.

.
ภาพ : เทพแห่งความสุข > [ wiki ] 
สำนักข่าว Telegraph ตีพิมพ์เรื่อง 'Obesity gene linked to happiness'
= "ยีนส์ (genes = ชุดรหัสพันธุกรรมหรือ DNA ที่ทำงานได้)
อ้วนทำให้คนเรามีความสุข (มีความสัมพันธ์กับ)",
ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังครับ
.
คนเรามีชุดรหัสพันธุกรรม DNA ทั้งชนิดที่ทำงาน หรือแสดงผลได้ เรียกว่า 'genes (ยีนส์)' และชนิดที่ทำงานไม่ได้ (ความจริงอาจจะทำงานได้ แต่องค์ความรู้ช่วงนี้ยังค้นไม่พบก็เป็นได้)
.
การศึกษาใหม่พบว่า คนที่มียีนส์ FTO ที่เพิ่มเสี่ยงน้ำหนักเกิน-อ้วน ลดเสี่ยงซึมเศร้าลง 8% = มีความสุขเพิ่ม 8%
.
การศึกษานี้ตรงกันข้ามกับความเชื่อเดิมที่ว่า ความอ้วนเพิ่มเสี่ยงซึมเศร้า หรือซึมเศร้าทำให้เราอ้วน
.
![]()
.
กลไกที่เป็น ไปได้ คือ โรคซึมเศร้าทำให้คนเราออกแรง-ออกกำลังน้อยลง นั่งนิ่งอยู่กับที่นานขึ้น เคลื่อนไหวร่างกายน้อยลง กินมากขึ้น = เพิ่มเสี่ยงอ้วน
.
อ.ดร.เดวิด มายร์ หัวหน้าคณะวิจัยกล่าวว่า การศึกษาก่อนหน้านี้พบว่า
- โรคซึมเศร้ามีความสัมพันธ์กับพันธุกรรม 40%
- สิ่งแวดล้อม เช่น วิธีการมองโลก ประสบการณ์ชีวิต (ร้ายหรือดี เบาๆ หรือหนักหนาสาหัส) 60%
การศึกษาใหม่ทำการศึกษาตัวอย่างรหัสพันธุกรรม (DNA) 17,200 ชุดจากอาสาสมัคร 21 ประเทศ
.
การศึกษานี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมวิจัยใหญ่ทางด้านสุขภาพประชากร (Population Health Research Institute)
.
![]()
.
ผลการศึกษาใหม่สอดคล้องกับการศึกษาขนาดใหญ่ที่ทำในหลายประเทศก่อนหน้านี้ 3 รายงาน
.
ไม่ว่าผลการศึกษาจะออกมาอย่างไร จะเป็นสุขหรือไม่... การศึกษาด้านสุขภาพที่ผ่านมาพบว่า "อ้วนฟิตมีแนวโน้มจะดีกว่าผอมไม่ฟิต"
.
ไม่ว่าท่าน จะอ้วนหรือผอม, ขอให้ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ ถ้าเดินอยู่แล้ว... ขอให้ฝึกเดินให้เร็วขึ้น ค่อยๆ เพิ่มความเร็วในการก้าวเดินให้ถึง 100 ก้าว/นาที ขึ้นไปจะดีที่สุด
.
การสะสมเวลาเดินให้ได้ 40 นาทีขึ้นไป/วัน, ขึ้นลงบันได 4 นาที/วัน, และไม่นั่งนานเกิน 1-1.5 ชั่วโมง/ครั้ง โดยอาจลุกขึ้นยืน เดิน หรือขึ้นลงบันไดสลับ ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นได้
.
![]()
.
ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ
.

- Thank > http://www.telegraph.co.uk/health/healthnews/9690722/Obesity-gene-linked-to-happiness.html
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง. 21 พฤศจิกายน 55. ยินดีให้ท่านนำบทความไปใช้ได้ โดยอ้างที่มา และไม่จำเป็นต้องขออนุญาต... ขอบคุณครับ > CC: BY-NC-ND.
- ข้อมูล ทั้งหมดเป็นไปเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค; ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูง จำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแลท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.
>