GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การเป็นหัวของทีมงาน

สรุปได้ตั้งสิบรายการ...ใช่ว่าดิฉันจะเป็นหัวหน้าที่สมบูรณ์แบบยังคงต้องเรียนรู้อีกมาก
          ดิฉันเริ่มชีวิตการเป็นหัวหน้าทีมงานเมื่อปี 2547 ผ่านการสอบเข้าสู่ตำแหน่ง เมื่ออายุ 36 ปี(เป็นความภูมิใจของดิฉันที่ก้าวหน้าเร็ว)ลูกน้องจึงมีอาวุโสมากกว่าดิฉันมากซึ่งเป็นประเด็นความยากลำบากในการบริหารงานของดิฉันอยู่เหมือนกัน.. สิ่งที่ ดิฉันเรียนรู้ในสองปีที่ผ่านมาคือ   

1.ต้องฝึก เรียกว่าฝึกเข้มกันเลย...มองโลกในแง่บวก โชคดีที่มีพื้นเดิมอยู่บ้างแล้ว

2.ต้องสุขภาพแข็งแรง

3.ต้องไม่หยุมหยิมในรายเอียด รายละเอียด เอาแต่สาระ บางอย่างเห็นทำเป็นไม่เห็น ได้ยินทำเป็นไม่ได้ยิน...

4.ต้องเลือกวิธีการ ทรีส ทรีต คนแต่ละคนที่แตกต่างให้ได้งานตามบุคลิก

5.ต้องซื่อสัตย์ทั้งต่อหน้าและลับหลัง รับผิดทุกกรณี..."ชอบ"มอบให้ลูกทีมไป

6.พูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์ ละเว้นการพูดพร่ำเพรื่อ

7.เป็นนักแก้ปัญหา มากกว่านักปฏิบัติ

8.ไม่ผูกใจเจ็บ วางและตัดสินไปเป็นเรื่องๆ "ว่าไปตามเนื้อผ้า" อย่าปะปนกันในหลายเรื่อง

9.ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง...เสมอภาคกับลูกน้องทุกลักษณะตามที่เขาเป็น

10.อย่าเอามุมมองของตนไปวัดผู้อื่น....ว่ากันไปตามกติกาเราควรได้อย่างไร องค์กรควรได้อย่างไร

          ข้อสุดท้ายดูจะยากสุด....ดิฉันมักจะจัดให้องค์กรได้มากกว่าเราได้......ดิฉันทบทวนตัวเอง...ดิฉัน คงไม่แปลกประหลาดอะไรที่มักชอบคนแบบเดียวกับตัวเอง ดิฉันเป็นคนขยันดิฉันก็ชอบลูกน้องขยัน...ดิฉันเป็นคนทุ่มเทจึงชอบลูกน้องทุ่มเท...ดิฉันมองทุกเวลาของการทำงานเป็นความรับผิดชอบที่ต้องทำให้เสร็จไม่ว่าจะดึกดื่น. ...แต่อันนี้ไม่ดี....ดิฉันนำมาตรฐานตนมาเป็นมาตรวัดผู้อื่น....ดิฉันสามารถทำงานหามรุ่ง ได้โดยไม่คิดถึงสิ่งอื่น จนดิฉันโดนเจ้านายชั้นเหนือขึ้นไปตำหนิว่า...ลูกน้องทำงานเกินเวลาก็เบิก OT ให้เขาด้วย....หากในมุมมองของดิฉันมองว่า....เราต้องดูแลงานในความรับผิดชอบให้เรียบร้อย...ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหน...

      สรุปได้ตั้งสิบรายการ...ใช่ว่าดิฉันจะเป็นหัวหน้าที่สมบูรณ์แบบยังคงต้องเรียนรู้อีกมาก  นำมาเล่าสู่กันฟังค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 51581
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 5
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (5)

ให้กำลังใจค่ะ สู้ต่อไป (ทาเคชิ) จากบันทึกนี้ จึงได้ทราบว่าอายุ 38 ปีแล้ว ถูกมั๊ยค๊ะ เพราะปี 47 อายุ 36 นี่ปี 49 ก็ 38 ปีแล้ว โอ๊โหย ไม่อยากเชื่อเลยค่ะ

ไม่อยากเชื่อเพราะดูเหมือน 45 แล้วใช่มั๊ยคะ....อิ..อิ...
ขอบคุณค่ะ

มาให้กำลังใจ ให้เดินหน้าต่อไป เพิ่มจำนวนข้อของการเรียนรู้และถ่ายทอดผ่าน GotoKnow ไปได้อีกเยอะๆนะคะ เพื่อม.อ.ของเรา 

กับมาเป็น"ยาม"ภาษาค่ะ รู้สึกคุณเมตตาคงใจเร็วกว่ามือไปหน่อย "ละ"ก็เลยแอบหนี"เอียด"ไป ในข้อ 3.ต้องไม่หยุมหยิมในรายเอียด 

ทรีส น่าจะเป็น ทรีต เพราะมาจากคำว่า treat ใช่ไหมคะ ในข้อ 4.ต้องเลือกวิธีการ ทรีส คน

 

เห็นจากบันทึกกะปุ๋มว่าพี่เมตตาไม่สบาย รักษาตัวนะคะ

บางครั้งการทำงาน เราทุ่มเทให้มากๆ แต่ลืมเรื่องสุขภาพ ก็ไม่ดีนะคะ ^__^ เพราะตึงไป มันถึงได้ขาด ต้องดูแลสุขภาพให้มากๆ นะคะ เพื่อนคนข้างหลัง ไม่ใช่เพื่อตัวเองเท่านั้นแล้ว

ขอบคุณค่ะ  เป็นหวัดเรื้อรังร่างกายประท้วง ช่วงสิ้นปีงบหลายอย่างประเดประดัง ทำงานลืมตัวไปหน่อยนอนน้อยไปนิด ไม่เป็นไรมาค่ะ ขอบคุณความห่วงใยจาก น้อง is ค่ะ