ห้องสมุดในศตวรรษที่ 21


                                

           ห้องสมุตถือเป็นหัวใจของการศึกษาไม่ว่าการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย เพราะห้องสมุดเป็นแหล่งรวบรวมความรู้ สามารถให้ผู้คนรู้จักศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง เพื่อให้เกิดความรู้เพิ่มเติมจากที่ร่ำเรียน ไม่ว่าจะเป็น นักเรียนอนุบาล ประถมศึกษา มัธยมศึกษา อุดมศึกษา รวมไปถึงผู้ที่จบการศึกษาแล้ว ประชาชนทั่วไปซึ่งสามารถใช้ห้องสมุดศึกษาหาความรู้ได้ตลอดชีวิต

                                             

               แนวโน้มของห้องสมุดในอนาคตนอกจากจะยังคงมีทรัพยากรสารสนเทศในรูปสิ่งพิมพ์แล้ว ยังมีสารสนเทศในรูปอิเล็กทรอนิคส์หรือดิจิตอล ห้องสมุดยังเป็นศูนย์รวมของสารสนเทศในทุกรูปแบบ เพื่อให้ผู้ใช้บริการสืบค้นและเข้าถึงได้มากขึ้น ดังนั้นเทคโนโลยีเพื่อการจัดเก็บและสืบค้นข้อมูลและการพัฒนารูปแบบการบริการจึงมีความสำคัญในการดำเนินงานของห้องสมุดยุคใหม่

                 ดังนั้นห้องสมุดในอนาคตในอุดมคติในอนาคตของผมคือเป็นห้องสมุดลูกผสมหรือผสมผสาน((hybridlibrary) ซึ่งเป็นการบูรณาการระหว่างรูปแบบทั่วไป (conventional) และรูปแบบดิจิตอล (digital) ความต้องการการมีห้องสมุดดิจิตอล หรือห้องสมุดศตวรรษใหม่ สาเหตุเกิดมาจากความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วในด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT)ไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ อินเตอร์เน็ต ใยแก้วนำแสง และโทรศัพท์มือถือ ซึ่งยิ่งมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อย ๆห้องสมุดดิจิตอล นอกจากราคาประหยัด ยังมีข้อดีอื่นๆ อีกหลายประการ คือง่ายดายต่อการเข้าถึง สามารถเข้าถึงได้โดยทุกคน ทุกสถานที่และทุกเวลา เพียงแค่มีการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ไม่ว่าบน PC,laptop, taplet ,หรือโทรศัพท์มือถือ ห้องสมุดดิจิตอลามารถดูแคตตาล็อกให้จองและการทำธุรกรรมการให้ยืมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์เช่นเดียวกันสามารถเข้าถึงและดาวน์โหลดวารสารอิเล็กทรอนิกส์ (jurnal Elektronik) อย่างไรก็ตาม แม้เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในการช่วยอำนวยควาสะดวกแก่มนุษย์มากขึ้น แต่จำเป็นต้องมีคนคอยขับเคลื่อน  ตำแหน่งบรรณารักษ์จึงยังคงมีความสำคัญและสำคัญยิ่งกว่าระบบเดิมด้วยซ้ำ บรรณารักษ์จึงจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อให้ก้าวทันกับการเปลี่ยนแปลง คือต้องมีความสามารถงานด้านห้องสมุดทั้งแบบรูปแบบทั่วไป (conventional)และรูปแบบดิจิตอล (digital)บางครั้งห้องสมุดแบบดั่งเดิม อาจขาดความสนใจ เนื่องจากอิทธิพลของยุคเทคโนโลยีการสือสาร (ICT) ที่เข้ามามีความสำคัญมากขึ้น ดั้งนั้นห้องสมุดจำเป็นต้องปรับตัว ไม่ว่าห้องสมุด ชุมชน หรือแม้แต่ ห้องสมุดโรงเรียนและมหาวิทยาลัย  จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการ และการบริการอย่างดี เพื่อคงไว้ซึ่งการใช้ประโยชน์จากคนชุมชน จากบรรดาครู นักเรียนและนักศึกษา คำกล่าวหนึ่งของ Prof Sulistyo อาจารย์อินโดนีเซีย กล่าวเกี่ยวกับห้องสมุด คือ class room for teaching, library for learning,คือ ชี้ให้เห็นและตระหนักถึงความร่วมมือของครูและการบริหารจัดการห้องสมุดโรงเรียนอีกทั้งการจัดการห้องสมุด ต้องสอดคล้องกับการศึกษาในแต่ละยุคสมัยด้วยคือ  วิสัยทัศน์ของการศึกษาในศตวรรษที่ 21 นั่นคือการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ (knowledge based society)

