วันนี้ kunrapee ได้คัดกรอง (Screen) คนไข้ที่มาด้วยอาการ ปวดศีรษะแบบไมเกรนถึง ๖ คน.. ก็เลยนึกถึงบทความของ อาจารย์ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ที่เขียนถึงเรื่องนี้ (แชร์มาจาก Facebook) นำมาฝากทุกท่านค่ะ เผื่อช่วยให้ลดความทรมานลงได้บ้าง
ไมเกรน (Migraine) เป็นโรคที่เกิดจากความผิดปกติระบบประสาทที่หลอดเลือดแดงบริเวณศีรษะซึ่งเป็นโรคเรื้อรังไม่หายขาดซึ่งอาจจะมีอาการเป็นครั้งคราว
ส่วนใหญ่มักจะปวดศีรษะข้างเดียว หรือปวดทั้ง 2 ข้าง อาการปวดนาน 4 - 72 ชั่วโมง มักมีอาการคลื่นไส้อาเจียน เวียนศีรษะร่วมด้วย อาจจะมีอาการปวดตุบๆ แถวขมับ หรือปวดบริเวณเบ้าตา บางคนจะมีอาการนำมาก่อนที่จะเกิดอาการปวด เรียก Aura อาจจะเห็นแสงแวบ แสงจ้า ตาพร่ามัว ซึ่งเป็นช่วงสั้นๆ ก่อนจะมีอาการปวด
จะพบการเกร็งตัวของกล้ามเนื้้อ บริเวณบ่า และ มีจุดกดเจ็บของกล้ามเนื้อหดตัวเกร็งจนเป็นก้อนเล็กๆ 0.5 - 1.0 เซนติเมตร (Trigger Point) บริเวณ บ่า ต้นคอ ทำให้เลือดและออกซิเจนไม่สามารถไปเลี้ยงบริเวณจุดนั้นได้ ส่งผลทำให้ไม่สามารถเลือดและออกซิเจนไม่สามารถส่งผ่านไปยังศีรษะได้เต็มที่ เมื่อเลือดไม่สามารถส่งขึ้นไปเลี้ยงที่ศีรษะ 2 ข้างไม่เท่ากัน จึงทำให้เกิดการปวดศีรษะข้างเดียว
การทำกายภาพบำบัด หรือนวดกดจุดลดขนาดพังผืดบริเวณบ่า และกดเพื่อทำให้จุดกดเจ็บ Trigger Point ให้มีขนาดลดลง ตลอดจนกดจุดบริเวณบ่า คอ ไหล่ และบริเวณศีรษะด้านที่ปวด โดยเฉพาะการกดค้างศีรษะด้านบนค่อนไปข้างหน้า กดด้านที่ปวดห่างจากเส้นกึ่งกลางมา 1 นิ้ว กดค้างให้ลึก 10 วินาทีต่อครั้งแล้วปล่อยทำหลายๆครั้งจะหยุดได้แบบฉับพลัน แม้ว่าการปวดนั้นจะลามมาถึงการปวดที่เบ้าตาแล้วก็ตาม
<p>บางคนอาจลดปวดด้วยการราดน้ำศีรษะด้วยน้ำเย็นต่อเนื่องกัน 5 -10 นาที, การแปะด้วยถุงเจลแช่เย็น (Cold Pad) บริเวณหน้าผากและเบ้าตา, การรีบนอนให้เร็วโดยทันทีเมื่อเริ่มมีอาการ ฯลฯ ซึ่งอาจหยุดอาการปวดที่ทรมานได้ โดยไม่ต้องใช้ยา แต่ที่กล่าวมาก็ยังไม่ได้แก้ที่ต้นเหตุ เป็นเพียงการหยุด”ปลายอาการ” เท่านั้น
</p><p></p><p>ไมเกรน เกิดจากปัจจัยภายนอกหลายอย่าง เช่น</p><p>1. อาหาร พบว่าอาหารหลายชนิดที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนได้มาก เช่น นมวัว เนย ชีส ช็อคโกแลต ไวน์แดง เบียร์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ถั่วบางชนิด กล้วยสุกงอม ชา กาแฟและเครื่องดื่มที่ผสมคาเฟอีน น้ำตาลเทียม ผงชูรส แอสปาแตม รวมถึงสารที่แต่งอาหารบางชนิดก็มีผลเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการ ไมเกรนได้ด้วย เช่น สารไนไตรด ไนเตรด ซึ่งจะพบในอาหารพวก เบคอน ไส้กรอก ซาเซมิ แฮม (คนส่วนใหญ่ที่เป็นไมเกรนแล้วงดอาหารที่กล่าวมาข้างต้นมักมีอาการไมเกรนลดลงอย่างเห็นได้ชัด)</p><p>2. ระดับฮอร์โมน ระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น ช่วงที่มีประจำเดือน รับประทานยาเม็ดคุมกำเนิด ได้รับฮอร์โมนทดแทน