Fiscal Cliff: หนังเก่าฉายซ้ำ
17 มกราคม 2013
ชาญชัย
http://chanchaiblogger.blogspot.com/2013/01/fiscal-cliff.html
หลังผ่านการเจรจาต่อรองหลายรอบทั้งทางตรงทางลับระหว่างพรรคเดโมแครตกับพรรครีพับลิกัน ผู้คนจำนวนมากทั่วโลกตั้งหน้าตั้งตารอข่าวว่าจะสามารถแก้ปัญหาทันสิ้นปีหรือไม่ ในที่สุดประธานาธิบดีบารัก โอบามาลงนามผ่านร่างกฎหมายเพื่อเลื่อนการตัดลดรายจ่ายและขึ้นภาษีบุคคลธรรมที่มีรายได้กว่า 4 แสนดอลลาร์ต่อปี หรือครัวเรือนที่มีรายได้กว่า 4.5 แสนดอลลาร์ต่อปี เป็นเวลา 2 เดือน ขยายความช่วยแก่ผู้ว่างงานตลอดปี 2013
ที่สุดของความพยายามจากทั้งสองฝ่ายในรอบที่แล้วทำได้เพียงเลื่อนปัญหาออกไปอีก 2 เดือน ดังนั้นเส้นตายของ Fiscal Cliff รอบใหม่นี้คือต้นเดือนมีนาคม
มาถึงรอบนี้จุดยืนของพรรครีพับลิกันยังคงเดิมคือต้องการให้รัฐบาลกลางตัดลดงบประมาณ โดยเฉพาะงบประมาณสวัสดิการช่วยเหลือผู้ว่างงานกับกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเพื่อแลกกับการที่พรรครีพับลิกันจะยอมเพิ่มระดับเพดานเงินกู้ วุฒิสมาชิก มิช แม็คคอนเนล กล่าวว่า โอบามาจะต้อง “ใช้จ่ายอย่างระมัดระวังและเป็นเวลาดีที่จะแก้เพดานหนี้” โฆษกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรครีพับลิกัน นายจอห์น โบเนอร์ ให้เหตุผลว่า “คนอเมริกันไม่สนับสนุนเพิ่มเพดานหนี้หากรัฐบาลไม่ลดการใช้จ่ายด้วย”
โดยสรุปคือพรรครีพับลิกันต้องการแก้ปัญหา Fiscal Cliff ด้วยการปรับเพิ่มเพดานเงินกู้ โดยมีเงื่อนไขต้องตัดงบประมาณสวัสดิการที่ประธานาธิบดีโอบามาคัดค้านมาโดยตลอด
ในขณะที่ประธานาธิบดีบารัก โอบามาย้ำว่ารัฐบาลมีหน้าที่ต้องชำระค่าใช้จ่ายต่างๆ หรือไม่ก็เบี้ยวจ่าย ส่วนที่รัฐบาลจะมีเงินพอจ่ายหรือไม่เป็นหน้าที่ของรัฐสภาที่จะต้องแก้ปัญหานี้ และพยายามโยนความผิดให้พรรครีพับลิกันว่า “ถ้าผู้แทนรัฐสภาของรีพับลิกันปฏิเสธชำระเงินตรงเวลา การจ่ายเงินสวัสดิการสังคมและสวัสดิการทหารผ่านศึกจะล่าช้าออกไป รัฐบาลอาจไม่มีเงินจ่ายกองทัพ เจ้าของธุรกิจรายเล็กที่รัฐบาลติดต่อ” และเจ้าหน้าที่รัฐอื่นๆ อีกจำนวนมาก พร้อมกับเตือนว่าแนวทางแก้ไขปัญหา Fiscal Cliff ของเขามีส่วนช่วยให้เขาชนะการเลือกตั้งที่เพิ่งผ่านมาไม่นาน
พร้อมกันนี้ประธานาธิบดีโอบามายืนยันจุดยืนเดิมว่าการแก้ปัญหา Fiscal Cliff ต้องตัดลดงบประมาณบางส่วนพร้อมกับขึ้นภาษีคนรวยซึ่งรีพับลิกันไม่เห็นด้วยในประเด็นหลังนี้
เห็นได้ชัดว่าประเด็น Fiscal Cliff มาหยุดอยู่ที่ทางตันเดิม
