การศึกษาเพื่อการพัฒนา

               เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม 2555 ได้มีโอกาสไปบรรยายแก่คณะครู  โดยการเชิญของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่ได้จัดอบรมพัฒนาครูผู้สอน ในวิชาต่าง ๆ ในระดับมัธยมศึกษา ที่ ภูเขางาม พาโนรามา จังหวัดนครนายก ที่เป็นรีสอร์ต สำหรับจัดอบรม และสัมมนา นอกสถานที่อันขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของจังหวัดนครนายก โดยงานมีการจัดตั้งแต่้วันที่ 17 - 19 ธันวาคม 2555 โดยแบ่งเป็นการอบรมทั้งในส่วนของวิชาการในภาพรวม และการอบรมเชิงปฏิบัติการเทคนิคการสอนตามกลุ่มสาระ

[ที่ภูเขางาม พาโนรามา บรรยากาศที่เต็มไปด้วยแมกไม้ และชายเขา]

[บ้านเป็นหลัง ๆ ที่เป็นที่พักวิทยากร และผู้เข้าอบรม]


[บรรยากาศประตูจับ ที่ภูเขางาม]

[ห้องพักสำหรับวิทยากร และคณะครูที่เข้ารับการอบรม]

           โดยส่วนตัวได้รับเชิญไปพูดแนะนำเทคนิคการสอนในกลุ่มสาระสังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม ร่วมกับคณะ คือ ผศ.ดร.พลับพลึง คงชนะ และ ดร.พรพรรณ โปร่งจิต ในส่วนของผู้เขียนเจาะจงไปที่ เทคนิคการสอนวิชาพระพุทธศาสนา อันเนื่องด้วยประสบการณ์ในการเขียนหลักสูตร ตั้งแต่ ป.1-ม.6 ในวิชาพระพุทธศาสนา และประสบการณ์การสอนระดับประถม และมัธยมอยู่หลายปี

            โดยคณะครูที่มาเข้ารับการอบรมมาจากหลายจังหวัดรวม ๆ กันประมาณเกือบ 200 คน/ท่าน โดยในวันสุดท้ายกระจายไปตามกลุ่มสาระที่คุณครูรับผิดชอบ ทั้งภาษาไทย วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ เป็นต้น ในส่วนสังคมศึกษา ก็มารวม ๆ กันนับได้ประมาณ 20 คน/ท่าน โดยมีครูจากหลายพื้นที่ อาทิ อยุธยา สระบุรี สระแก้ว กาญจนบุรี สุพรรณบุรี  นครนายก เป็นต้น 

            บรรยากาศการอบรม เป็นลักษณะของการแบ่งปันเล่าสู่กันฟังมากกว่า  โดยผู้บรรยายเริ่มด้วยการสอบถามว่าใครมีปัญหาอย่างไรในการสอน โดยให้เล่าประสบการณ์และการสอนทั้งส่วนที่เป็นปัญหา และผลประสบความสำเร็จ เพื่อให้ครูได้สะท้อนปัญหาจริงจากพื้นที่  ซึ่งข้อสรุปปัญหาของครูส่วนใหญ่จะคล้าย ๆ กัน คือ 

          (ก) ผู้สอนขาดความรู้ความเข้าใจต่อวิชาที่สอน ทำให้การสอนเป็นไปด้วยความยาก  จนไม่สามารถพัฒนาไปสู่การบูรณการในองค์รวมต่อความรู้พระพุทธศาสนาได้

         (ข) เนื้อหาข้อหลักธรรมจำนวนมาก เกินกว่าความรู้ความสามารถของครูผู้สอน  ทั้งที่ในความเป็นจริงหลักธรรมเหมือนใบโพธิ์ที่เป็นส่วนของต้นโพธิ์ แต่ครูขาดความรู้และความเชื่อมต่อการทำงานของหลักธรรมแต่ละตัว จึงทำให้เกิดความไม่เข้าใจและมองเป็นการสอนซ้ำ และย่ำอยู่กับที่ หรือมากเกินความจำเป็นไป

