การปฏิรูปการเรียนรู้ : ความสำเร็จของการปฏิรูปการศึกษา
การปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อผู้เรียนสำคัญที่สุด
โลกของความเป็นจริงมีความเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ตลอดเวลาและไม่มีวันที่สิ้นสุด หากเราถือว่าการเรียนรู้คือชีวิต และชีวิตคือการเรียนรู้ การดำรงชีวิตของมนุษย์จึงต้องอาศัยการเรียนรู้เพื่อให้สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้น การเรียนรู้จึงเป็นครรลองของชีวิตที่เกิดได้ทุกแห่งทุกเวลา ต่อเนื่องยาวนานตลอดชีวิตตั้งแต่ปฏิสนธิ จนกระทั่งสิ้นชีวิต เริ่มจากการเรียนรู้จากครอบครัว ชุมชน ศูนย์การเรียน โรงเรียนสถาบันศาสนา แหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ กว้างไกล ครอบคลุมสถานการณ์ของสังคมไทยและสังคมโลก
การปฏิรูปการเรียนรู้เพื่อการเรียนรู้ตลอด
หากเรายอมรับกันว่าการศึกษาคือเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทุก ๆ ด้าน นั่นก็หมายความว่าการศึกษาเป็นทั้งหลักการ เป้าหมาย กระบวนการและวิธีการสำหรับพัฒนาคนหรือทรัพยากรมนุษย์ เพราะการพัฒนาทุก ๆ ด้านดังที่กล่าวแล้วเป็นการพัฒนาที่มีคนเป็นศูนย์กลาง และมีคนเป็นกำลังสำคัญของการขับเคลื่อนกลไกและระบบต่าง ๆ ให้เดินไปพร้อมกัน ดังนั้น หากเราสามารถพัฒนามนุษย์ได้ตามความคาดหวัง จะส่งผลถึงความสำเร็จในการพัฒนาสังคมทุก ๆ ด้านไปพร้อมกัน
ช่วงชีวิตอายุ ๐-๖ ปี
จัดเป็นโอกาสทองของการเรียนรู้ เพราะสมองจะเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะช่วง ๓ ปีแรก หากได้รับการพัฒนาด้วยวิธีการที่ถูกต้อง จะช่วยพัฒนาเซลล์สมอง เจตคติต่อการเรียนรู้ และวางพื้นฐานของการเรียน ช่วยให้ทักษะการเรียนรู้พัฒนาไปได้ตลอดชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ
เด็กในวัยนี้ชอบเคลื่อนไหว สัมผัส ชอบเล่นใช้มือใช้เท้า เด็กชอบกิจกรรมการเล่น และการออกกำลังกาย เด็กชอบปั้นดิน ถอนหญ้า ปลูกต้นไม้ ฯลฯ เล่นและทำงานเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปพร้อมกัน วัยนี้การเล่นคือการเรียน
อายุ ๐-๖ ปี ช่วงชีวิตที่เต็มไปด้วยความคิดฝัน จินตนาการ วัยแห่งการสัมผัส ความปรารถนาที่จะเรียนรู้ สื่อสาร และเล่นร่วมกับผู้อื่น เป็นวัยเริ่มแรกที่จะวางรากฐานของชีวิตข้างหน้า ว่าจะพัฒนาไปได้ดีเพียงใด ครอบครัว คือ แหล่งการเรียนรู้ที่สำคัญที่สุด โดยเฉพาะพ่อแม่และบุคคลในครอบครัวดังนั้น การเตรียมการศึกษาสำหรับพ่อและแม่ในฐานะเป็นครูคนแรกของลูก จึงมีความสำคัญควบคู่ไปกับการสอนเด็กปฐมวัย
อายุ ๖–๒๔ ปี
ช่วงชีวิตวัยเรียนในสถานศึกษา การเรียนในช่วงนี้จะเป็นการเรียนเพื่อให้มีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมบูรณ์ ทั้ง ๔ ด้าน คือ ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์หรือจิตใจและด้านสังคมวัยเรียนในสถานศึกษา การเรียนในช่วงนี้จะเป็นการเรียนเพื่อให้มีพัฒนาการทุกด้านอย่างสมบูรณ์ ทั้ง ๔ ด้าน คือ ร่างกาย สติปัญญา อารมณ์sหรือจิตใจและด้านสังคม
