โรคทางจิตเวชในผู้ใหญ่กับผู้สูงอายุ มีหลากหลายโรค ซึ่งล้วนแต่ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต (Occupation) ตัวอย่างกลุ่มโรคทางจิตเวชที่พบบ่อย เช่น

  • โรคซึมเศร้า (Depression)
  • โรคอารมณ์ผิดปกติสองด้าน (Bipolar disorder)
  • โรคสมองเสื่อม (Dementia)
  • โรคจิตเภท (Schizophrenia)
  • โรคบุคลิกภาพผิดปกติ (Personality Disorder)

  ในทางกิจกรรมบำบัดนั้น สามารถพิจารณาองค์ประกอบต่างๆของผู้รับบริการได้จากกรอบอ้างอิง PEOP เพื่อนำข้อมูลที่ได้ไปวางแผนการรักษาทางกิจกรรมบำบัด ดังภาพด้านล่างนี้

                                           

 การใช้ Person-Environment-Occupation-Performance (PEOP) Model ในการวางแผนการรับบริการทางกิจกรรมบำบัด เป็นการให้บริการโดยเน้นที่การให้ผู้รับบริการเป็นศูนย์กลาง (Client centered = Person-centered intervention) โดยเริ่มที่การสร้าง Evidence ซึ่งมีรายละเอียดอีก 4 อย่างคือ

1. Person (Intrinsic) factors 

ปัจจัยเชิงลึกภายในตัวผู้รับบริการ ซึ่งมีทั้งข้อมูลทั่วไป โรคประจำตัวโดยเฉพาะในวัยผู้สูงอายุ สภาพความเสื่อมที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุ ความเชื่อ ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ สภาพร่างกายและจิตใจในวัยผู้ใหญ่ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อมด้วย

2. Environmental (Extrinsic) factors

ปัจจัยภายนอกหรือสิ่งแวดล้อมรอบตัวผู้รับบริการ ทั้งทางสังคม (เช่น ศาสนา การเมือง วัฒนธรรม) ทางกายภาพ (สิ่งก่อสร้าง ที่อยู่อาศัย บ้านพักคนชรา) ทางธรรมชาติ (ภูมิอากาศ, ภูมิประเทศ) ซึ่งอาจส่งผลต่อปัจจัยภายใน รวมถึงการทำกิจกรรมด้วย

3. Occupation

กิจกรรมการดำเนินชีวิต ประกอบด้วย 4 ประเภท ได้แก่

  • Activities กิจกรรมต่างๆ ที่เราทำ
  • Value คุณค่าของกิจกรรม
  • Role กิจกรรมไหนมีผลต่อบทบาทของผู้รับบริการ โดยเน้นที่บทบาทของผู้รับบริการตามลำดับขั้น (Hierarchy)
  • Tasks ศึกษารายละเอียดของกิจกรรม ขั้นตอนของกิจกรรม

       Person (Intrinsic) factors + Environmental (Extrinsic) factors+ Occupation = Performance

4. Source of knowledge

แหล่งข้อมูลพื้นฐานสากล เช่น ทฤษฎี ปรัชญา หรือกรอบอ้างอิงทางกิจกรรมบำบัด ที่ทำให้เป็นที่เข้าใจตรงกันและเป็นที่ยอมรับสากล ทำให้  สหวิชาชีพสามารถสื่อสารกันได้เข้าใจ

        เมื่อเรารวมข้อมูลทั้ง 4 อย่างแล้วก็จะทำการสรุปคัดกรองสิ่งที่สอดคล้องกับปัจจัยทั้ง 4 ที่กล่าวมาให้สอดคล้องเชื่อมโยงกัน เน้นกิจกรรมที่ได้คัดกรองว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้รับบริการ สิ่งแวดล้อม และสังคมมากที่สุด รวมทั้งเป็นกิจกรรมที่ผู้รับบริการหมั่นกระทำเป็นประจำอยู่แล้วในชีวิตประจำวัน

        เมื่อเราพิจารณาทั้งสี่องค์ประกอบแล้วได้ Evidence หรือหลักฐานข้อมูลแล้ว นักกิจกรรมบำบัดจะนำไปกำหนดแนวทางการรักษา โดยเน้น Person-centered intervention เพื่อให้เกิด Well-being และ Quality of life ตามมา

        จะเห็นได้ว่าแต่ละปัจจัยจะส่งผลและเชื่อมโยงซึ่งกันและกัน ทำให้เราสามารถเห็นภาพรวมของผู้รับบริการ และสามารถวางแผนการรักษาได้ครอบคลุม มีประสิทธิภาพมากที่สุด


หลักการทางกิจกรรมบำบัด

 การประเมิน ใช้กรอบอ้างอิง PEOP ในการพิจารณาสำหรับใช้ในการประเมิน

                                       ผู้ใหญ่                                                                          ผู้สูงอายุ

P=Person 

1. ข้อมูลพื้นฐานของผู้รับบริการ 

2.การประเมินพื้นฐานทักษะทางจิตสังคม เช่น                                                  

  • žSelf-efficacy and experience  of the past success                                          
  • žMind-social awareness
  • žMotivational personality
  • žInterpretation of self-identity/self-esteem/self-concept                                      

3. ระดับ Cognitive                                      


1. ข้อมูลพื้นฐานของผู้รับบริการ 

2. การประเมินพื้นฐานทักษะทางจิตสังคม เช่น

  • žSelf-efficacy and experience of the past success
  • žMind-social awareness
  • žMotivational personality
  • žInterpretation of self-identity/self-esteem/self-concept
3. ระดับ Cognitive
4. สภาพความเสื่อมของร่างกายที่ส่งผลต่อความสามารถในการทำกิจกรรม เช่น การทรงตัว ปัญหาทางสายตา

