เข้าใจอาเซียน ตอน: อาเซียนอยากมีสมาชิกมากกว่าสิบประเทศหรือไม่
9 มกราคม 2013
ชาญชัย
http://www.chanchaivision.com/2013/01/blog-post.html
เป็นที่ทราบว่าเดิมสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Association of Southeast Asian Nations) ที่ก่อตั้งในปี 1967 มีรัฐสมาชิกเริ่มต้นเพียง 5 ประเทศ ต่อมาเพิ่มอีก 5 ประเทศจนกลายเป็น 10 ประเทศในปัจจุบัน คำถามเบื้องต้นคืออาเซียนจะมีสมาชิกมากกว่านี้ได้อีกหรือไม่ เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น
คำตอบมีได้หลายแง่มุม ดังต่อไปนี้
มุมมองจากภูมิศาสตร์
ชื่อ ‘สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้’ ให้ความหมายชัดเจนในตัวเองว่าเป็นองค์กรระหว่างประเทศของชาติในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
คำว่า “เอเชียตะวันออกเฉียงใต้” เริ่มใช้ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรคือ สหรัฐอเมริกากับอังกฤษ ได้ตั้งศูนย์บัญชาการการรบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นในค.ศ.1943 การเรียกชื่อเช่นนี้เพื่อความเด่นชัดทางด้านภูมิศาสตร์ โดยหมายถึงภูมิภาคที่ประกอบด้วยประเทศเมียนมาร์ ไทย ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย โดยไม่รวมถึงฟิลิปปินส์ จนในทศวรรษ 1960 จึงรวมฟิลิปปินส์เข้าเป็นส่วนหนึ่งของภูมิภาค และในค.ศ.1984 เมื่อบรูไนได้รับเอกราชก็เข้าร่วม รวมทั้งติมอร์-เลสเตในค.ศ. 2002 รวมทั้งสิ้น 11 ประเทศ
หากดูแผนที่จะเห็นชัดว่าภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้คือบริเวณที่
· ทิศเหนือจรดประเทศจีน
· ทิศตะวันออกคือทะเลจีนใต้ มหาสมุทรแปซิฟิก
· ทิศตะวันออกคือประเทศอินเดียกับบังคลาเทศ (บังคลาเทศเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอินเดีย เพิ่งได้เอกราชเป็นบังคลาเทศเมื่อค.ศ. 1961) ในอดีตพื้นที่แถบนี้ทั้งหมดเรียกว่าชมพูทวีป
· ทิศใต้คือประเทศออสเตรเลีย ทวีปออสเตรเลีย
หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ อาเซียนถูกล้อมรอบด้วย 3 ประเทศใหญ่คือจีน อินเดียและออสเตรเลีย ทางขวามือติดมหาสมุทรแปซิฟิก ทางซ้ายมือติดมหาสมุทรอินเดีย
จากมุมมองทางภูมิศาสตร์จะเห็นว่าอาเซียนเคยมีช่วงหนึ่งที่กินพื้นที่ครบทั้งภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่หลังจากที่ติมอร์-เลสเตได้รับเอกราชในค.ศ.2002 ทำให้ติมอร์-เลสเตกลายเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคนี้ที่ไม่ได้เป็นสมาชิกอาเซียน
ดังนั้น หากยึดมุมมองทางภูมิศาสตร์ อาเซียนปัจจุบันกินพื้นที่เกือบจะครบทุกพื้นที่ของภูมิภาคและไม่น่าจะมีสมาชิกเพิ่มอีก ยกเว้นประเทศติมอร์-เลสเตเท่านั้น
หากคิดนอกกรอบ อาจมีคำถามว่าความเป็นอาเซียนจำต้องยึดมั่นในขอบเขตทางภูมิศาสตร์หรือไม่ เป็นคำถามชวนคิดต่อ
ติมอร์-เลสเตจะมีโอกาสหรือไม่
เมื่อพิจารณารายประเทศ ติมอร์-เลสเตคือประเทศที่มีโอกาสเข้าร่วมอาเซียน
