ผมตามข่าวที่ผู้นำ และคนไทยจำนวนมาก ชื่นชมตนเองว่าประเทศไทยมีความสำคัญมากๆ ขนาดประธานาธิบดี สหรัฐฯ และ

นายกรัฐมนตรีจีนมาเยือนไทยอย่างเป็นทางการภายในระยะเวลา๑๐วัน  ผมรู้สึกตระหนกที่เห็นการแสดงออกชูตนเองของไทยในครั้งนั้น

   ช่างไม่มีใครติดตาม การแผ่ขยายอิทธิพลของจีนสู่คาบสมุทรอินโดจีน และ เอเซียอาคเณย์ ตลอด ๕ปีที่ผ่านมาบ้างเลยหรือ

 ช่างไม่มีใครอ่านเกมของอเมริกาออกเลย หรือว่า ทำไมจึงไปทำญาติดี กับคู่อาฆาตอย่างเวียตนาม หรือ ไปจับมือยกมหันตโทษให้

  กับเมียนมาร์ที่ตนคว่ำบาตรทุกเรื่องประณามทุกเรื่องที่คณะทหารทำตลอด ๒๐ ปีที่ผ่านมา ในชั่วพริบตาเดียว หรือมาทำใจดีหลอก

  ทหารไทยเรื่องสนธิสัญญาป้องกันร่วมกันที่ทำไว้เกือบ ๖๐ปีมาแล้ว และปฏิเสธที่จะใช้สัญญานั้นเพื่อช่วยไทยขณะพิพาทกับกัมพูชา

     สัญญาณ และ การกระทำเชิงสัญลักษณ์ ทั้งปวงของ อเมริกาก็ คือ ก่อสงครามเย็น กับจีน ในท่วงทำนองเดียวกับสงครามเย็น

 ครั้งที่ ๑ในยุโรป กับสหภาพโซเวียตยุค ๑๙๕๐ แน่นอน สหรัฐรู้จิตวิทยาผู้นำไทย และคนไทย ว่าชอบมีหน้าที่ใหญ่กว่าตัวจริง

     ยุค ๒๕๐๔ เขายอให้ไทยเป็น " รัฐด่านหน้า " ในการต่อต้านลัทธิที่เป็นปฏิปักษ์กับเขา ไทยก็หน้าบานยกบ้านให้เป็นฐานทัพของเขา

 แถมยอมเป็นแหล่งปลดปล่อยกามของทหารของเขานับแสนๆคนอีก

      ยุค ๒๕๕๕ ไทยยังไม่เข็ดหลาบจำอีก หรือ ?

       ผู้ได้ประโยชน์มหาศาล ยุคก่อน คือ สิงคโปร์  ญี่ปุ่น. ผู้เสียหายมหาศาล คือไทย ที่ต้องรับมือกับสงครามก่อการร้ายที่ขยายวง

มาจากอินโดจีน  แถมได้วัฒนธรรมการท่องเที่ยวเชิงกามารมณ์ที่บ่อนทำลายสังคมไทยถึงรากเหง้ามาจนทุกวันนี้

      คนไทยที่มีสตางค์ ( มากๆๆ ) ยังพอมีสติ ( และปัญญา  ) ที่จะไม่ต้องรับใช้ทั้งอเมริกา และจีน ในสงครามเย็นของพวกเขาบ้างไหม?

      เวียตนามควรจะเป็น " รัฐด่านหน้า " ในสงครามเย็นครั้งที่ ๒ นี้ แต่ทำไมเขาจึงสงวนท่าทีไม่กระดี๊กระด๊า เท่าพี่ไทยเลย

    ในเวียตนามก็มีทั้ง ต้นยอ และ ยอ ( จับปลา ) มากมายพอๆกับไทย แต่ทำไมยอของเขาจึงกระดกช้ากว่าของเรา ?