ชลัญเคยเขียนบทความที่เกี่ยวกับการพัฒนาการเรียนรู้ของคนไว้ ซึ่งชลัญเปรียบสมองคน เหมือนกับโอ่งน้ำ ในแนวคิดนี้ชลัญมองถึงกระบวนการรับรู้และเรียนรู้ ของ คนซึ่งได้แบบอย่างมาจาก การเรียนเรื่องเด็ก ออทิสติก ซึ่งตอนนั้นชลัญงงว่า เด็ก ออทิสติก ต่างจากเด็กปัญญาอ่อนอย่างไร ก็มาถึงบางอ๋อ ตรงที่ อาจารย์ที่สอนยกตัวอย่างเรื่องโอ่งน้ำนี่แหล่ะ
ในสมองของเด็กปัญญาอ่อนนั้นเปรียบได้กับโอ่งน้ำที่ รั่ว ไม่มีฝาปิด ฝาที่เปิดปิดการรับรู้หายไปแล้ว เขาพร้อมที่จะรับรู้และเรียนรู้ แต่ เนื่องจาก โอ่งมันรั่ว จะเติมน้ำอย่างไร น้ำมันก็ไหลออกหมด อาจมีเหลือบ้างนิดหน่อย แล้วแต่ว่าโอ่งรั่วมากน้อยอย่างไร ดังนั้นเราต้องขยันเติมน้ำให้ เพื่อให้มีน้ำในโอ่งนั้น บ้างอุดรอยรั่วก็ไม่ได้ เพราะไม่มีวัสดุใดที่เหมาะสมมาอุดได้หมด โอ่งก็ยังคงรั่วอยู่อย่างนั้น
สำหรับสมองเด็กออทิสติกนั้น เป็นสมองดีๆ นี่แหล่ะ แต่ดันปิดฝาสนิทแน่น ไม่ยอมเปิดรับข้อมูล ต่างๆ เพื่อพัฒนาการและการเรียนรู้ การจะพัฒนาเด็กกลุ่มนี้คือ ทำอย่างไรที่จะเปิดฝาโอ่งนั้นออกได้ เพื่อ ให้เขารับข้อมูล ซึ่งยากมาก อาจเปิดได้แค่แง้มๆ เท่านั้น
ในการรับรู้ซึ่งจะนำไปสู่การเรียนรู้ของคนนั้น มีคนเปรียบไว้ว่า เหมือนน้ำครึ่งแก้ว พร้อมที่จะเติมน้ำใหม่ พอเต็มก็ดื่มเข้าไป แล้วเติมน้ำใหม่ แต่ชลัญว่าการรับรู้และเรียนรู้ของชลัญนั้น เปรียบกับแก้วมันคงเล็กไป ชลัญว่าน่าจะเปรียบกับโอ่งน้ำนี่แหล่ะ เหมาะเป๊ะ
สมองคนที่จะพัฒนาได้ก็เปรียบเสมือน โอ่งที่รั่ว แต่เปิดฝาไว้ เราเติมน้ำยังไงก็เดิมไม่เต็ม สักทีโอ่งใบนั้นก็ยังต้องการน้ำอยู่ แล้วก็ยังได้เห็นว่ามันมีรูรั่วตรงไหน เราก็จะสามารถซ่อมแซมรูรั่วนั้นได้ หรือบางครั้งอาจใช้วิกฤตที่มีรูรั่วนั้น ต่อท่อออกไปแบ่งปันน้ำให้กับพืชผักใกล้เคียงได้ ทำก๊อกบิดเปิดน้ำไว้ น้ำที่เข้าไปในโอ่งก็จะเป็นน้ำใหม่หมุนเวียนใช้ไปเรื่อยๆ ยิ่งมีรูรั่วเยอะเราก็ต้องยิ่งเติมน้ำเข้าไปเยอะเพื่อให้มีน้ำในโอ่ง แล้วหารูรั่วให้เจอแล้วใช้ประโยชน์จากรูรั่วนั้นต่อ นั่นหมายถึง สมองที่มีกกระบวนการคิดที่พัฒนาได้

ภาพประกอบจาก http://www.gotoknow.org/posts/482587
แต่สมองของคนที่เป็นโอ่งดีๆ ใส่น้ำเต็ม แต่ปิดผาสนิทแน่น ไม่ยอมให้ใครเปิดเอาน้ำนั้นไปใช้ จะเติมก็เติมไม่ได้ น้ำเก่าไม่หมดซะที น้ำใหม่ก็ไม่ได้เข้าไป อีกไม่นาน น้ำนั้นก็คงเน่า มีตะไคร่น้ำเกาะโอ่งเต็มไปหมด จะเปิดโอ่งเอาน้ำไปใช้ประโยชน์ที ก็คงได้ประโยชน์ไม่มาก จะเอาน้ำมาดื่มกินก็คงไม่มีใครอยากกินเพราะน้ำเน่า เปรียบเสมือนคนที่มีความรู้มากๆ เต็มสมองไปหมด แต่ไม่ได้ ทำประโยชน์ให้ใครและก็ไม่คิดจะรับข้อมูลอื่นๆที่จะมาพัฒนาตัวเอง ถ้าหากในองค์กรของเรามีคนประเภทนี้มากๆ คงยากที่จะไปถึงซึ่งการพัฒนาคุณภาพอย่างต่อเนื่องและเกิดประโยชน์สูงสุด อย่างแน่นอน
.jpg?1359163750)
ภาพประกอบจาก http://www.cokethai.com/forum/viewtopic.php?f=95&t=25128&start=150
“แล้วคุณเป็นโอ่งน้ำแบบไหนค่ะ”
อยากเป็นโอ่งมังกรใบยักษ์ของราชบุรี จ้า น้องชลัญธร ที่ใส่น้ำได้มากและใช้ทั้งหมู่บ้าน ดีไหม คะ
เป็นโอ่งแบบ โอ่งราชบุรี ทันสมัย สวยงาม และคงทน ชั่วลูกชั่วหลาน
มาเที่ยวนี้ คมคาย ลุ่มลึกนักนะเรา คมชัดลึก จริง
แบบนี้ ทีมงานน่าเอาไปเป็น บล็อคแนะนำ
เท่าที่เห็นเหมือนหลับหูหลับตาแนะนำ
แค่่เขียนบ่น...ก็เอามาแนะนำแล้ว ชักเบื่อ
ผมปากไม่ค่อยดี (แต่หวังดีนะ) แบบนี้แหละ ถึงไม่ค่อยได้เกิดกับเขา
แต่ใช่ว่าจะแคร์ ก็แค่ครูตัวเล็กๆ
ชลัญ..ฝากติดตามบันทึกที่ ๑๐๐ ของผมด้วย...
เป็นเรื่องสุดท้าย ที่จะต้องจากลากันแล้ว จ้า
ขอบคุณ อ.จันค่ะที่มาให้กำลังใจ
โอ้ววววว์....โอ่งมังกรใบยักษ์ของราชบุรี เลยหรือค่ะ krutoom มันจะหนักหมองไปมั๊ยนี่
ขอบคุณมากค่ะ ในจิตที่เป็นกุศล ที่จะแบ่งปันให้คนอื่น วิญญาณครู จริงๆ
มาฟังเรื่องโอ่ง โอ่งค่ะ
ไม่รุ...แต่ตัวน่ะเกือบเป็นโอ่งแล้วค่ะ
หวังว่าน้ำคงยังไม่นิ่ง ไม่เน่า เท่านั้นละคะ่
มาขอซึมซับน้ำก่อนนะครับ
เผื่อว่าตอนนี้สมองจะดีขึ้นบ้าง