เรื่องเล่าจากบ้านแม่ตาด :

ลงแขกตีข้าว





ศิลปิน :  ยอดรัก   สลักใจ
คำร้อง/ทำนอง :  ชลธี ธารทอง
ดนตรี :  ประยงค์ ชื่นเย็น






<p>
</p>

           หลังจากตากข้าวที่เกี่ยวไว้วันก่อนจนแห้งดีแล้ว คราวนี้ก็ถึงช่วงของการ "ลงแขกตีข้าว" (ฟาดข้าว หรือนวดข้าว) ซึ่งจะเริ่มจากการทำลานตีข้าว หาบข้าวไปกองรวมกัน การตีข้าว การบรรจุใส่กระสอบ และการขนไปเก็บไว้ในยุ้งฉางที่บ้านของเจ้าของนา

           การตีข้าวหรือนวดข้าวนี้เป็นงานของผู้ชายเป็นหลัก เนื่องจากเป็นงานที่ต้องใช้พลังงานอย่างหนัก ส่วนผู้หญิงจะมีหน้าที่ในการทำอาหารมาเลี้ยงดูคนทำงาน

           การลงแขกตีข้าว ถือเป็นวัฒนธรรมหรือวิถีชีวิตที่มีความงดงาม เป็นวิถีชีวิตที่แสดงให้เห็นถึงการพึ่งพาอาศัยกัน การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ความมีน้ำใจไมตรี และความรักสามัคคีกันของคนในหมู่บ้านหรือชุมชน ซึ่งปัจจุบันนี้เริ่มหาดูได้ยากเต็มที จะมีให้พบเห็นได้ก็เฉพาะในหมู่บ้านหรือชุมชนที่มีความเข้มแข็งเท่านั้น (บ้านแม่ตาดเป็นหนึ่งในนั้น)

          วันนี้เลยเก็บภาพบรรยากาศการ "ลงแขกตีข้าว"ที่บ้านแม่ตาดมาแบ่งปันให้เพื่อนๆ ได้ชมด้วยนะครับ

          Happy Ba....ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับวันสุข(ศุกร์)แห่งชาตินะครับ






ไม้ตีข้าวหรือไม้ฟาดข้าว

"หลาว" สำหรับหาบข้าว

สมัยก่อนลานตีข้าวจะใช้ขี้ควายเปียกมาฉาบทาพื้นดินเอาไว้จนแห้ง

แต่ปัจจุบันใช้ผ้าเต้นท์แทน

เจ้าของนากำลังเอาข้าวใส่ไว้บนหลาว

เจ้าของนาอายุ 60 แล้ว แต่ยังฟิตเปรี๊ยะอยู่เลยนะครับ

ชาวนาเจ้าอื่นมา "เอามื้อ" ด้วย

มัดข้าวที่หาบมากองไว้

ช่วงเวลาแห่งการ "ตีข้าว"

เหนื่อยนัก ก็พักหน่อย

รับประทานอาหารกลางวันร่วมกัน

กำลังช่วยกันใช้เครื่องเป่าข้าวลีบออก

ข้าวที่ได้จากการเกี่ยวและตีด้วยมือจะสวยงามและสะอาดกว่าข้าวที่ใช้รถเกี่ยว

ภูเขาข้าวเปลือก

ช่วยกันบรรจุข้าวใส่กระสอบ

ขนขึ้นรถเพื่อนำไปเก็บไว้ที่ยุ้งข้าวของเจ้าของนา