และกำลังตั้งครรภ์ เป็นต้น</p><p>3. สภาพร่างกาย สภาพร่างกายที่อาจกระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น นอนไม่พอ เครียด ทำงานหนักมากเกินไป ท่านั่งทำงานที่ไม่เหมาะสม มีลักษณะงานที่ทำให้กล้ามเนื้อเกร็งตัวต่อเนื่องนานๆ (รวมถึงการเกร็งตัวจากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน) และอดอาหาร เป็นต้น</p><p>4. การออกกำลังกาย การออกกำลังกายที่มากเกินก็สามารถกระตุ้นให้เกิดการกำเริบของอาการปวดหัวไมเกรนได้</p><p>5. สภาวะแวดล้อม สภาวะแวดล้อมที่กระตุ้นให้เกิดอาการปวดศีรษะได้ เช่น อาการร้อนหรือหนาวจัด แสงแดดจ้า กลิ่นไม่พึงประสงค์บางอย่าง เช่น กลิ่นบุหรี่หรือกลิ่นน้ำหอม เป็นต้น</p><p>6. ยาและสารเคมีบางชนิด ยาและสารเคมีบางชนิดกระตุ้นให้เกิดการปวดศีรษะได้ เช่น nitroglycerine, Hydralazine, Histamine, Resepine เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบว่าคนที่ปวดหัวไมเกรน ไซนัส จำนวนมากมีประวัติกินยาแก้อักเสบ ยากแก้แพ้ และ ยาลดน้ำมูกเป็นประจำ</p><p>ดังนั้นเมื่อโรคนี้เกิดจากพฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม การแก้ไขที่ตรงจุดจึงย่อมไม่ใช่การรับประทานยาแก้ปวด แต่ต้องพยายามเปลี่ยนพฤติกรรมและหลีกเลี่ยงสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะกับตัวเองน่าจะถูกต้องกว่า หรือไม่ก็ต้องรู้จักปรับสมดุลให้เหมาะสมกับพฤติกรรมและสภาวะแวดล้อมที่ไม่สามารถจะหลีกเลี่ยงได้</p><p>แต่หลายคนไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งที่กล่าวมาข้างต้นได้และต้องการหายขาด เท่าที่ได้พบเห็นก็ดูเหมือนว่าการรักษายังคงมีอีกหลายวิธีที่เป็นการแพทย์ทางเลือก เช่น การดื่มน้ำปัสสาวะบำบัด, การฝังเข็ม, การดีท็อกซ์, การรับประทานอาหารสมดุลร้อน-เย็น, การล้างพิษตับ, การนั่งสมาธิ ฯลฯ</p><p>“อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ” จริงๆค่ะ</p><p></p><p></p><p></p><p></p>
เคยคิดว่าเราไม่น่าเป็นไมเกรนเพราะไม่เครียด แต่มีอาการปวดศีรษะเรื่อยๆ นวดแล้วดีขึ้นจุดที่ปวดเหมือนในรูปเลยคะ
กล้ามเนื้อหดเกร็ง เป็นจุดเริ่มต้นของความไม่สบายกายจากความเครียดหลายอย่าง
ต่อมาความสุขทางใจก็จะลดลง
ครูอ้อย ป่วยคราวนี้ หมอชมครูอ้อยว่า กล้ามเนื้อแข็งแรง ไม่อย่างนั้น กล้ามเนื้อฉีก เป็นเรื่องใหญ่อีก ขอบคุณมากค่ะที่ให้ความรู้ครูอ้อยมากเลยค่ะ
อีกอย่างหนึ่ง กล้ามเนื้อแข็งแรง ไม่ทำให้เป็นหวัดง่าย หมอถึงให้เราออกกำลังกายสม่ำเสมอ
สุขภาพกายแข็งแรง โรคภัยห่างไกลนะคะครูอ้อย เป็นกำลังใจให้แข็งแรงโดยไวค่ะ
ช่วงนี้เทคิวนวดทั้งเดือนเพื่อให้กล้ามเนื้อคลาย เพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทาง อิอิ
เคยอยู่ในทีมที่ผลิตยาแก้ปวดไมเกรนอยู่พักหนึ่งค่ะ รู้สึกดีที่ได้มีส่วนช่วยในการผลิตยาบรรเทาความเจ็บปวด แต่ในใจยังหวังเสมอว่าขออย่าให้มีคนต้องใช้มันเลย ;)
ขอบคุณบทความดีดีให้ความรู้มากมายค่ะ