GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

หลายรัก ของ เอ็นจีโอ

โดยกำเนิดขององค์กรแล้ว จีโอและเอ็นจีโอต้องเป็นคนละเรื่อง จีโอนั้นเป็นราชการ คิดแบบราชการ ทำแบบราชการ ส่วนเอ็นจีโอนั้นมีความเป็นอิสระ ความคิดและวิธีการทำงานของเอ็นจีโอก็จะเป็นแบบคล่องตัว มิใช่ราชการ อีกทั้งสามารถริเริ่มอะไรใหม่ๆ ได้ คุณลักษณะเหล่านี้มักจะมาพร้อมๆกับที่เป็นอิสระทางการเงินคือใช้เงินของตัวเองในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม เอ็นจีโอต้นแบบอย่างนี้จึงมักจะเกิดได้ในสังคมเปิดมีประชาธิปไตยพอสมควร

หลายรัก ของ เอ็นจีโอ
      

         เอ็นจีโอ คือใคร อยู่ที่ไหน ตอบไม่ยากเลย เพราะว่าที่ไหนมี จีโอที่นั่นก็มีเอ็นจีโอ เปรียบเสมือนปาท่องโก๋ ซีกขวาและซ้ายฉะนั้นแล
การทำงานหรือการประชุมของพวกจีโอ (GOs) คือหน่วยงานราชการ ( Governmental Organizations) ทุกวันนี้ที่ไหน หากไม่มีเอ็นจีโอ (NGOs) หรือหน่วยงานอันมิใช่ราชการ (Non- Governmental Organizations) ถือว่าขาดกำลังอันสำคัญแม้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะมากันครบก็ตาม เผลอๆ อาจมีการสรุปว่างานการชิ้นนั้นปราศจาก การมีส่วนร่วม ของภาคประชาชน (ซึ่งเอ็นจีโอ เป็นตัวแทนเดียวของภาคประชาชนตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่ทราบเพราะทุกวันนี้กำเนิดและความเป็นไปของเอ็นจีโอมีความประหลาดพิสดารซับซ้อนยิ่งนัก ในความเป็นจริง ภาคประชาชนไม่ได้มีแค่เอ็นจีโอ ยังมีสหภาพแรงงาน สมาคมวิชาชีพ กลุ่มรากหญ้า ฯ อีกมากมาย )
         เช่นเดียวกับเอ็นจีโอ ทั้งหลาย ไม่ว่าจะด้านเด็ก สิ่งแวดล้อม คนชรา สุขภาพ สิทธิมนุษยชน ออมทรัพย์ ที่อยู่อาศัย ผู้หญิง ฯลฯ เวลาองค์กรเหล่านี้และคนทำงานจะได้พบกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา บางทีมีวาระร่วมกัน มีการร่วมมือสมัครสมานสามัคคีกันในประเทศและระหว่างประเทศ ก็จะมาเกิดเอาตรงตอนที่ฝ่ายราชการหรือทางการหรือใครก็ได้ที่มิใช่เอ็นจีโอด้วยกันจัดอะไรขึ้นมา ปราศจากสิ่งนี้เสียแล้ว ดูเหมือนว่าพวกเอ็นจีโอไม่ค่อยได้พบกันเลยไม่ว่าจะทำงานเรื่องเดียวกันหรือไม่ก็ตาม แต่ละองค์กรดูเหมือนจะวุ่นๆอยู่แต่กับ การประสานงานกับหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้อง 
         โดยกำเนิดขององค์กรแล้ว จีโอและเอ็นจีโอต้องเป็นคนละเรื่อง จีโอนั้นเป็นราชการ คิดแบบราชการ ทำแบบราชการ ส่วนเอ็นจีโอนั้นมีความเป็นอิสระ ความคิดและวิธีการทำงานของเอ็นจีโอก็จะเป็นแบบคล่องตัว มิใช่ราชการ อีกทั้งสามารถริเริ่มอะไรใหม่ๆ ได้ คุณลักษณะเหล่านี้มักจะมาพร้อมๆกับที่เป็นอิสระทางการเงินคือใช้เงินของตัวเองในการทำกิจกรรมเพื่อสังคม เอ็นจีโอต้นแบบอย่างนี้จึงมักจะเกิดได้ในสังคมเปิดมีประชาธิปไตยพอสมควร ได้เกิดมีมาแล้วเป็นศตวรรษไม่ใช่เพิ่งเริ่มมี อย่างเช่น เอ็นจีโอต่อต้านการค้าทาส เอ็นจีโอเพื่อสิทธิเลือกตั้งของสตรีในอังกฤษ เป็นต้น แต่ในสังคมที่ไม่ค่อยเป็นประชาธิปไตยหรือเป็นเผด็จการ เอ็นจีโอในลักษณะดังกล่าวมักจะไม่ค่อยได้ผุดได้เกิด และถึงมีก็มักจะทำงานด้วยความยากลำบาก
ในภาพรวมตั้งแต่อดีตและถึงปัจจุบัน ภารกิจที่สำคัญของเอ็นจีโอยิ่งกว่าการไป ประสาน กับพวกจีโอ คือความเป็นอิสระที่จะทำงานตามแนวของตนโดยไม่เดินตามต้อยๆ ภาคราชการมีอิสระที่จะวิพากษ์วิจารณ์หรือคัดค้านบรรดาจีโอหรือภาคราชการและภาคธุรกิจ หรือภาคกึ่งธุรกิจกึ่งราชการทั้งหลายทั้งปวงที่เกี่ยวข้องในสารพัดเรื่องขาดความอิสระนี้แล้วก็ไม่รู้จะเป็นเอ็นจีโอไปทำไม อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเอ็นจีโอสมัยใหม่ไม่ได้ทำงานด้วยเงินของตัวสมาชิกเอง แต่ต้องไปรับจากที่อื่นหรือแหล่งทุนและเงินบริจาค ทำให้ มีข้อสังเกตว่า ได้เกิดปรากฏการณ์ที่เอ็นจีโอ ทุกวันนี้เสียอิสรภาพในการทำงานแล้วตั้งแต่ในมุ้ง เพราะคิดวางแผนงานตามแหล่งเงินทุนที่จะได้
          พอดีพอร้ายเลยเกิดถึงขนาดตั้งเอ็นจีโอมาเพื่อรับเงินจากภาคราชการหรือแหล่งทุนทั้งหลายเสียเลย อย่างเช่นที่กำลังเกรียวกราวอยู่ในขณะนี้เรื่องเอ็นจีโอบางเอ็นจีโอที่รับเงินจากกระทรวงสาธารณสุข
           การที่เอ็นจีโอรับเงิน ไม่ว่าจากใครหรือองค์กรไหนทั้งจากภาคราชการและภาคธุรกิจ นอกจากภาคราชการและแหล่งเงินทุนต้องตรวจสอบเอ็นจีโออย่างรอบคอบแล้ว เอ็นจีโอมีหลักการอย่างไรจึงจะไม่ทำให้เงินนั้นๆกลายมาเป็นห่วงผูกคอตัวเองให้คับแคบหายใจไม่ออกจนกระทั่งสูญเสียความเป็นอิสระแก่ตน มีวิธีการบริหารการเงิน การงานและบุคคลอย่างไรจึงจะมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ สิ่งเหล่านี้ตลอดมา เอ็นจีโอและองค์กรในภาคประชาชนพยายามเรียกร้องให้เกิดขึ้นในภาคราชการ แต่ในหมู่เอ็นจีโอและในภาคประชาชนด้วยกันเล่า สามารถสรรหาหลักเกณฑ์หลักปฏิบัติที่โปร่งใสตรวจสอบได้หรือไม่จากบรรดาคนในองค์กรเดียวกันในหมู่เอ็นจีโอด้วยกัน และจากสาธารณชนด้วย
             อาจจะอีกไม่นานที่สาธารณชนอาจเรียกร้องขอตรวจสอบเอ็นจีโอก่อนที่เอ็นจีโอจะไปตรวจสอบภาคราชการและผู้อื่น หากมีสิ่งใดบกพร่อง ประธานและคณะกรรมการบริหารตลอดจนเจ้าหน้าที่ของเอ็นจีโอย่อมตกเป็นจำเลยของสังคมด้วยพร้อมๆกัน