<table id="table73228"><tbody><tr><td>E=Environment</td><td>ประเมินปัจจัยภายนอกที่เกี่ยวข้องกับผู้รับบริการ เช่น สังคม วัฒนธรรม ความเชื่อ เศรษฐกิจ   ฯลฯ  
</td></tr></tbody></table><p></p>
<hr><div><table id="table71001"><tbody><tr><td>O=Occupation </td><td>กิจกรรมการดำเนินชีวิตที่สำคัญ เช่น
<ul><li>การทำงาน</li><li>การเข้าไปมีส่วรร่วมในสังคม</li><li>การเรียน</li><li>การทำกิจกรรมยามว่าง</li><li>การทำกิจกรรมการดูแลตนเอง                        </li></ul></td><td>กิจกรรมการดำเนินชีวิตที่สำคัญ เช่น
<ul><li>กิจกรรมการดูแลตนเอง</li><li>การทำกิจกรรมยามว่าง</li><li>การเข้าไปมีส่วนร่วมในสังคม</li></ul></td></tr></tbody></table>
<hr><p></p><p></p><table id="table69242"><tbody><tr><td>P=performance</td><td>ประเมินความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต</td></tr></tbody></table><p></p><hr></div><div>วิธีการประเมิน<p></p>

1)  กิจกรรมการฉายภาพทางจิต เช่น HTP Test

2)  Functional Independent Measure (FIM) ใช้ประเมิน ADL

3)  Instrumental Activity of Daily Living Scale ใช้ประเมิน I-ADL

4)  Social-Adaptation Functioning Evaluation (SAFE) ใช้ประเมิน ADL และการปรับตัวในสังคมสำหรับในผู้รับบริการจิตเวชและฝ่ายอื่นๆ

5)  Canadian Occupational Performance Measure ใช้ประเมินข้อจำกัดระดับความสามารถในการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิต และระดับความพึงพอใจในการทำกิจวัตรประจำวัน

6)  ใช้การสัมภาษณ์จากผู้รับบริการและผู้ดูแล


ให้การบำบัด 

ผู้ใหญ่

  • เทคนิคการทำ CBT เพื่อให้ผู้รับบริการรับรู้ความเป็นจริง ทราบถึงปัญหาของตนเอง ผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมทั้งวิธีการแก้ไข
  • การแสดงบทบาทสมมติ เป็นการบำบัดโดยการแสดงออกเพื่อให้ได้สำรวจตนเอง รู้จักการแสดงออกอารมณ์และความรู้สึกเพื่อเข้าใจในปัญหาต่างๆ
  • เทคนิคการจัดการความเครียด
  • ส่งเสริมการทำกิจกรรมการดูแลตนเอง การทำกิจกรรมยามว่างตามความสนใจ
  • กิจกรรมกลุ่มและทักษะทางสังคม เริ่มต้นจากกลุ่มคู่ขนาน, กลุ่มผลงาน, กลุ่มช่วยกันคิดช่วยกันทำ, กลุ่มอารมณ์ร่วมใจ และกลุ่มวุฒิภาวะ นักกิจกรรมบำบัดต้องปรับกิจกรรมให้เหมาะสม
  • ส่งเสริมทักษะและความสามารถในการทำงาน
  • การปรับสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมให้เหมาะสม

ผู้สูงอายุ

  • การส่งเสริมความสามารถในการทำกิจกรรมการดูแลตนเอง เช่น Self care เพื่อให้สามารถดูแลตนเองให้ได้มากที่สุด (Independent)
  • ส่งเสริมการทำกิจกรรมยามว่าง กิจกรรมตามความสนใจ
  • การปรับกิจกรรมให้สอดคล้องกับระดับ Cognitive
  • การปรับสิ่งแวดล้อมและกิจกรรมให้เหมาะสม
  • ให้ความรู้และทำความเข้าใจกับญาติเกี่ยวปัญหา และสภาพความเสื่อมที่เกิดขึ้นตามวัย


การประเมินซ้ำ เพื่อดูผลจากการให้การรักษาทางกิจกรรมบำบัด สามารถประเมินได้หลายวิธี

ผู้สูงอายุ

  • การสัมภาษณ์เพื่อดูแนวความคิดทางจิตของผู้รับบริการ
  • แบบประเมินระดับ Cognitive
  • แบบประเมินพฤติกรรมการปรับตัว เช่น Vineland Adaptive Behavior Scale
  • ประเมินความสามารถในการทำกิจกรรม เช่น SAFE, FIMS
  • แบบประเมิน COPM
  • ประเมินความสุข อาจใช้ FACIT-sp (ความผาสุกด้านต่างๆ)

ผู้สูงอายุ

  • การสัมภาษณ์จากผู้รับบริการเอง ดูการปรับตัวทางจิต
  • แบบประเมินระดับ Cognitive
  • ประเมินความสามารถในการทำกิจกรรม เช่น SAFE, COPM
  • ประเมินความสุข ความพึงพอใจในชีวิต
      กิจกรรมบำบัดจิตสังคมในผู้ใหญ่และผู้สูงอายุยังคงมีข้อแตกต่างกันดังที่ได้กล่าวมาข้างต้น อย่างไรก็ตามนักกิจกรรมบำบัดยังคงเน้นเรื่องการส่งเสริมทักษะความสามารถในการทำกิจกรรมและความสุข เพื่อส่งเสริมให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีตามมา


<p></p>
<p></p>