การบำเพ็ญบารมีการสร้างความดีนี้ พระพุทธเจ้าท่านให้เรามาแก้ไขที่ตัวเองอย่าไปแก้ไขคนอื่น “การสร้างบารมีต้องเน้นที่ตัวเอง ถ้าแก่คนอื่นนี้มันไม่ได้ไม่จบ...” การแก้ไขตัวเองมันอาจจะลำบากแต่ในช่วงต้น ๆ นี้แหละ แต่บั้นปลายมันสบาย ยิ่งหลายปียิ่งสบาย ไม่เหมือนที่ไปแก้ภายนอก แรกอาจจะสบายยิ่งนานไปยิ่งมีปัญหา


วันนี้เป็นวันส่งท้ายปีเก่าเพื่อตอนรับปีใหม่ คืนนี้เราจะมีสวดมนต์ตั้งแต่หลัง ๕ ทุ่มจนไปถึงหลังเที่ยงคืนเพื่อปฏิบัติบูชาพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ เพื่อสร้างความดี สร้างบารมี สร้างคุณธรรม สร้างความเป็นมงคลให้เกิดมีขึ้นแก่เรา 


ญาติโยมทุกคนเป็นผู้ที่ดีมาก ให้ความสำคัญแก่ตนเองในการประพฤติปฏิบัติธรรม ในการทำคุณงามความดี

พระพุทธเจ้าท่านให้พระให้เณร    ให้ญาติโยมรู้ความรู้สึกนึกคิดในการกระทำคำพูดของตัวเองที่ผ่านมา เพื่อจะได้แก้ไขปรับปรุง เพื่อจะให้ชีวิตของตนเองเป็นชีวิตที่ประเสริฐ...

เราทุกคนเป็นผู้ที่ประเสริฐเกิดมาเป็นมนุษย์พบพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เป็นมหามงคลแก่พวกเราทั้งหลาย 

มนุษย์แปลว่าผู้สร้างแต่คุณธรรมความดี ไม่ทำบาปทั้งปวง ทำกุศลให้ถึงพร้อม ถ้าเราเป็นคนก็ทำทั้งดีทั้งชั่วมั่วกันไปหมด…

เมื่อเรารู้กายวาจาใจของเราแล้ว เราก็จะได้ปรับปรุง ตั้งจิตอธิษฐานรับเอาแต่สิ่งที่ดีรับเอาแต่สิ่งที่เป็นมงคลไปประพฤติปฏิบัติในชีวิต


ชีวิตของเรานี้คือการทำงานเพื่ออัตภาพของตัวเอง เพื่อครอบครัว เพื่อพี่น้องวงศ์ตระกูล และเพื่อจิตใจเพื่อคุณธรรม

คนเราจะเจริญจะก้าวหน้าก็ต้องมีความตั้งใจตั้งมั่น มีความประพฤติปฏิบัติกายวาจาใจให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาท

พระพุทธเจ้าท่านได้ตรัสมงคลสูตรไว้ว่า “อะเสวะนาจะพาลานัง ปัณฑิตานัญจะเสวนา” ชีวิตของเราจะเจริญจะเป็นมงคลเราต้องคบคนดี ต้องคบกับบัณฑิต ชีวิตของเรา  ถ้าเราได้คุณพ่อคุณแม่เป็นคนดี มีสัมมาทิฐิ ตั้งมั่นในศีลในธรรม ชีวิตของเราก็จะตั้งอยู่ในความประเสริฐ ถ้าเราได้คบเพื่อนดี ๆ มีศีลมีธรรม ก็จะนำเข้าหาความประเสริฐ                   นำเข้าหามรรคผลนิพพาน


ชีวิตของทุก ๆ คนนี้ประเสริฐนะ... ได้พบพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า แม้แต่องค์พระพุทธเจ้าท่านได้เสด็จดับขันธปรินิพพานทางร่างกายแล้ว แต่หลักพระธรรมคำสั่งสอนนั้นก็ยังเหมือนเก่ายังเหมือนเดิม เพียงแต่เรามาปรับจิตใจเข้าหาพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า ชีวิตของเราก็จะเข้าถึงความประเสริฐเข้าถึงความเป็นมงคล

พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าเป็นของที่ประเสริฐมาก ทุกคนอย่าได้ประมาทมองข้ามของที่ดี ๆ ไป

ให้พากันสมาทานเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่ตั้ง เป็นตัวอย่าง บูชาผู้ที่ควรบูชา ได้แก่ ท่านผู้นั้นเป็นคนดีมีศีลมีธรรมมีคุณธรรม เช่นชีวิตของเราทุกๆ คนต้องตั้งมั่นในคุณพระรัตนตรัย กราบพระไหว้พระ ทำวัตรเช้าวัตรเย็น เคารพในครูบาอาจารย์  เคารพในบิดามารดา ความดีก็จะเกิดขึ้นแก่เรา ไม่ให้เป็นคนขี้เกียจขี้คร้าน เข้าที่นอนก็หลับตาลงนอนเลย พระก็ไม่กราบไม่ไหว้ อย่างนั้นไม่ได้ อย่างนั้นไม่ถูก ก่อนหลับก่อนนอนต้องสวดมนต์ ต้องไหว้พระ นั่งสมาธิ ทำจิตใจให้เป็นหนึ่ง... 

พ่อแม่เราเป็นบุคคลที่ประเสริฐที่เลี้ยงดูเรามาตั้งแต่เล็ก ๆ จนเราเติบโตมาหาเลี้ยงตัวเองได้ ลูก ๆ  ทุกคนก็ต้องดูแลอุปัฏฐากพ่อแม่  ถึงพ่อแม่จะมีพออยู่พอกิน  เราเป็นลูกเราก็ต้องอุปัฏฐาก

Large_tonkla064

พระพุทธเจ้าทุก ๆ พระองค์ท่านเป็นผู้ตั้งมั่นในกตัญญูกตเวทีท่านจึงได้เป็นพระพุทธเจ้า พระอรหันต์สาวกท่านก็เป็นผู้ตั้งมั่นในกตัญญูกตเวทีท่านจึงได้เป็นพระอรหันต์ 

ให้เราดูตัวอย่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ท่านตั้งมั่นในกตัญญูกตเวที  ท่านจึงเป็นผู้ที่เหมาะสมที่จะเป็นบุคคลที่ชาวไทยและชาวโลกเคารพกราบไหว้นับถือบูชา

คนจีน บรรพบุรุษของคนจีมีหลายตระกูลที่มั่นคง ท่านเหล่านั้นก็เป็นผู้เลิศในกตัญญูกตเวที

ชีวิตของทุก ๆ คนจะเป็นชีวิตที่ประเสริฐได้ต้องเป็นผู้ที่รู้จักการให้ทานการเสียสละ

พระพุทธเจ้าท่านให้เราทุกคนถือคติว่า “เราเกิดมาเพื่อเป็นผู้ให้เป็นผู้เสียสละ...” เราสละสิ่งของเงินทองหรือสละแรงกายเพื่อทำการทำงาน 


“ธรรมที่ยิ่งใหญ่ก็คือธรรมที่เสียสละ...” 

ถ้าเราไม่เป็นคนเสียสละ เราก็จะเป็นคนขี้เกียจขี้คร้าน ติดสุขติดสบาย รับผิดชอบน้อย อยู่ในครอบครัวก็ไม่มีความสุขเพราะเราไม่ได้เสียสละ เป็นคนมีโลกส่วนตัวมากคนมีโลกส่วนตัวเยอะ

ให้เราเสียสละให้กัน ทั้งเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้แก่กัน...

