สืบเนื่องจากอาทิตย์ที่ผ่านมาหนูไม่ได้เขียนบันทึกแต่เรื่องราวที่เกิดขึ้นมากมาย ช่วงเวลาที่ใช้ชีวิตในวัด นาทีต่อนาที ที่คุ้มค่ามากเป็นการทำงานที่เรียกว่า “ทุ่มเททั้งกายใจ ตั้งแต่ตื่นจนหลับ” ภายใต้ความดูแลของแม่ครูกระปุ๋ม

เป็นที่รู้กันว่า หนูและน้องภัส จะเป็น มือซ้าย มือขวา ที่คอยปฏิบัติรับใช้ครู ครูเมตตาฝึกฝนเราทั้งคู่มานานทีเดียวค่ะ หนูเป็นคนเรียนรู้ค่อนข้างช้า ติดตามครูมา 4 ปี กว่าจะพอทำอะไรได้ ส่วนน้องภัส พัฒนาจิตใจได้รวดเร็วมากเวลาล่วงไปเพียงปีเดียง โตเป็นผู้ใหญ่ ความรับผิดชอบดี แต่กว่าจะมาได้ขนาดนี้ครูก็แทบหมดแรงกับเราทั้งคู่

  อาทิตย์นี้ มีแม่ออกน้อยมานอนค้าง ณ วัน ศุกร์ 2 คน คือ น้องมดแดง และน้องน้ำตาล หนูเข้าวัดค่อนข้างดึก เดือดร้อนผู้คนรอรับ ครูจึงให้สติว่า

“เห็นไหมว่ามีใครเดือดร้อน บ้าง พอเราเตือนก็โกรธ พอไม่เตือนมันก็ดึกขึ้นเรื่อย ๆ”

ตอนนั้นใจรับในสิ่งที่ครูชี้ รวมถึง “การหายใจ” ถ้าตั้งใจฝึกตั้งแต่ตอนที่เข้าไปอยู่กรมก็น่าจะพอได้แล้ว น่าคือ ผลของการไม่รู้จักแก้ไข

ธรรมะบทสั้น ๆ จากครู ทำให้หนูระลึกกับตนเองว่า “ต้องทำให้เต็มที่”

เช้าวันเสาร์ ที่น้องครีมหอบกระเป๋าผมเผ้ากระเซอะกระเซิงมาอย่างน่ารักยามเช้า ทันรับข้าวที่ศาลาลานธรรมพร้อม ๆ กัน เป็นภาพประทับใจของหนูมากที่น้องมีความพยายามมาอย่างแจ่มใสเบิกบาน หน้าเปื้อนด้วยรอยยิ้ม

สาย ๆ หลังรับข้าว เสร็จระหว่างล้างบาตร น้องแพรก็มากับครอบครัว ครูเมตตานำแนะนำสถานที่ หนูจัดแจงตัดผ้าถุงให้น้องแพร กิจกรรมก็ดำเนินไปตามที่แม่ครูเมตตาให้โอกาส เย็นย่ำมีมาอีก 3 คน คือ น้องกิ่ง น้องแป้ง และน้องกาญจ์ เป็นอะไรที่ ทึ่งมาก ครูนำพาทุกคนให้ได้ทำประโยชน์ ทำกิจกรรมล้างห้องน้ำ ทำความสะอาดสถานที่ แล้วก็พาทำลูกประคบและสมุนไพรอบตัว ถวายพระ



 คือความเต็มอิ่มของทุกอย่าง แล้วก็นำพาแม่ออกน้อยออกมาทำวัตรเย็นรวมที่ศาลา 4 ให้หนูและน้องภัสพาเด็ก ๆมาทำกับข้าวตอนตีสี่ และพาเด็ก ๆทำวัตรเช้ารวมกับเด็กคุมประพฤติที่มาเข้าคอร์สอบรม รวมถึงสังกะสีน้อย พอได้เวลาก็พาไปรับข้าวที่ลานธรรม



  หน้าที่ของหนูคือ ทำอย่างไร แม่ออกน้อยจึงจะมีบริขารครบ มีผ้าปิดบาตรผ้ารองนั่ง หากใครหนาวก็ต้องมีเสื้อแขนยาวสีขาว หนูยอมรับว่า “เหนื่อยค่ะ” แต่ก็อิ่มใจกับสิ่งต่าง ๆที่ได้ทำเพราะเต็มที่ วิถีที่ครูเมตตานำพาทุกคนช่วยหล่อหลอมทุกคนให้อยู่รวมกันได้ ตอนที่พาเด็ก ๆ ออกมาจัดที่นั่ง ณ ลานธรรม หนูรู้สึกเหนื่อย ปิ๊งขึ้นมาว่า

“ให้เด็ก ๆ เดินจงกรมออกไปจนถึงหน้าศาลา 4 ดีกว่า”

ได้ผลค่ะครู เป็นระเบียบเรียบร้อย เขาถูกฝึกมาดีมาเกี่ยวกับการเดินอย่างมีสติ หนูหันมองข้างหลังแล้วประทับใจ เด็กวัยขนาดนี้ มาฝึกฝนบำเพ็ญได้ขนาด เป็นบุญวาสนาของขาที่ได้มาเจอ “แม่ครูกะปุ๋ม”

  แม้จะรู้สึกเหนื่อยบ้าง แต่ลมหายใจ ที่ครูเตือนสติให้ระลึกถึง ช่วยหล่อเลี้ยงหนูให้พออยู่ได้”

แถมตอนก่อนลากลับบ้าน มีพี่ขอให้ถ่ายภาพรวมกับหลวงปู่ หนูรู้สึกปีติกับความท่านใจของพี่เขามาก ๆ จนรู้สึกว่า “มีพลัง”



พอเห็นภาพแล้วก็ประทับใจ อนุโมทนาสาธุกับครู ที่เมตตาให้โอกาสสั่งสอนและให้โอกาสหนูได้ทำสิ่งต่าง ๆ อย่างไร้เงื่อนไข เชื่ออย่างยิ่งว่า ผู้คนคงจะหลั่งไหลเข้ามาอีกมาก แต่หน้าที่ ๆ หนูพึงทำตามที่ครูมอบหมายคือ อำนวยความสะดวกเขาให้ดีที่สุด อาทิตย์นี้นี่เองทำให้หนูเข้าใจคำว่า “รับใช้”

นี่แหละคือคำว่า “รับใช้” ที่ใจหนูยอมรับ การทำทุกอย่างตลอดเสาร์ อาทิตย์ ที่ปฏิบัติต่อครู ปฏิบัติต่อเด็ก ๆ รับรู้กับตนเองได้ว่า ใจกระด้างน้อยลง และมั่นคงในเส้นทางมากขึ้น สาธุค่ะ