นักคิด/นักวิจารณ์/ปัญญาชนไทย ผู้สนใจการเมือง จำนวนไม่น้อยที่สร้างชื่อ และ เลี้ยงชีพ จากการวิเคราะห์วิจราณ์ การกระทำของ
นักการเมือง ด้วยวาทะโวหาร หรือ บางทฤษฎี ด้านเดียวที่มุ่งปลุกเร้า อารมณ์ มากกว่าให้ความจริง และเหตุผล ที่เป็นแก่นแท้
มีสักกี่คนที่ ใช้ศาสตร์ของ จิตวิทยา วิเคราะห์ ว่า " ดาวการเมือง " ของไทยแต่ละคน ทุกยุคสมัย มีตัวตนแก่นแท้อย่างไร และเขาสร้าง
"เปลือกสังคม " ห่อหุ้มตัวตน และ เจตนาแท้จริงของเขาไว้กี่ชั้น แต่ละชั้นสดสวย น่าเชื่อถือ ทั้งนั้น. อีกทั้งเส้นทางก้าวสู่อำนาจน่าชื่นชม
หรือน่าขยะแขยงเพียงใด
ถ้าสังคมไทยยังพอใจกับ " เปลือก " มากกว่า " แก่น ". อย่างที่เป็นอยู่. ก็เลิกเป็น" เวไนยสัตว์ " กันเถิด ปล่อยให้ประเทศชาติถูก
กระทำชำเราต่อไป
ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ สรุปว่า " การกระทำที่ปรากฎ ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงจูงใจ " และ"แรงจูงใจ เกิดจากเงื่อนไขทางจิต "
ทฤษฎี ทางจิตวิเคราะห์เชิงสังคมที่ เป็นที่ยอมรับกันมาอย่างยาวนานและยังทันสมัยอยู่ คือ Erikson 's Psycho - social
Theory of Personality " ซึ่งอธิบายวิวัฒนาการของบุคิกภาพของแต่ละบุคคลตั้งแต่แรกเกิดจนตาย ได้อย่างชัดเจน ยิ่งถ้า
ผนวกด้วยหลักพุทธศาสตร์ ที่ว่าด้วย " อนุสัย " แล้วยิ่งวิเคราะห์ได้ทะลุปรุโปร่งทีเดียว
แบบฝึกหัด : จงวิเคราะห์ " เจตนา ที่แท้จริง ". ของนักการเมืองต่อไปนี้
๑) บุคคลที่ล้มอำนาจพระมหากษัตริย์ได้แล้ว ก็เปลี่ยนมารยาทสังคมแบบจารีต ; เลิกสรรพนามที่แสดงลำดับชั้นศักดินา ;
เลิกตัวอักษรที่ใช้มากในตำราโบราณ และ ศาสนา ; สร้างสถานีเติมน้ำมันข้างศาลหลักเมือง และจัดห้อง ขี้- เยี่ยวติดกับตัวศาล?
๒) บุคคลผู้ล้มอำนาจพระมหากษัตริย์ ร่วมสมัยกับคนที่๑). เขียนวิธีให้ ชาวนา และกรรมกรทุกคนเป็น " พนักงานรัฐ " มีเงินเดือน
กินที่แน่นอน ทำงานในนาของรัฐ. ในโรงงานของรัฐ. ฯลฯ ?
๓)นายทหารหัวหน้าคณะรัฐประหารผู้ร้องไห้ สงสารทหารไทยที่ถูกส่งไปรบที่ เชียงตุง พอประกาศเลืกสงครามก็ถูกทิ้งให้เดินกลับ
ภูมิลำเนาเอง ตลอดระยะทาง ๒๐๐๐( สองพัน) กม. ต้องอดหยากขอทานชาวบ้านกิน. แต่เขาผู้ร้องไห้ได้สร้างตนและเครือญาติบริวาร
เป็นมหาเศรษฐีได้ภายใน ๑๐ปี. ?
๔) ปัญญาชนนักต่อสู้เผด็จการทหารเพื่อ "ประชาธิปไตย " แต่เมื่อได้อำนาจรัฐโดยการเลือกตั้งแล้ว ร่วมมือกับทหารซื้ออาวุธ
ด้อยคุณภาพอย่างสะดวกดาย
๕) นักวิชาการรัฐศาสตร์ผู้วิพาวิจารณ์เผด็จการอย่างหยาบคาย กลับยอมรับตำแหน่งกระบอกเสียงให้รัฐบาลทหารตั้งอย่างไร้ยางอาย
ฯลฯ
แม้ระดับนานาชาติก็มีตัวอย่างมากมาย เห็นๆรู้ๆกันอยู่
จริงหรือที่คนไทยยุคนี้ต้องการ การเมืองที่น่ารังเกียจน้อยกว่าปัจจุบัน ?
ถ้าต้องการจริง ช่วยกันศึกษาวิเคราะห์ นักการเมือง ด้วย. รัฐพฤติกรรมศาสตร์ สิครับ