สติและสมาธิ เป็นของคู่กัน เกื้อกูลกัน ผู้ปฏิบัติย่อมรู้ดี จากที่พบเห็น 

สติ คือ เรื่องที่เราอยู่กับปัจจุบันขณะ สิ่งที่ยากคือการทำให้มีสติอยู่กับปัจจุบันทุกชั่วขณะ เมื่อเราฝึกสมาธิบ่อยๆ จะทำให้เกิดสติเกิดขึ้นในปัจจุบันขณะบ่อยขึ้น ขณะเดินก็รู้ว่าเดิน ขณะนั่งก็รู้ว่านั่ง รู้สึกถึงลมหายใจที่เคลื่อนผ่านจมูก แต่ผมไม่รู้ว่าสองสิ่งนี้ (สติ สมาธิ) เกื้อหนุนกันเพราะเหตุใด 

สมาธิ เป็นการจดจ่อ หรือหยุดนิ่งอยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง อาจเป็นงานที่ทำ ดนตรีที่กำลังเล่น หรือความว่างเปล่าในขณะนั่งนิ่ง สมาธิมาจากกายและจิตที่สงบ 

กายจะสงบได้ มาจาก 3 ส่วน ประกอบด้วย การบริโภค , การพักผ่อน และการออกกำลังของกาย 

การบริโภค เพื่อเกื้อหนุนสมาธิ ทำให้กายสงบ ต้องบริโภคแต่น้อย พระที่ฝึกวิปัสสนา มักฉันมื้อเดียว ฝึกกินให้ "เกือบอิ่ม" (เมื่อใกล้อิ่มให้หยุดกิน) พยายามลดอาหารที่มาจากสิ่งมีชีวิต การบริโภคแต่น้อย ทำให้กายสงบ กายที่ไม่สงบ จะแสดงออกขณะนั่งสมาธิ แสดงออกโดยการรู้สึกคันตามตัว เหมือนมีสัตว์มาไต่ นั่งแล้วรู้สึกปวดหลัง ปวดคอ ผู้ฝึกมักทนความเป็นทุกข์จากกายไม่ได้ 

การพักผ่อน การพักผ่อนที่เพียงพอ นอนแต่หัวค่ำ จะทำให้มีความอดทนในการฝึกสมาธิ ตรงนี้สำคัญ ถ้าเราฝึกสมาธิได้ไม่นาน บ่อยๆครั้งขึ้น เกิดความท้อถอย ขาดกำลังใจในการฝึก จนต้องหยุดฝึก

การออกกำลังของกาย การเคลื่อนไหวร่างกายที่เพียงพอ ช่วยลดการปวดเมื่อย โครงร่างของร่างกายผ่อนคลาย ทำให้ฝึกสมาธิได้นานขึ้น

3 เรื่องนี้ (การบริโภค , การพักผ่อน , การออกกำลังของกาย) ว่าด้วยเรื่องกายสงบ เป็นส่วนพื้นฐาน 

ส่วนที่ 2 ว่าด้วยจิตสงบ ผู้อยู่ในโลกีย จิตสงบยาก เพราะมีเรื่องที่ต้องให้คิด และผ่านเข้ามาให้คิดเสมอ พระวิปัสสนา มักจะหาแยกตัว หาที่สงบ เพื่อทำให้จิตสงบ ไม่ยุ่งเรื่องทางโลก แต่เราผู้ที่อยู่ทางโลก ต้องหามุมสงบ เข้าสู่ธรรมชาติ เพื่อทำให้จิตสงบ ไม่ฟุ้งซ่านขณะฝึกสมาธิ การสกัดกั้นจิต (ความคิดฟุ้งซ่าน) ที่ไม่สงบ เราใช้สติเป็นตัวสกัด ดึงกลับมาที่ลมหายใจ 

สติเคียงคู่สมาธิ ในสายตาที่ผมเห็น