ที่ต่างออกไปคือครั้งนี้ดูเหมือนว่าพรรครีพับลิกันไม่สนใจกำหนดเส้นตายวันที่รัฐบาลไม่มีเงินชำระหนี้ สมาชิกพรรครีพับลิกันบางคนกล่าวว่าพวกเขาพร้อมจะยอมให้ประเทศไม่ชำระเงินตามกำหนดหรือให้หน่วยงานรัฐปิดทำการ (หมายถึงบางส่วน) เพื่อบังคับให้รัฐบาลโอบามายอมรับการตัดลดงบประมาณมากกว่าที่ประธานาธิบดีตั้งใจไว้
สองฝ่ายยังอยู่ในห้วงเวลาแสดงอาการแข็งกร้าวอย่างชัดเจน
เป็นไปได้ว่าการตัดสินใจทำอย่างไรอย่างหนึ่งในรอบนี้อาจล่าช้ากว่าครั้งก่อน เป็นไปตามความต้องการของพรรครีพับลิกัน แต่ประเด็นที่สำคัญกว่าคือเมื่อสองฝ่ายยืนยันจุดยืนเดิม การแก้ไขปัญหารอบนี้จะลงเอยด้วยการยืดเวลาแก้ปัญหาออกไปอีกหรือไม่
ไม่ว่ารอบนี้จะยืดเวลาออกไปกี่เดือนหรือกี่ปีล้วนมีค่าเท่ากับหนังเก่าฉายซ้ำ คือไม่ตัดสินวิธีแก้รากปัญหา ทุกฝ่ายรักษาจุดยืนของตน เป็นเงื่อนปมที่คลายไม่ออก
หากวิเคราะห์ให้ลึกๆ เนื้อแท้ของ Fiscal Cliff คือการต่อสู้ทางการเมืองระหว่างสองพรรคโดยตรง เป็นเรื่องของความขัดแย้งระหว่างพรรคเดโมแครตที่ขณะนี้มีประธานาธิบดีโอบามาเป็นแกนนำกับพรรครีพับลิกันที่พยายามบั่นทอนความนิยมของโอบามามาโดยตลอด นโยบายหรือประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับ Fiscal Cliff คือเวทีความขัดแย้งหลักของสองพรรคตั้งแต่ปี 2010 เรื่อยมา
ในแง่มุมการต่อสู้ทางด้านหลักนโยบาย คือ การต่อสู้ระหว่างนโยบายรัฐสวัสดิการของประธานาธิบดีโอบามา กับนโยบายของพรรครีพับลิกันที่ต้องการลดอำนาจรัฐบาลกลาง ปล่อยให้เศรษฐกิจเป็นไปตามกลไกตลาดเสรีมากขึ้น ที่ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลหลักการรองรับของตัวเอง
ดังนั้น ประเด็น Fiscal Cliff จึงไม่ใช่เพียงเรื่องจะควรขึ้นภาษีคนมีฐานะดี ปรับลดงบประมาณสวัสดิการหรือขึ้นเพดานเงินกู้ แต่รวมถึงหลักนโยบายเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน การขับเคี่ยวทางการเมืองที่พรรครีพับลิกันจะไม่อ่อนข้อให้
ภายใต้มุมมองนี้ ประเด็น FiscalCliff จึงเป็นหนังเก่าฉายซ้ำหลายรอบเช่นกัน และน่าจะฉายซ้ำไปอีกนาน
นายคอชิค บาซู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ธนาคารโลกกล่าวถึงผลกระทบจาก Fiscal Cliff รอบใหม่อย่างชัดเจนว่า ถ้ารัฐสภาอเมริกาอนุมัติให้ปรับเพดานเงินกู้เพิ่มขึ้นอีกเพียงเล็กน้อยและรัฐบาลกลางตัดงบประมาณเนื่องจาก Fiscal Cliff เศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตลดลงร้อยละ 0.4 ส่งผลให้เศรษฐกิจยุโรปหดตัวมากขึ้น เศรษฐกิจโลกเติบโตลดลงร้อยละ 1.4

สภาพเศรษฐกิจอเมริกา เศรษฐกิจโลกยังต้องร้อนๆ หนาวๆ กับ Fiscal Cliff ตามวัฏจักรฤดูกาลอีกต่อไป
--------------------------