ติมอร์-เลสเต (Timor-Leste) หรือติมอร์ตะวันออกเดิมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศอินโดนีเซีย ได้รับเอกราชเมื่อค.ศ.2002 เป็นประเทศที่เพิ่งเกิดไม่นาน
รัฐบาลติมอร์-เลสเตต้องการเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียน ประธานาธิบดี ดร. โฮเซ รามอส-ฮอร์ตา กล่าวว่า “เราประสงค์จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกอาเซียนให้ได้อย่างเร็วที่สุด”
การจะได้เป็นสมาชิกอาเซียนหรือไม่นั้น กฎบัตรสมาคมแห่งประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้กำหนดเรื่องการรับสมาชิกใหม่ โดยมีหลักเกณฑ์ 4 ประการ คือ
1. ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์อันเป็นที่ยอมรับว่าอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
2. การยอมรับโดยรัฐสมาชิกอาเซียนทั้งปวง
3. การตกลงที่จะผูกพันและเคารพกฎบัตรนี้ และ
4. ความสามารถและความเต็มใจที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีของสมาชิกภาพ
และยังกำหนดอีกว่า “การรับสมาชิกให้ตัดสินโดยฉันทามติโดยที่ประชุมสุดยอดอาเซียน ตามข้อเสนอแนะของคณะมนตรีประสานงานอาเซียน”
ข้อที่เป็นอุปสรรคมากที่สุดคือการยอมรับโดยรัฐสมาชิกทั้งหมด หากประเทศใดประเทศหนึ่งไม่เห็นด้วยการเข้าเป็นสมาชิกจะเป็นอันตกไปทันทีไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม
ติมอร์-เลสเต สมัครเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2011 แต่กลุ่มอาเซียนได้เปิดเผยหลังการประชุมคณะมนตรีประสานงานอาเซียนครั้งที่ 2 ในวันที่ 11 กันยายน 2012 ว่า การสมัครเข้าเป็นสมาชิกของติมอร์-เลสเตจะยังไม่ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 21 ในเดือนพฤศจิกายน 2012
การพิจารณารับติมอร์-เลสเต้จึงถูกเลื่อนออกไป
ควรรับติมอร์-เลสเตเข้าอาเซียนหรือไม่
ประเด็นที่มีการถกเถียงกันมากคืออาเซียนควรรับติมอร์-เลสเตเข้ากลุ่มหรือไม่ มีข้อเสนอที่เห็นด้วยและไม่เห็น ทั้งจากรัฐสมาชิกกับนักวิชาการ ฝ่ายที่สนับสนุนเห็นว่าการรับติมอร์-เลสเตเข้ามาย่อมเป็นผลดีต่อประเทศติมอร์-เลสเตเอง และอาเซียนจะได้รับประโยชน์ในระยะยาว ชาติสมาชิกอาเซียนส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการรับติมอร์-เลสเตเข้าอาเซียน ส่วนประเทศที่คัดค้าน โดยเฉพาะสิงคโปร์แสดงตัวชัดเจนมากที่สุด เห็นว่าติมอร์-เลสเตไม่พร้อม เป็นอุปสรรคต่อการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015
ข้อโต้แย้งประเด็นนี้ คือ ในอดีตอาเซียนเคยรับประเทศที่มีสภาพไม่ต่างจากติมอร์-เลสเตในปัจจุบัน เช่น การรับเมียนมาร์กับลาวและกัมพูชา อาเซียนในยุคนั้นยอมรับจุดอ่อนของประเทศเหล่านี้และเห็นว่าควรเข้าไปช่วยเหลือ แต่ข้อโต้แย้งกลับคือบริบทอาเซียนในปัจจุบันแตกต่างจากอดีต การรับกลุ่มประเทศสังคมนิยมคอมมิวนิสต์เข้าอาเซียนเกิดจากเหตุผลด้านความมั่นคงซึ่งสำคัญยิ่งยวดในสมัยนั้น
ปัจจุบัน ประเทศติมอร์-เลสเตมีสถานภาพเป็นประเทศผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ในกิจกรรมการประชุมต่างๆ ของอาเซียน
ปาปัวนิวกินีจะมีโอกาสหรือไม่