ช่วงชีวิตในวันนี้เด็กเริ่มคิดเรื่องนามธรรม ใช้เหตุผลจำแนกความดี ความเลวได้ จึงควรมีโอกาสได้เรียนรู้ สัมผัส และสร้างประสบการณ์ ด้านภาษา การคิดคำนวณฯ ทักษะทางสังคม และวิทยาศาสตร์
แหล่งการเรียนรู้ของวัยนี้จะอยู่ที่ถานศึกษาเป็นหลัก แต่การเรียนรู้ที่จะต้องส่งเสริมให้มีมากขึ้นก็คือ การเรียนรู้จากครอบครัว ชุมชน สถานที่ต่าง ๆ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งการเรียนรู้จากเพื่อน ผู้นำชุมชน ปราชญ์ชาวบ้าน ฯลฯ
อายุ ๒๕–๖๐ ปี
ช่วงชีวิตวัยทำงาน สามารถเรียนรู้ได้จากสื่อการศึกษาตามอัธยาศัย ส่วนมากเป็นการเรียนรู้ได้จากงานอาชีพ สถานประกอบการ เพื่อร่วมงาน การท่องเที่ยว สื่อมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ สิ่งแวดล้อมและธรรมชาติ การเรียนรู้ของผู้ใหญ่เป็นการเรียนรู้จากประสบการณ์ และการแก้ปัญหา ซึ่งต้องพัฒนาสิตปัญญา ความสามารถ และคุณธรรมอยู่อย่างต่อเนื่อง
อายุ ๖๐ ปี ขึ้นไป
ช่วงชีวิตคนสูงอายุ สามารถเรียนรู้ได้หลากหลายผ่านกิจกรรมที่เหมาะสมกับวัย เช่น ศิลปะ ดนตรี กีฬาสำหรับผู้สูงอายุ งานหัตถกรรมและกิจกรรมทางสังคม รวมทั้งเป็นแหล่งข้อมูลสามารถค้นคว้าหาความรู้ และเป็นที่พึ่งทางภูมิปัญญาในชุมชนท้องถิ่น ทำงานอาสาสมัครในองค์กรชุมชน ชมรม สมาคมต่าง ๆ ซึ่งทำให้ชีวิตมีคุณค่าและทำประโยชน์แก่สังคม
แท้จริงแล้วแนวคิดการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนสำคัญที่สุดมิใช่เรื่องใหม่ หากแต่เป็นภูมิปัญญาไทยที่ได้พัฒนามาจากภูมิปัญญาพระพุทธศาสนา กล่าวคือแนวคิดเรื่องการศึกษาที่ให้ความสำคัญกับคน ด้วยหลักการดังกล่าวหลักคำสอนในพระพุทธศาสนาจึงมุ่นเน้นให้คนได้เรียนรู้และพัฒนาตนเอง ด้วยเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ว่าเป็นสัตว์ที่สามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ คนจึงเป็นทั้งศูนย์กลางการเรียนรู้ แหล่งการเรียนรู้และถ่ายทอดพัฒนาการเรียนรู้ไปพร้อม ๆ กัน
กระบวนการเรียนรู้ในแนววิถีพุทธ ได้พัฒนาเป็นการเรียนรู้แบบวิถีไทยในลักษณะของการอบรมสั่งสอน ขัดเกลาและบ่มเพาะ ซึมซับลักษณะนิสัย ถ่ายทอดปลุกฝังวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม สร้างเสริมวิชาการความรู้ ฝึกปฏิบัติให้เกิดความชำนาญ และส่งเสริมการคิดที่ถูกต้อง (สัมมาทิฏฐิ) ให้ลูกหลานเป็นคนคิดดี คิดชอบ รับผิดชอบต่อตนเองและรับผิดชอบต่อสังคม
อ้างอิงจาก
การประชุมสัมมนาการนิเทศติดตามและประเมินผลตามแนวปฏิรูปการเรียนรู้ กลุ่มสาระสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
จัดโดยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเพชรบุรี เขต ๑