ่งเป็นผลต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งอยู่ในกลุ่มโรคไม่ติอต่อ โรคที่เกิดจากความผิดปกติหรือความเสื่อมโทรมของร่างกายและจิตใจ อาจจะเนื่องมาจากการพัฒนาของประเทศที่เข้าสู่สังคมอุตสาหกรรมมีวิถีชีวิตที่รีบเร่ง การเข้าถึงสื่อโฆษณาก็ทำให้การบริโภคเปลี่ยนไป ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของคนไทย ทั้งการดื่มแอลกออล์สำหรับเข้ากลุ่มสังคม และบริโภคอาหารแบบตะวันตก การนั่งทำงานอยู่กับโต๊ะในสำนักงานทำให้ไม่ได้เคลื่อนไหวออกกำลังกาย ก็มีส่วนทำให้มีภาวะน้ำหนักเกิน การรับปัจจัยเสี่ยงสะสม สู่ร่างกายตั้งแต่วัยทำงานหรือหนุ่มสาว ก็ส่งผลทำให้เกิดภาระโรคในวัยสูงอายุได้มากขึ้น
ปัจจัยเสี่ยงที่สำคัญทั้ง 14 ปัจจัยสามารถหลีกเลี่ยงได้ ลองคิดไปว่า เรากินยาพิษวันละนิดไปเรื่อยๆ วันนี้ไม่ป่วย แต่หากสะสมต่อไปอีกสิบปีข้างหน้าร่างกายเหนื่อยล้าพิษปริมาณเพียงพอเราก็ต้องตายด้วยพิษที่สะสมด้วยตัวเราเอง
“ลดดื่มเพื่อลดภาระโรค ,
ลดบริโภค (เกิน) เพื่อลดปัจจัยเสี่ยง”