น่าน...(4) ผ่านเมืองแพร่...พระธาตุช่อแฮ...แม่อุ้ยใจบุญ...

เส้นทางของผมที่เดินทางสู่เมืองน่านนั้น...

ต้องผ่านอำเภอชุมแพ จ.ขอนแก่น, น้ำหนาว หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

ผ่าน จ.พิษณุโลก, จ.อุตรดิตถ์

และจังหวัดสุดท้าย ที่จะถึงเมืองน่านนั้น คือ "จังหวัดแพร่"


เมืองแพร๋ เป็นจังหวัดน่าอยู่ผู้คนน่ารักอีกจังหวัดหนึ่ง

สองข้างทาง...จะเต็มไปด้วยเรือนไม้...และศาลาเรือนไม้...น่ารักละมุนละไมชวนย้อนนึกถึงบ้านในอดีตของผม

ผ่านอำเภอ "เด่นชัย" ต้องแวะซื้อของฝาก...โดยเฉพาะของกินฝากพี่ๆ น้องๆ และผองเพื่อน

เช่น แคบหมู...น้ำพริกหนุ่ม...หมูยอ...ไส้อั่ว...และนานาชนิดขนมของชาวเหนือ...

คนขายน่ารักมาก...บริการห้องน้ำฟรี...น้ำดื่มเย็นๆ ฟรี...และมีลดแลกแจกแถม

เมื่อถามข่าวคราวกัน...เห็นว่า...เป็นคนอีสานด้วยกัน...ชวนเราอยู่นานๆ


เมื่อเข้ามาถึงเมืองแพร่...

พวกเราเห็นผ้องกันว่า...ต้องไปนมัสการและไปทำบุญที่ "วัดพระธาตุช่อแฮ"

เมื่อรถไปจอดที่ลานจอดรถ...

แหงนมองจะเห็นยอดของพระธาตุสีทองแวว...เด่นสง่าท่ามกลางทองฟ้า

พวกเราต้องขึ้นบันไดหลายชั้นมาก...กว่าจะถึง...

ตรงชั้นล่างของบันได..ผมสังเกตเห็นคุณยายท่าน...แม่อุ้ย...คนหนึ่ง

มีแก้วใบหนึ่ง....ตอนแรกนึกว่า...เป็น "ขอทาน"

แต่สักพักก็เห็นคนมาซื้อล๊อตตารี่จากแม่อุ้ย...ซึ่งแก่มากๆ และโดนแดดบ้าง...ไม่โดนแดดบ้าง

ตามองศาของราวบันได....


ทิมดาบ...ลูกชายของผมสนุกสนานกับการขึ้น และนับจำนวนขั้นของบันได

เมื่อมาถึงวัด...และพระธาตุ...พบผู้คนมากมายมาก...แต่บรรยายกาศเงียบสงบยิ่งนัก

ผมได้ไหว้พระเจ้าทันใจ....และได้ไหว้พระธาตุ...และเดินไหว้รอบพระธาตุถึงสามรอบ

และได้เข้าไปกราบพระพุทธรูป...องค์โต และแสนสวยงามยิ่งนัก

เมื่อทิมดาบ...ได้เห็นรูปถ่ายที่มีเขาอยู่ตรงกลางระหว่างพ่อและแม่

ทิมดาบเห็นรูปถ่ายรูปนี้...รู้สึกสุขใจยิ่งนัก....

แต่ตามความจริงทิมดาบ...มีความสุขทุกครั้งที่ได้ไปวัด...และได้ไหว้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ๆ และสวยงาม



ผมอยู่ข้างบนกับวัด และพระธาตุ...เนิ่นนานมาก...เพราะรู้สึก...สงบและเย็นสบายยิ่งนัก...

ความรู้สึกเหล่านั้น...ทำให้ผมไม่นึกถึงเวลาที่เดินอย่างซื่อสัตย์และซื่อตรง

จนพี่ๆ บอกว่า...เราต้องรีบเดินทางไปน่านแล้ว

เดี๋ยวจะมืดค่ำก่อนที่จะเดินไปสู่เมืองน่าน....


ผม ภรรยา และทิมดาบ จึงเป็นกลุ่มสุดท้าย...

