การจัดงาน การนำเสนอผลงานวิจัยแห่งชาติ 2549 หรือ Thailand Research Expo 2006 ที่จัดโดย สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ระหว่างวันที่ 9 -13 กันยายน 2549 รวม 5 วัน ณ Sky Hall และห้องบางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงครองสิริราชสมบัติ 60 ปี โดยมุ่งเน้นการแสดงให้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านการวิจัย ด้วยการนำโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ โดยเฉพาะ โครงการฝนหลวง ซึ่งมีความโดดเด่นยอดเยี่ยมและสำนักสิทธิบัตรยุโรปได้ออกสิทธิบัตรถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รูปแบบการจัดงานแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ มีการจัดนิทรรศการการแสดงต้นแบบการเรียนรู้โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริแบบ Interaction นิทรรศการบทบาทและผลงานของ วช. ในทุกขอบข่าย และนิทรรศการองค์กรเกี่ยวข้องในระบบวิจัยหน่วยงานพันธมิตรเครือข่ายและเอกชน เป็นงานที่ไม่ต้องเสียค่าลงทะเบียนนักวิจัยและผู้สนใจทั่วไปสามารถลงทะเบียนร่วมงานได้ตลอดระยะเวลา 5 วัน

          การเปิดงานเป็นไปอย่างยิ่งใหญ่โดย ศาสตราจารย์นายแพทย์สุชัย เจริญรัตนกุล รองนายกรัฐมนตรี มีผู้เข้าร่วมประมาณ 2,000 คน หลังการเปิดงาน มีการมอบรางวัล 2005 TWAS Prize for Young Scientists in Thailand และมีการอภิปรายระดับชาติ เรื่อง การวิจัยแบบไหนตอบโจทย์สังคมไทย โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. ยงยุทธ ยุทธวงศ์ ศาสตราจารย์ ดร. กระมล ทองธรรมชาติ และ ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา ดำเนินอภิปรายโดย นายอดิศักดิ์ ศรีสม การอภิปรายดังกล่าวได้ให้แนวคิดที่เป็นประโยชน์แก่ผู้เข้าร่วมงานเป็นอันมาก รวมทั้งการนำเสนอผลงานในกลุ่มย่อยเกี่ยวกับยุทธศาสตร์กับการวิจัยเพื่อการขับเคลื่อนพัฒนา ฉบับที่ 10 ได้มีการเน้นหัวข้อเป็นเรื่อง ยุทธศาสตร์การวิจัยทางสังคมเพื่อการขับเคลื่อนแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 และได้รับแจ้งจากวิทยากรว่าแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี เรียบร้อยแล้ว ไม่เป็นร่างอีกต่อไป และท่านได้อธิบายว่า แผนฯ ดังกล่าวไม่ใช่แผนของรัฐบาล เป็นแผนที่เรียกว่าเป็น แผนของแผ่นดิน เกิดจากภาคีการพัฒนาทุกฝ่าย สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของชาติเป็นผู้รับประเด็นชี้นำจากทุกฝ่าย แล้วรับคำสั่งไปดำเนินการ เป็นแผนที่มีพระปรมาภิไธยของพระเจ้าอยู่หัว จึงเรียกว่าเป็น แผนของแผ่นดิน นอกจากนี้การจัดงานยังมีการเปลี่ยนแปลงบางหัวข้อ ซึ่งได้ให้ผู้ที่ได้รับทุนจาก วช. นำเสนอผลงาน อย่างเช่น เรื่อง เกี่ยวกับเป้าหมายสาขาวิทยาศาสตร์กายภาพและคณิตศาสตร์ในอีก 3 ปีข้างหน้า ทางผู้จัดได้นำผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับระบบเตือนภัยธรรมชาติ ดินถล่ม ระบบเตือนภัยสึนามิ เป็นการวิจัยเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับประชาชนที่อยู่ในพื่นที่เสียงภัยได้รู้จักสังเกตและช่วยเหลือตนเองได้ สำหรับสาขาคณิตศาสตร์ เป็นการวิจัยว่าได้นำสาขาคณิตศาสตร์ไปใช้ในการวิจัยหรือเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร ส่วนหัวข้อเรื่องในกลุ่มย่อยที่เลือกเข้าฟังในหัวข้อ งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มีผู้สนใจรับฟังเป็นอันมากแต่มีนำเสนอเพียงเรื่องเดียวและเลิกก่อนเวลา ซึ่งไม่ค่อยตรงประเด็นอย่างที่ตั้งใจ

          งานนิทรรศการอื่น ๆ เป็นนิทรรศการที่ให้ความรู้ทั้งด้านวิจัยมีการนำเสนอผลงานทุกสาขา รวมทั้งโครงการพระราชดำริหลาย ๆ โครงการโดยเฉพาะโครงการฝนหลวงมีการจัดห้องสาธิตวิธีการทำฝนหลวง มีการแจกร่มให้กางขณะสาธิตเพราะจะมีน้ำฝนจำลองโปรยลงมา สร้างความประทับใจกับนักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้เข้าชม

          การได้เข้าร่วมงานดังกล่าว ทำให้ผู้เข้าร่วมได้รับความรู้ แนวคิดด้านงานวิจัย ได้สัมผัสกับบรรยากาศที่มีนักวิจัยระดับชาติมารวมตัวกัน เป็นที่น่าสังเกตอีกประการหนึ่งก็คืองานนี้เป็นการจัดงานครั้งแรกของสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี มีหลายอย่างที่น่าจะนำมาเป็นแนวทางในการจัดงานด้านวิจัยหรือบริการวิชาการแก่ชุมชนของคณะ และที่น่าชื่นชมอีกประการหนึ่งก็คือระบบการลงทะเบียนร่วมงานทาง Internet ซึ่งผู้จัดได้ส่งบัตรเข้าร่วมงานระบบบาร์โค๊ดให้กับผู้เข้าร่วม ทำให้สะดวกในการลงทะเบียนและผู้จัดได้รับทราบว่าจะมีผู้เข้าฟังห้องใหญ่หรือห้องย่อยประมาณกี่คน มีประโยชน์ในการจัดเตรียมเอกสาร อาหารว่าง ฯลฯ งานนโยบายและแผนจึงขอขอบคุณผู้บริหารคณะวิทยาศาสตร์ที่ให้โอกาส/ส่งเสริม/เพิ่มประสบการณ์ในการเข้าร่วมงานดังกล่าว