แฮนซอมโก่จาเป็นประเพณีที่ชาวไต ( ไทยใหญ่ )ได้จัดทำต่อ ๆสืบทอดกันมาแต่บรรพบุรุษเพื่อเป็นการทำบุญอุทิศส่วนกุศลไปให้แผ้ที่ล่วงลับไปแล้วซึ่งจะจัดทำบุญกันในช่วงเวลาระหว่างวันขึ้น 1 ค่ำเดือน 11 ถึงวันแรม 14 ค่ำ เดิอน11ซึ่งในพิธีการแฮนซอมโก่จานี้จะต้องมีตำข่อนอุทิศให้แก่ผ้ตายคนละอัน ซึ่งตำข่อนนี้จะมีตำนานเรื่องเล่าต่อกันมาดังนี้ นานมาแล้วยังมีกาเผือกสองตัวผัวเมียทำรังอาศัยอยู่บนต้นมะเดื่อและนางกาเผือกได้ออกไข่ห้าฟอง นางกาเผือกต้องอยู่คอยฟักไข่กาตัวผ้จึงตองออกหาอาหาร วันหนึ่งนายพรานได้ยิงกาตัวผู้ตายทำให้นางกาเผือกต้องออกหาอาหารกินเองวันหนึ่งขณะที่นางกาเผือกออกไปหาอาหารนั้นได้เกิดพายุใหญ่พัดมาทำให้ต้นมะเดื่อหักโค่นลงในแม่น้ำและได้พัดเอาไข่ของนางกาเผือกไหลไปตามน้ำโดยไข่ใบที่หนึ่งได้ถูกแม่ไก่เก็บไปเลี้ยงไว้ ไข่ใบที่สองแม่วัวได้เก็บมาเลี้ยง ไข่ใบที่สามแม่เต่าเก็บมาเลี้ยง ไข่ใบที่สี่ คนซักผ้าเก็บไปเลี้ยง และใบที่ห้าได้ถูกแม่พญานาคนำไปเลี้ยง พอไข่กาเผือกแตกได้กลายเป็นคนทั้ง ห้าคน คนที่หนึ่งชื่อว่า กอกะสั่น  คนที่สองชื่อว่า  กอหน่ากุ่ง คนที่สามชื่อว่า กั๊ดซะป๊ะ คนที่สิ่ชื่อว่า กอตะม้า คนที่ห้าชื่อว่าอะริมิเต่ย่าพอโตเป็นหนุ่มก็ได้ขออนุญาตแม่ที่เก็บมาเลี้ยงเพื่อไปหาอาจารย์สอนวิชาต่าง ๆ ให้ และทั้งห้าคนก็ได้ไปเรียนในที่เดียวกันซึ่งพอเล่าเรียนเสร็จแล้วพวกเขาทั้งห้าก็ได้ซักถามกันว่ามาจากไหนกันบ้างและต่างก็ได้เล่าเรื่องของตนให้กันฟัง จากนั้นทั้งห้าคนก็ได้ตั้งจิตอธิฐานโดยนำข้าวมาวางไว้เพื่อที่ขะได้พบพ่อแม่ จนถึงวันออกพรรษาก็ได้มีนางกาเผือกมากินข้าที่ทั้งห้าได้อธิฐานไว้จึงได้ร้ว่าพ่อแม่ของตนคือกาเผือก แล้วทั้งห้าคนจึงได้ทำตำข่อนเพื่ออุทิศส่วนกุศลและระลึกถึงให้พ่อแม่ แม่บุญธรรมที่ได้เลี้ยงดูมาโดยการทำสัญลักษณ์บนตำข่อนให้ครบทุกคน ชาวไต จึงยึดถือเอาเป็นประเพณีแฮนซอมโก่จามาจนทุกวันนี้