ประเทศปาปัวนิวกินีเป็นอีกประเทศหนึ่งที่อยากเข้าอาเซียน ประเทศเป็นเกาะตั้งอยู่ทางทิศเหนือของออสเตรเลีย มีพรมแดนติดกับประเทศอินโดนีเซีย แต่ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มโอเชียเนีย (Oceania) อันเป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มของหมู่เกาะต่าง ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิก มีประชากรราว 6 ล้านคน
ปาปัวนิวกินียังไม่เคยยื่นหนังสือขอเข้าร่วมอาเซียนอย่างเป็นทางการ และอาเซียนก็ยังไม่มีการหารือเกี่ยวกับการรับปาปัวนิวกินีเป็นสมาชิกอย่างเป็นจริงเป็นจัง ปัจจุบันยังคงสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ได้รับตั้งแต่ ค.ศ. 1976
มีผู้ให้เหตุผลว่าปาปัวนิวกีนียากจะเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน เนื่องจากขัดกับหลักเกณฑ์เรื่องการรับสมาชิกใหม่ 2 ประการ คือ ประเทศไม่ได้ตั้งอยู่ในทางภูมิศาสตร์อันเป็นที่ยอมรับว่าอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และความเจริญก้าวหน้าของประเทศยังห่างไกลจากความสามารถที่จะปฏิบัติตามพันธกรณีของสมาชิกภาพ
เรื่องการไม่สามารถปฏิบัติตามพันธกรณีของสมาชิกภาพเป็นเหตุผลเดียวกับที่ประเทศติมอร์-เลสเตยังไม่เข้าอาเซียน
โดยสรุปแล้ว โอกาสที่ปาปัวนิวกินีจะเข้าอาเซียนมีน้อย หลักฐานเชิงประจักษ์นั้นชัดเจนมาก เป็นเหตุผลว่าทำไมจึงยังคงสถานะเป็นผู้สังเกตการณ์ที่ได้รับตั้งแต่ ค.ศ. 1976 หรือเกือบจะ 4 ทศวรรษแล้ว
สรุป
อาเซียนอยากได้สมาชิกใหม่หรือไม่
ในการวิเคราะห์เรื่องนี้ ประเทศปาปัวนิวกินีเป็นตัวเลือกที่ควรตัดออกตั้งแต่ต้นดังเหตุผลที่ได้นำเสนอ เหลือแต่วิเคราะห์ว่าอาเซียนอยากได้ประเทศติมอร์-เลสเตเป็นสมาชิกใหม่ของอาเซียนหรือไม่
ชาติสมาชิกอาเซียนปัจจุบันมีความเห็นมีแตกต่างต่อการรับติมอร์-เลสเตเข้าเป็นสมาชิกใหม่ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลคัดค้านอย่างไร เมื่อมีสมาชิกที่คัดค้าน อาเซียนย่อมไม่สามารถรับติมอร์ตามกฎบัตรอาเซียน
ดังนั้น คำถามที่สำคัญกว่า ‘ทำไมจึงควรรับ’ คือคำถามที่ว่า ‘ทำไมบางประเทศไม่อยากรับ’ หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ ‘เหตุผลที่ควรรับ’ ร้อยข้อไม่มีค่าเมื่อเทียบกับ ‘เหตุผลที่ไม่ควรรับ’ เพียงข้อเดียวของรัฐสมาชิกอาเซียนเพียงประเทศเดียว
เรื่องนี้อธิบายได้ง่ายที่สุดหากมองในมุมผลประโยชน์ อาเซียนในปัจจุบันอยากทุ่มเทความสนใจมีความสัมพันธ์กับประเทศที่อาเซียนได้ประโยชน์อย่างจริงจัง เป็นเหตุผลของการเกิดอาเซียนพลัส เช่น ASEAN+3, ASEAN+6 และเป็นเหตุผลที่ตรงที่สุดในการอธิบายว่าทำไมอาเซียนจึงยังไม่รับประเทศติมอร์-เลสเตกับปาปัวนิวกินีเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน
ประเทศเหล่านี้จึงอยู่ในฐานะเป็นผู้เข้าร่วมสังเกตการณ์ต่อไป เช่นเดียวกับที่อาเซียนมีสมาชิก 10 ประเทศเท่าเดิม
---------------------------------
ออสเตรเลียให้อเมริกันบอกสิงคโปร์ว่าอย่ายอมให้เข้า ลงทุนมานานหลายสิบปีปล่อยให้หลุดเข้ากลุ่มอาเซียนได้ไง
ถึงยังไงผมก็อยากช่วยตืมอร์ครับ