           ส่วนคำบอกเล่าของครูอื่น ๆ ที่ประสบความสำเร็จในการสอน เช่น

     (ก) การนำเด็กเข้าสู่การเรียนรู้จากประสบการณ์จริง ทั้งในบทบาทการสวดมนต์ ไหว้พระประจำวัน การเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงในการทำบุญพิธีกุศลพิธี ต่าง ๆ การส่งเสริมให้นักเรียนทำจิตอาสาในการพัฒนาตนเอง ชุมชน หรือการไปเป็นผู้อาสาในวัด  เป็นต้น ด้วยภาพลักษณ์เหล่านี้ เป็นการส่งเสริมให้เกิดการปฏิบัติในสถานที่จริงในวัด

       (ข) การใช้บุคลากรที่มีประสบการณ์ เช่น นิมนต์พระจากวัดที่อยู่ใกล้เคียงมาสอนวิชาพระพุทธศาสนา ซึ่งจะได้ทั้งในส่วนภาพลักษณ์ และประสบการณ์ตรงระหว่างพระกับนักเรียน หรือบทบาทของชาวพุทธที่นักเรียนจะพึงปฏิบัติได้ 

       (ค) การสร้างสถานการณ์สมมติจริงให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติ รวมทั้งออกแบบกิจกรรมที่เหมาะกับนักเรียนในการเรียนรู้พระพุทธศาสนา  เช่น การกิจกรรมอาสา กิจกรรมช่วยเหลือชุมชน และสังคม สมุดบันทึกความดี เป็นต้น เหล่านี้เป็นส่วนเสริมในการเรียนรู้พระพุทธศาสนา

       ทั้งหมดเป็นปัญหาและประสบการณ์ของแต่ละท่านในการแบ่งปันและเล่าสู่กันฟัง ซึ่งบรรยากาศก็เป็นการให้ครูให้ข้อมูลกันเอง แบ่งปันประสบการณ์ เหมือนพี่สอนน้อง เสียมากกว่า มากกว่าที่ผู้บรรยายจะไปบอกว่าครูต้องทำอย่างไร หรือใช้เทคนิคอะไร เพราะโดยลักษณะของวิชาพระพุทธศาสนา เป้าหมายเ็ป็นการเรียนรู้เพื่อเข้าใจ นำไปใช้ และไปสู่ผลปลายทางคือการกระทำดี เป็นคนดีอยุ่ในสังคมภาพกว้าง ที่ไม่เฉพาะสังคมในโรงเรียนเท่านั้น

      หน้าที่ของครู จึงต้องให้ความสำคัญ กับการปลูกฝัง เพื่อนำไปสู่การปฏิบัติ  ที่นอกเหนือจากการสอนเพื่อให้เรียนรู้เสียด้านเดียว  การสอนศาสนา จึงมีความแตกต่างในรายละเอียดกับวิชาอื่น ๆ พอสมควร ที่ครูนอกเหนือจากการเป็นผู้สอนแล้ว การเป็นต้นแบบ "พูดอย่างไรทำอย่างนั้น สอนอย่างไรปฏิบัติอย่างนั้น" จึงเป็นความจำของการสอนวิชาศาสนาด้วย


[หนังสือเชิญเป็นวิทยากรจาก คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ]

[ตารางการอบรมในแต่ละวัน]

บรรยากาศการอบรม "เทคนิคการสอนพระพุทธศาสนา" ที่ ภูเขางาม พาโนโรมา ในเวลา 9.00-10.30 น.

บรรยาย "เทคนิคการสอนวิชาประวัติศาสตร์" โดย ผศ.ดร.พลับพลึง คงชนะ ที่ปรึกษาสถาบันศิลปะและวัฒนธรรม
มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนดุสิต

การบรรยาย อาเซียนกับการเตรียมความพร้อมเป็นอาเซียน
โดย ดร.พรพรรณ โปร่งจิต  ภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ


บันทีกไว้เมื่อไปนครนายก

18-19 ธันวาคม 55
-โมไนย พจน์-