ความอยากความไม่พอกิเลสนี้นะ ความโกรธ คนที่เราไม่ชอบ คนที่เราเกลียดไม่ชอบ เราก็ให้อภัยเขา ให้อภัยทาน

เรื่องการงาน เรื่องเพื่อนฝูง  ญาติพี่น้องวงศ์ตระกูล  ทุกคนรักเรามีความสุขเพราะเราได้เสียสละ อยากให้เราอยู่ด้วยทุกครั้ง

พระพุทธเจ้าท่านให้เราเป็นคนดี เป็นคนเสียสละ คนไม่เสียสละเพราะมันอัตตาตัวตนเยอะ มันนำความเครียดมาสู่เรา 

ปัญหาต่าง ๆ นานา  ของเสีย ๆ  ต้องเอาออกจากใจของเรา  เอาออกจากกายวาจาของเรา ของไม่ดีก็ทิ้งมันไปไม่ต้องเสียดาย “เปลี่ยนแปลงตนเองไปในทางที่ดี ๆ ให้ได้...”


คนเรามันมีแต่จะเอานะ... รักษาศีลก็ยังเพื่อจะเป็นผู้เอาอีกนะ เอามรรคผลพระนิพพาน 

ความจริงการรักษาศีลนั้นเพื่อเสียสละ ทำสมาธิก็เพื่อเสียสละ ละตัวละตนจนจิตใจสงบเป็นสมาธิได้

คนเราเงินก็มีเยอะ ลาภก็มีเยอะ ลูกก็เป็นคนดี แต่เราไม่มีความสุข ก็เพราะเราไม่ได้เสียสละ เพราะอัตตาตัวตนของเรา

คนเราถ้าไม่ได้เสียสละ สวรรค์มรรคผลพระนิพพานก็ไม่ได้เพราะไม่ได้เสียสละ...

“พระเรา เณรเรา โยมเรา ให้เป็นผู้เสียสละ” เทวดาเคารพนับถือผู้เสียสละ  คนไม่เสียสละเป็นผู้นำไม่ได้ “พ่อแม่ไม่ดี บรรทุกแต่ความเครียด สั่งสมแต่ความเครียด...!”

มีญาติโยมหลายคนอยากพากันรักษาศีล เพราะศีลเป็นของดีของประเสริฐแต่ยังมีความไม่เข้าใจในการรักษาศีลอยู่ เพราะธรรมทั้งหลายทั้งปวงมีเหตุมีปัจจัย 

ศีลนี้เปรียบเสมือนแผ่นดิน ถ้าไม่มีแผ่นดินตัวเราก็อยู่ไม่ได้ ต้นไม้ต่าง ๆ ก็อยู่ไม่ได้


ศีลนี้พระพุทธเจ้าท่านตรัสไว้ต่าง ๆ แต่ละข้อนั้นเน้นไปที่เจตนา ให้เรามีเจตนาที่จะรักษาศีล ไม่ให้ศีลด่างศีลพร้อยศีลเศร้าหมอง เราเน้นไปที่ใจของเราเลยที่เจตนาของเราเลย ถ้าเราไม่มีเจตนาที่จะผิดศีลท่านก็ถือว่าเราไม่ผิด...


การรักษาศีล คือการรักษาใจรักษาเจตนานั่นแหละ...

รักษาเจตนาให้ดี ๆ ว่าเราจะไม่คิด ไม่พูด ไม่ทำ หรือจะสั่งให้คนอื่นทำ 

ศีลที่ไม่มีเจตนาแต่ก็ผิดศีลนั้นได้แก่พวกเหล้าเบียร์ เราจะมีเจตนาหรือไม่เจตนาก็ต้องผิด พระพุทธเจ้าท่านให้เราสำรวมระวัง เราจะดื่มพอเป็นเกียรติก็ผิด เพราะว่าเครื่องดื่มที่เป็นแอลกอฮอล์ ใครจะรู้หรือไม่รู้มันก็เมาทั้งนั้น 