ที่เดินทางมาถึงราวบันไดข้างล่าง

พี่ๆ ต่างมาซื้อล๊อตตารี่กับแม่อุ้ย

พี่ๆ บอกให้ผมซื้อด้วย...ผมก็เห็นดี...เพราะอยากซื้อช่วยแม่อุ้ย

เพราะบนแผง...ล๊อตตารี่ เหลืออีกไม่กี่ใบ


ผมจึงถามทิมดาบว่า...

นับบันไดได้กี่ขั้น...จากข้าวล่างถึงพระธ่าตุ

ทิมดาบบอกว่า...73 ขั้น

แต่ในแผงไม่มีเลขนี้...ผมจึงเลือกซื้อเลขท้าย 37

ผมให้เงินตามจำนวนกับแม่อุ้ยที่ขาย...


และผมได้เอาแบงค์ใส่ในกระป๋องของแม่อุ้ยด้วย...

แม่อุ้ยคงตกใจเล็กน้อย...

เพราะผู้คนส่วนใหญ่ให้เป็นเหรียญ...

แม่อุ้ยรีบว่า...เงินในกระป๋อง...เอาไปทำบุญกับวัดพระธาตุทุกบาททุกสตางค์

ผมรีบอนุโมทนาบุญกับแม่อุ้ยด้วย

และเสียใจที่ตอนแรกมองว่า...แม่อุ้ยเป็นขอทานด้วย...


แม่อุ้ยอวยพรให้ผมและทิมดาบว่า

"ขอให้มีแต่ความซุกนะเจ้า..."(ภาษาเหนือ)

ทิมดาบได้ยินจึงพูดเบาๆ ว่า "คุณยายขอให้ผมมีความทุกข์

เพราะความสุขต้องคู่กับความทุกข์ใช่ไหมครับ"

แม่อุ้ยรีบบอกและพยายามพูดชัดๆ ว่า...ซุกนั้นคือสุข

ขอให้มีแต่ความสุขอย่างเดียว...

และขอให้ละอ่อนได้กลับมาไหว้พระธาตุอีก...



ทิมดาบยิ้มและยกมือไหว้ขอบคุณแม่อุ้ย

"ผมจะกลับมาอีกแน่นอนครับ"

นี้คือ...คำสัญญาของละอ่อนคนหนึ่ง

แต่ผมรู้แน่ในใจว่า...

ทิมดาบต้องได้กลับมาที่พระธาตุช่อแฮอีกครั้งแน่นอน

แต่จะเจอกับแม่อุ้ยหรือเปล่านะ

เพราะแม่อุ้ยอายุ 87 ปีแล้วครับ...



















(ของฝาก งานฝีมือ และของที่ระลึกที่นี้ มีราคาถูกมากครับ...หมวกที่ทิมดาบใส่ ราคาเพียง 20 บาทเองครับ)





บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน ความสุขของหมออนามัย



ความเห็น (5)

เขียนเมื่อ 

เที่ยวเผื่อด้วยนะ 

แล้วหาเวลาว่างให้ชลัญไปเยี่ยมที่ ภูเขียวหน่อยนะ อยากไปเที่ยวบ้างน่ะ

ยายในภาพเชิงบันได คุ้นจังเลย เหมือนว่าผมจะถ่ายภาพไว้ด้วย

อ่านด้วยความสุขมากๆค่ะ..

เขียนเมื่อ 

  • อ่านเพลิน ๆ มีเพลงประกอบขึ้นมา...มองหาต้นเสียง อ๋อเสียงเพลงประกอบบันทึกนี้นี่เอง...เข้าบรรยากาศมากเลยค่ะ อิ่มบุญไปด้วยค่ะ 
  • น้องทิมดาบต้องได้ที่นี่อีกแน่นอนค่ะ หลาย ๆ ที่ที่คุณพ่อคุณแม่พาเราไปในวัยเด็ก เมื่อโตขึ้น เราจะรู้สึกระลึกถึงและกลับมาค่ะ ราวกับว่าคุณพ่อคุณแม่เป็นเทียนส่องทางให้เราได้เดินตามค่ะ

เขียนเมื่อ 

ทิมดาบน่ารักจังค่ะ