วันนี้ เสาร์ที่ 12-1-56 ถือได้ว่าเป็นวันที่โชคดีอีกหนึ่งวันของการเรียน ที่ดิฉันอยากนำเสนอเนื้อหาสาระให้แก่เพื่อนๆผู้อ่าน อาจารย์ประจำวิชา ท่านอ.กุญชรี ได้เรียนเชิญท่านปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี มาบรรยายให้พวกเราฟังในหัวข้อเรื่อง Talent Management ดร.วิฑูรย์ถือได้ว่าเป็นนักปฏิบัติที่มีความตั้งใจจริงและมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ ผนวกกับความเป็นนักวิชาการที่มีความรู้แจ้ง


ดร.วิฑูรย์ได้เกริ่นนำเกี่ยวกับการสร้างเพื่อให้การบริหารเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพในแต่ละองค์กรว่า



A.การสร้างวัฒนธรรมองค์กรเป็นสิ่งที่คนไทยได้เปรียบต่างชาติมากมาย เพราะเรามีพื้นฐานที่แข็งแกร่งทั้งทางเรื่องของความนอบน้อม,ความมีน้ำใจ และอัธยาศัยที่เป็นมิตรที่ต่างชาติไม่มี


 
B.การสร้างและบริหารคนเก่งเราควรจะทำอย่างไร


1.ต้องใช้ความรู้ เพราะคนไม่รู้จะไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้


2.ต้องดูว่ามีการวางแผนและแผนการนั้นมีความชัดเจนหรือไม่ท่านได้นำ Model "POSDCoRB" ของ Lyndall Urwick มาใช้เป็นเครื่องมือในการบริหาร 


· P = Planning การวางแผน


· O = Organizing การจัดองค์กร


· S = Staffing การจัดคนเข้าทำงาน


· D = Directing การสั่งการ


· Co = Co-Ordinating การประสานงาน


· R = Reporting การรายงาน


· B = Budgeting การงบประมาณ


 
(POSDCoRB เป็นการใช้เป็นเครื่องมือบริหารงานครบวงจรของฝ่ายบริหารระดับสูง เพื่อบริหารองค์กรอย่างมีระบบ โดยเริ่มจาก การวางแผน ตั้งเค้าโครงเป้าหมายที่จะทำ, จัดโครงสร้างองค์กร, จัดคนเข้าตามโครงสร้าง, อำนวยการ สั่งการ ตามลำดับชั้น ให้งานเดินไปสู่เป้าหมาย จากนั้นจะต้องมีการประสานงานระหว่างฝ่าย แผนกต่างๆ ให้มีความต่อเนื่องกัน โดยมีการรายงานเพื่อให้ทราบผลการปฏิบัติงาน และสุดท้ายมีงบประมาณไว้คอยควบคุมทางการเงินให้เป็นไปตามเป้าหมาย)



ดร.วิฑูรย์ ได้กล่าวย้ำวว่าความรู้ในเชิงบริหารเป็นความรู้ที่ท้าทาย เราจะตั้งเป้าหมายในชีวิตในแต่ละช่วงอายุเราอย่างไร สมมุติถ้าเราอายุ 30แล้วประสบความสำเร็จ ถือว่าเป็นคนมีความสามารถ แน่นอนว่าจะต้องมีคนเชื่อฟังเรา แต่ถ้าอายุ 50แล้วไม่มีความสามารถ คนก็ฟังน่ะ แต่แค่ในฐานะที่เป็นผู้อาวุโสกว่า ฉะนั้นการทำงานต้องมีความสามารถและมีผลงานเชิงประจักษ์ เพราะความรู้ทางด้านการบริหาร มีคนชอบเข้ามาท้าทายความสามารถมากกว่าคนที่มีความรู้เฉพาะด้าน แล้วเราล่ะอยากเป็นแบบไหน "Differential or Died"
 

3.นิยาม"คนเก่ง " โดยนำหลัก7s ของ McKinsey เข้ามาใช้

 *เก่งและต้องใช้งานด้วย คือต้องutilize ได้ ดึงศักยภาพออกมา


 *ต้องสร้างโอกาส หรือสร้างเวทีให้เค้า


  *สร้างคนให้มีคุณภาพ หรือคุณภาพของคน  


*ต้องถูกใจลูกค้า  


*ถูกต้องตามมาตรฐานที่มีอยู่ ทั้งมาตรฐานที่บังคับชัดแจ้งและแฝงเร้น  


*ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทั้งความเก่งทั่วไป และความเก่งเฉพาะเจาะจง


 
4.ต้องเป็น supervisor ที่ดี   *มีการmonitor งาน จัดสรรคนให้ถูกที่ถูกทาง  *motivate คนให้เป็น   *มีระบบบริหารจัดการที่ดี  *Touch the different  ต้องมีความสามารถในการจัดการเรื่องราวตั้งแต่ต้นน้ำไปกลางน้ำและสู่ปลายน้ำให้ได้



 กล่าวโดยสรุปมุมมองคนเก่งของท่านได้ดังนี้คือ


1.เก่งทั่วไป หรือเฉพาะเจาะจง


2.มอบหมายงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ


3.ก่อเกิดและสร้างความท้าทาย


4.ดึงศักยภาพออกมาใช้


5.หาพื้นที่หรือเวทีให้ลง


6.ผลงานถูกใจลูกค้า มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง


7.ระดับผู้บริหารต้องสร้างให้เกิดการศรัทธา



 ท่านวิฑูรย์ได้สรุปการทำงานในชีวิตว่า ทุกวันนี้ความสำเร็จของท่านมีแค่2ข้อ 


1.เกิดทั้งที ทำสิ่งที่รัก สิ่งที่ชอบ เช่น การเขียนหนังสือ วาดภาพสีน้ำ ไปเที่ยวที่อยากไป เป็นต้น


2.มีคนอื่นที่ไม่ใช่คนในครอบครัวมาชื่นชอบ มาชื่นชม กับสิ่งที่เราทำ 



 ผลงานเชิงประจักษ์ที่ท่านถือว่าเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจของคนไทยที่ได้รับความชื่นชมจากต่างชาติก็คือ "Green Industries - อุตสาหกรรมสีเขียว หนึ่งเดียวในโลก" ซึ่งท่านได้กำหนดไว้ 5ระดับ

ระดับที่1 Green Commitment 

ระดับที่2 Green Activities 

ระดับที่3 Green System

ระดับที่4 Green Culture

ระดับที่5 Green Network 

ซึ่งอุตสาหกรรมส่วนใหญ่ในไทยยังได้แค่ระดับ3 

จะทำอย่างไรให้อุตสาหกรรมเชื่อมโยงกับชุมชนและให้เกิดความร่วมมือร่วมกันอย่างเข้มแข็ง


หวังว่าการเขียนบรรยายหัวข้อ Talent Management ซึ่งดิฉันได้มีโอกาสเรียนรู้จาก ดร.วิฑูรย์ สิมะโชคดี จะเป็นประโยชน์แก่เพื่อนๆ ผู้อ่านไม่มากก็น้อยน่ะค่ะ