อานิสงส์ในการรักษาศีลนี้มีมาก ในแต่ละข้อมีมาก บรรยายหลายชั่วโมงก็ยังไม่จบ 

ศีลได้แก่สิ่งที่ปราศจากความโลภความโกรธความหลง ปราศจากทิฐิมานะอัตตาตัวตน 

คนเรามันทำตามใจตามอารมณ์ตามกิเลสของตัวเอง มันจึงมีเรื่องมีปัญหา

ศีลคือทางสายกลาง ปราศจากความโลภความโกรธความหลง ปราศจากอคติทั้ง ๔ ไม่มีทิฐิมานะของเราไปเกี่ยวข้อง “ศีลจึงเป็นรากฐานของการเกิดสมาธิ” ผู้ที่ประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อมุ่งมรรคผลพระนิพพานต้องเน้นที่ศีลให้สะอาดบริสุทธิ์ เน้นมาหาใจหาเจตนา... 


ศีล ๕ ก็คือคุณสมบัติของญาติโยม ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ เป็นคุณสมบัติของผู้ถือเนกขัมมะ...

คนเรามันเอาความสุขจาก ๒ อย่าง คือเอาความสุขจากการทำตามใจทำตามอารมณ์แล้วเราจะได้มีความสุข แต่การทำตามใจตามอารมณ์ตามความอยากของตัวเองนั้น  มันทำให้เรามีโทษ ทำให้เราทำบาป ได้ท่องเที่ยวในวัฏฏะสงสาร และความสุขอีกอย่างหนึ่งคือความสุขทางจิตใจ คือจิตใจของเราเป็นอิสระไม่ตกอยู่ในอำนาจของกิเลสที่มันบีบบังคับกดดัน  

ความสุขจะเกิดได้มาจากศีล มาจากสมาธิ มาจากปัญญารู้จักรู้แจ้ง มีสมาธิเข้มแข็ง  ไม่ตามใจตัวเอง หยุดตัวเองด้วยการเป็นผู้มีศีลปฏิบัติศีล หยุดตัวเองด้วยความหนักแน่นไม่หวั่นไหว ไม่ง่อนแง่นคลอนแคลน ไม่ฟุ้งซ่าน เห็นโทษเห็นภัยในวัฏฏะสงสาร

ความดับทุกข์... พระพุทธเจ้าท่านก็ให้เราดับทุกข์ทั้งกายทั้งใจ เราดับทุกข์ทางกายด้วยการตั้งมั่นในศีล ไม่ให้เราผิดศีล ไม่ให้เราเอาความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น

การประกอบอาชีพของเรา ท่านห้ามไว้หลายอย่าง เช่น ขายเหล้า ขายเบียร์ ค้าขายชีวิตของผู้อื่น ขายอาวุธ ปืน ระเบิด ขายยาพิษ การพนัน ฯลฯ 


การบำเพ็ญบารมีการสร้างความดีนี้ พระพุทธเจ้าท่านให้เรามาแก้ไขที่ตัวเองอย่าไปแก้ไขคนอื่น “การสร้างบารมีต้องเน้นที่ตัวเอง ถ้าแก่คนอื่นนี้มันไม่ได้ไม่จบ...”


หลักของการบำเพ็ญบารมีก็คือการแก้ไขตัวเองตั้งแต่ความคิดกิริยามารยาทถึงจะเหนื่อยจะยากลำบากเราก็ต้องมาแก้ที่ตัวเอง 

การแก้ไขตัวเองมันอาจจะลำบากแต่ในช่วงต้น ๆ นี้แหละ แต่บั้นปลายมันสบาย ยิ่งหลายปียิ่งสบาย ไม่เหมือนที่ไปแก้ภายนอก แรกอาจจะสบายยิ่งนานไปยิ่งมีปัญหา 

การที่เราไปเรียนไปศึกษาภายนอก เราจะเรียนมากมายก่ายกอง สิ่งต่าง ๆ มีมาไม่จบ เรียนเท่าไหร่ก็ไม่จบ “สิ่งที่จะเรียนจบได้คือมาแก้ที่ตัวเอง...”


พระธรรมคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ที่องค์พ่อแม่ครูอาจารย์เมตตาให้นำมาบรรยาย

คืนวันจันทร์ที่ ๓๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๕๕