ในระยะสามเดือนที่ผ่านมา ผมพยายามหาแรงบันดาลใจในการออกกำลังเพื่อลดน้ำหนัก โดยการดูวีดีโอนักกีฬาที่โด่งดัง (และหลักธรรมะในการควบคุมการบริโภคอาหาร แบบควบคู่กัน)
ผมจะตามดูการพัฒนาของชีวิต การต่อสู้ชีวิต ดูการฝึกซ้อม ชีวิตประจำวัน และการพัฒนาชีวิตของท่านเหล่านั้น
ทำให้ผมมีโอกาสได้เรียนรู้ชีวิตเชิงเปรียบเทียบจากนักกีฬาหลายคน ทั่วโลก รวมทั้งของไทย ตั้งแต่อดีตที่ผ่านมา
ที่น่าสนใจมากก็คือชีวิตของ นักมวยแชมป์โลกรุ่นเฮฟวี่เวทชาวอเมริกัน ที่โด่งดัง 2 ท่าน ที่ขอไม่เอ่ยนาม แต่แม้ไม่เอ่ยนาม ทุกท่านก็คงทราบดีว่า 2 ท่านนั้นเป็นใคร
คนหนึ่งต่อสู้เพื่อชีวิต ที่ถูกกดขี่ในสังคม ด้วย "สมอง และอุดมการณ์"
แม้จะแสดงอาการหรือดูเหมือนแสดงอารมณ์รุนแรง ก็เกิดมาจากการวางแผนชีวิตด้วยสมอง และอุดมการณ์ที่ชัดเจนว่าทำไมต้องทำ ทำไปทำไม วัตถุประสงค์ชัดเจน
อีกคนต่อสู้เพื่อชีวิตเหมือนกัน แต่ ด้วย "กำลัง และสู้เพื่อการหาเงินเป็นหลัก" เลียนวิธีการและแบบของคนแรก แต่ไม่มีแผนชีวิตและอุดมการณ์ของตนเอง
ลงท้าย
การใช้สมองและอุดมการณ์ ทำให้เขาได้ทุกอย่างทั้ง ชีวิต ครอบครัว เพื่อน และชื่อเสียง แบบ "อมตะ" เป็น "ตำนาน" ของแชมป์โลกที่แท้จริง ใครๆก็อยากเป็นเพื่อน อยากเป็น "คนรู้จัก" แม้แค่เคยพบเคยเห็นก็ยังพอใจที่จะเป็น
แต่..............
การใช้กำลัง สู้เพื่อเงิน แม้จะเคยมีรายได้รวมถึง 365 ล้านเหรียญสหรัฐ วันนี้ เขาต้องสู้อย่างโดดเดี่ยว เป็นคนที่ไม่มีใครอยากอ้างตัวว่าเคยรู้จัก เคยเป็นเพื่อน
สุดท้าย เขามีชีวิตแบบทำทุกอย่างอะไรก็ได้ ที่พอทำได้ในระยะท้ายๆของการเป็นนักมวย เพื่อหาเงินมาใช้หนี้อีกเป็นล้านเหรียญ
ทั้งสองท่านมีชีวิตในสังเวียน ที่โด่งดังระดับโลก เริ่มต้นชีวิตที่คล้ายกัน แต่ลงท้ายคนละเรื่อง
น่าคิด และน่าเรียนรู้จริงๆ
นี่คือมุมหนึ่ง ของผลการเรียนรู้ในระยะสองสามเดือนที่ผ่านมา
เพื่อเข้าใจการดำเนินชีวิตของคนที่เคยลำบาก ถูกกดขี่ ดูถูกเหยียดหยาม เป็นเบี้ยล่างของสังคมในทุกๆด้าน
แต่หาทางออกของตนเองที่แตกต่างกัน
ผมจึงกลับมาสู่ความเข้าใจในหลัก "พุทธธรรม" (ที่ผมกำลังศึกษาควบคู่กันไป เพื่อคุมกิเลส ไม่ให้รู้สึกหิว เพื่อการคุมการบริโภคอาหาร ในการลดน้ำหนักให้เข้ามาตรฐานทางการแพทย์ที่ลูกสาวขอมาครับ)
สรุปง่ายๆ จริงๆ
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมครับ