สรุปได้ตั้งสิบรายการ...ใช่ว่าดิฉันจะเป็นหัวหน้าที่สมบูรณ์แบบยังคงต้องเรียนรู้อีกมาก

          ดิฉันเริ่มชีวิตการเป็นหัวหน้าทีมงานเมื่อปี 2547 ผ่านการสอบเข้าสู่ตำแหน่ง เมื่ออายุ 36 ปี(เป็นความภูมิใจของดิฉันที่ก้าวหน้าเร็ว)ลูกน้องจึงมีอาวุโสมากกว่าดิฉันมากซึ่งเป็นประเด็นความยากลำบากในการบริหารงานของดิฉันอยู่เหมือนกัน.. สิ่งที่ดิฉันเรียนรู้ในสองปีที่ผ่านมาคือ  

1.ต้องฝึก เรียกว่าฝึกเข้มกันเลย...มองโลกในแง่บวก โชคดีที่มีพื้นเดิมอยู่บ้างแล้ว

2.ต้องสุขภาพแข็งแรง

3.ต้องไม่หยุมหยิมในรายเอียด รายละเอียด เอาแต่สาระ บางอย่างเห็นทำเป็นไม่เห็น ได้ยินทำเป็นไม่ได้ยิน...

4.ต้องเลือกวิธีการ ทรีส ทรีต คนแต่ละคนที่แตกต่างให้ได้งานตามบุคลิก

5.ต้องซื่อสัตย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง รับผิดทุกกรณี..."ชอบ"มอบให้ลูกทีมไป

6.พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ละเว้นการพูดพร่ำเพรื่อ

7.เป็นนักแก้ปัญหา มากกว่านักปฏิบัติ

8.ไม่ผูกใจเจ็บ วางและตัดสินไปเป็นเรื่องๆ "ว่าไปตามเนื้อผ้า" อย่าปะปนกันในหลายเรื่อง

9.ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง...เสมอภาคกับลูกน้องทุกลักษณะตามที่เขาเป็น

10.อย่าเอามุมมองของตนไปวัดผู้อื่น....ว่ากันไปตามกติกาเราควรได้อย่างไร องค์กรควรได้อย่างไร

          ข้อสุดท้ายดูจะยากสุด….ดิฉันมักจะจัดให้องค์กรได้มากกว่าเราได้……ดิฉันทบทวนตัวเอง…ดิฉันคงไม่แปลกประหลาดอะไรที่มักชอบคนแบบเดียวกับตัวเอง ดิฉันเป็นคนขยันดิฉันก็ชอบลูกน้องขยัน...ดิฉันเป็นคนทุ่มเทจึงชอบลูกน้องทุ่มเท...ดิฉันมองทุกเวลาของการทำงานเป็นความรับผิดชอบที่ต้องทำให้เสร็จไม่ว่าจะดึกดื่น.…แต่อันนี้ไม่ดี….ดิฉันนำมาตรฐานตนมาเป็นมาตรวัดผู้อื่น….ดิฉันสามารถทำงานหามรุ่ง ได้โดยไม่คิดถึงสิ่งอื่น จนดิฉันโดนเจ้านายชั้นเหนือขึ้นไปตำหนิว่า…ลูกน้องทำงานเกินเวลาก็เบิก OT ให้เขาด้วย….หากในมุมมองของดิฉันมองว่า….เราต้องดูแลงานในความรับผิดชอบให้เรียบร้อย…ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน…

      สรุปได้ตั้งสิบรายการ…ใช่ว่าดิฉันจะเป็นหัวหน้าที่สมบูรณ์แบบยังคงต้องเรียนรู้อีกมาก  นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