ห้องเรียนนี้ เป็นห้องเรียนแบบเป็นกันเอง ไร้สาระบ้างในบางคราว เนืองแน่ด้วยสาระยิ่งในเกือบทุกคราว บางทีการที่เราบอกว่า ไร้สาระ สิ่งนั้นอาจเป็นสาระให้เราได้รื่นเริง คือการตอบสนองอารมณ์ ก่อนเลิกชั้นเรียน มีงานเขียนเรียงความที่ทำให้สอดคล้องกับวันพรุ่งนี้ จึงให้ผู้เรียนได้เขียนบทความเรื่อง "จริยธรรมของความเป็นพ่อ-แม่ และข้อปฏิบัติที่ลูกพึงกระทำต่อพ่อ-แม่" มีรายละเอียดบางประการที่เป็นการอธิบายเสริม เพื่อย้อนถามตัวผู้เขียนเรียงความว่า ใช่ว่าใครจะเป็นพ่อ-แม่-ลูกได้เสมอไป เช่น การเป็นพ่อเพียงเพราะการที่ชายฉีกเสปิร์มเข้าในฝ่ายหญิงหรือ อย่างไรก็ตาม งานชี้นนี้สามารถส่งในวันนี้ได้ ซึ่งหากทำได้ เราจะปลอดภาระที่จะทำในวันพรุ่งนี้ เนื่องจากเป็นห้องที่ตั้งใจเรียนอย่างจริงจัง จึงไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องการไม่เรียน คำถามในชั้นเรียนคือ จะส่งภายในวันนี้หรือว่าสัปดาห์หน้า หลายคนตอบว่า สัปดาห์หน้า เพราะวันนี้คงไม่ไหว เนื่องจากอารมณ์กระเจิงจากกิจกรรมในตอนเช้าไปเรียบร้อยแล้ว คำเชิญชวนจำนวนหนึ่ง บอกว่า ถ้าเป็นฉันนะ จะรีบสะสางให้เสร็จสิ้น แล้วส่ง จะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องงานที่ค้างคา หลายคนแทรกขึ้นว่า สัปดาห์หน้าดีกว่า จะได้ปรับอารมณ์ให้สอดคล้องกับเรื่องที่เขียน ข้อความหนึ่ง(เฉพาะคนที่เข้าใจกันเท่านั้น ซึ่งห้องนี้เข้าใจ และเฮฮากัน) ว่า "พอดีฉันเรียนจบโทจาก..." หลายคน งง เป็นไก่ตาแตก ว่า ข้อความนั้นมีความหมายอะไรกับเรื่องที่เรากำลังพูดถึง บางคนหัวเราะเพราะเข้าใจ บางคนกำลังคิด ประโยคคำพูดนี้ เราอาจพูดกับนักศึกษาที่ภาคใต้ได้ว่า คือ...พอดีว่า ฉันจบจากเยล...วอชิงตัน...ออกฟอร์ด เป็นต้น ซึ่งมีคำตอบบางอย่างที่ไม่มีในข้อความ แต่เป็นสิ่งที่เราต้องเชื่อมระหว่างเรื่องที่พูดกันอยู่ให้เข้าด้วยกัน เนื้องานทางปรัชญาต้องการคำตอบที่ไม่มีในข้อความนั้น หรือ ข้อความที่ไม่ได้มีการพูดถึง หากแต่ต้องดูข้อความบริบท จึงจะรู้คำตอบของคำตอบ คำตอบของข้อความที่ซ่อนคือ ถ้าเรียนจากออกฟอร์ด  แต่ละคนจะไม่ค้างงานไว้ เราจะเอาตามอย่างนั้นหรือไม่ แต่ก็ว่างไว้ว่า เนื่องจากไม่ได้เรียนที่เดียวกัน เราก็อาจจะยังคงวิถีการเรียนให้สอดคล้องกับที่นั้นๆก็ได้....

อย่างไรก็ตาม ข้อความตัวอย่างนั้น อาจมีผลสองทางคือ ถ้าเข้าใจกันจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าไม่เข้าใจกัน จะเป็นเรื่องของการยกตนข่มท่าน ซึ่งไม่ควรจะมีในสังคมสมัยใหม่