เอ็นจีโอ ในยุคสมัยโลกานุวัตรนี้ นอกจากสมควรจะต้องเคารพหลักการประชาธิปไตยในองค์กร เอาใจใส่รวมพลังในหมู่เอ็นจีโอ รักษาแนวร่วมกับกลุ่มและองค์กรอื่นๆในภาคประชาชนแล้ว น่าจะหันมาเอาใจใส่กับขบวนการสหภาพให้มากขึ้น เห็นศักยภาพของ สหภาพ" ในทางสังคมกว้างไกลกว่าเพียงในเรื่องของแรงงาน เพราะขบวนการสหภาพวิชาชีพมีมากมายหลากหลาย อย่างเช่นสหภาพพนักงานธนาคาร สหภาพวิชาชีพแพทย์และการรักษาพยาบาล สหภาพพนักงานรถไฟ สหภาพการบิน สหภาพครู สหภาพทนายความ ฯลฯ สหภาพเหล่านี้มีแนวโน้มจะเกิดมากขึ้น แข็งแรงมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้งมีแนวโน้มจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในกระบวนการประชาสังคมอื่นๆมิใช่เพียงเรื่องแรงงาน หรือแม้กระทั่งอาจจะเพื่อประโยชน์ในกระบวนการตัดสินใจทางการเมืองก็อาจเป็นไปได้อย่างเช่นแนวโน้มที่กำลังเกิดในหลายประเทศในยุโรป เช่นในฝรั่งเศส เยอรมนี เป็นต้น
สหภาพในบ้านเราขณะนี้อาจจะยังมีความหมายค่อนข้างแคบไปสักนิดและยังไม่มีขบวนการจริงจัง แม้กระทั่งในระดับมหาวิทยาลัยอันเป็นแหล่งรวมสติปัญญา การตั้งสหภาพเพื่อรับมือกับปัญหาต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยออกนอกระบบฯ ก็ยังเป็นได้ยากยิ่ง และสหภาพแรงงานทั่วไปก็ยังจำกัดอยู่แต่กับบทบาทในเรื่องแรงงาน อย่างไรก็ตาม ก็ไม่มีอะไรสายเกินไปที่จะเริ่มต้น
           ในแคนาดา มีสหภาพสี่สหภาพรวมตัวกันจัดตั้งเอ็นจีโอขึ้นมาเพื่อจะได้ทำงานเคลื่อนไหวสนับสนุนงานทางด้านการพัฒนา เรื่องแบบนี้ สหภาพในเมืองไทยก็พร้อมจะทำได้ไม่ยากหากว่าเห็นประโยชน์ในทางสังคม
        เอ็นจีโอจะยังเป็นพลังสำคัญในสังคมคู่ขนานไปกับจีโออย่างมีศักดิ์ศรี แต่ในขณะเดียวกัน เอ็นจีโอในฐานะเป็นองค์กรก็จะต้องพิสูจน์ตนเองทั้งในระดับผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานว่ารู้หน้าที่มีความรับผิดชอบ ตรวจสอบได้ สามารถเติบโตคลี่คลายไปตามยุคสมัยที่เรียกร้องต้องการให้มีความเป็นประชาธิปไตยในความคิดและการทำงาน
ความเป็นประชาธิปไตยที่มีความโปร่งใส มีความรับผิดชอบและตรวจสอบได้ทั้งในการบริหารงาน บริหารเงินและบริหารคนตรงนี้แหละที่จะทำให้เอ็นจีโอแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ
        ยิ่งในการปกครองที่มีรัฐบาลผู้ควบคุมราชการเป็นพรรคการเมืองเสียงข้างมากเบ็ดเสร็จมากเท่าไร เอ็นจีโอ สหภาพ กลุ่มรากหญ้า ขบวนการประชาสังคมทั้งหมดยิ่งควรจะต้องแข็งแรงมากขึ้นเท่านั้น
สุกัญญา หาญตระกูล

[email protected]

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 51589
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)