                                

               ตัวชี้วัดการเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้คือหมายถึง กระบวนการทางสังคมที่เกื้อหนุนส่งเสริมให้บุคคลหรือสมาชิกในชุมชน/สังคมเกิดการเรียนรู้โดยผ่านสื่อ เทคโนโลยี สารสนเทศ แหล่งการเรียนรู้ องค์ความรู้ต่าง ๆ จนสามารถสร้างความรู้ สร้างทักษะ มีระบบการจัดการความรู้และระบบการเรียนรู้ที่ดี มีการถ่ายทอดความรู้และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันทุกภาคส่วนในสังคม  ทำให้เกิดพลังสร้างสรรค์และใช้ความรู้เป็นเครื่องมือในการเลือกและตัดสินใจเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาอย่างเหมาะสมทั้งด้านเศรษฐกิจสังคม และการเมือง  กล่าวคือคือเป็นบุคคลที่ แก้ปัญหาเป็น (problem solving)สร้างสรรค์ ( creative) ทันสมัย (innovative) มีคุณธรรม (ethical) มีความเป็นประชาธิปโตย  (democratic)เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และมีอิสระในการเรียนรู้ (independent learner) ตลอดจนการเรียนรู้ตลอดชีวิต (longlifeleaner)

                                

จากการวิเคราะห์สถานภาพและบทบาทตลอดจนภาพในอนาคตของห้องสมุดแล้วพบว่าห้องสมุดควรมี่จุดเด่น คือ

        1. การเข้าถึง คือห้องสมุดจัดเป็นสถานที่เพื่อการเรียนรู้แบบต่อเนื่องตลอดชีวิตดังนั้นสิ่งที่ต้องคิด และควรคำนึงคือ เวลาที่ให้บริการ ความสะดวก และความเชี่ยวชาญในการจัดการแหล่งวิทยาการต่างๆ อย่างป็นระบบ มีคุณภาพเพื่อให้ผู้ใช้บริการสามารถช่วยเหลือตนเองในการสืบค้นข้อมูลได้รวมทั้งการนำเสนอที่ดึงดูดใจ

          2. เครือข่าย ห้องสมุดควรคำนึงถึง โครงสร้างพื้นฐาน สำหรับการเตรียมระบบที่ดีไว้เพื่อการบริการอย่างเต็มที่เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้เข้าถึงแหล่งข้อมูลข่าวสารที่กว้างไกล ด้วยบริการออนไลน์ และระบบเครื่อข่ายรฃ หรือInternetและควรมีศูนย์กลางซึ่งจัดทำสารบบ (Directory) ของ Home page ของห้องสมุดทุกแห่งที่อยู่ในเครื่อข่ายไว้ในที่เดียวกัน

          ความหมายของเครื่อข่ายอีกมุมหนึ่งอาจหมายถึงความร่วมมือในแง่ของทรัพยากร ห้องสมุดยุคใหม่ มิได้ เน้น “การเป็นเจ้าของ(Ownership)”  หากแต่เป็น“การแบ่งปันทรัพยากร” (Resource  sharing) อาจหมายถึงมีเครือข่ายความร่วมมือที่ระดับ ASEAN ก็เป็นได้

          3. บรรยากาศในปัจจุบันจำเป็นต้องมีการพัฒนาให้ก้าวหน้าโดยการผสมผสานกับความมีชีวิตชีวา สดชื่นแจ่มใส มิใช่เป็นเพียงห้องสมุดที่เก็บรวบรวมหนังสือไว้บริการการเพียงอย่างเดียว ต้องมีการบรรยากาศแห่งการอ่าน มีการจัดอาคารสถานที่ให้น่าเข้าใช้มีการจัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และมีการใช้เทคโนโลยีสารสนในการบริหารจัดการงานห้องสมุดให้เกิดประสิทธิภาพ

         4. ความเชี่ยวชาญ บรรณารักษ์จะต้องเปลี่ยนจากบรรณารักษ์ธรรมดา ให้มาสู่การเป็นผู้จัดการความรู้ ขยับขยายจากการเป็นแค่ห้องสมุดสู่การเป็นศูนย์ความรู้หรือ Knowledge Center ในอนาคตมีความเชี่ยวชาญในการจัดการการสร้่างชุดความรู้และความเชี่ยวชาญที่เพิ่มขึ้นในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ คือ

 ดังนั้นบรรณารักษ์ทุกคนควร "ร่วมแรง ร่วมใจ " ทำให้ห้องสมุดสามารถไปถึงภาพอนาคตนี้ได้สังคมไทยจะเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตามหลักการและเจตนารมย์ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542
                                   



<p></p>