นศ. ทำการบ้านโดยอ่านเรียงความ ๒ เรียงความที่ขัดแย้งกัน ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ในห้องเรียน ครูอ่านเรื่องราวที่สะท้อนความคิดด้านใดด้านหนึ่งใน ๒ ด้านนั้น ให้ นศ. พิจารณาด้วยตนเองว่าตนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย และเขียนเหตุผลของตน และ นศ. ไปยืนที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งใน ๔ ตำแหน่งที่ครูทำเครื่องหมายไว้ในห้อง (เห็นด้วยอย่างยิ่ง, เห็นด้วย, ไม่เห็นด้วย, ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง) แล้ว นศ. ผลัดกันบอกเหตุผลของตน หลังจากนั้นให้ นศ. เปลี่ยนจุดยืนได้ หากกการได้ฟังความเห็นของเพื่อนทำให้ตนเปลี่ยนความคิด

ครูเพื่อศิษย์ส่งเสริมให้ศิษย์สนุกกับการเรียน  : 60. เจตคติและคุณค่า  (6) ยืนที่จุดยืน

บันทึกชุดนี้ ได้จากการถอดความ ตีความ และสะท้อนความคิด  จากการอ่านหนังสือ Student Engagement Techniques : A Handbook for College Faculty เขียนโดย ศาสตราจารย์ Elizabeth F. Barkley  ในตอนที่ ๖๐นี้ ได้จาก Chapter 17  ชื่อ Attitudes and Values  และเป็นเรื่องของ SET 40 : Stand Where You Stand

บทที่ ๑๗ ว่าด้วยเรื่องการเรียนรู้ด้านคุณค่าและความหมายในชีวิต  รู้จักตนเอง และพัฒนาการหรือการเปลี่ยนแปลงด้านในของตนเอง  ประกอบด้วย ๖ เทคนิค  คือ SET 35 – 40  จะนำมาบันทึก ลปรร. ตอนละ ๑ เทคนิค  

ตอนที่ ๖๐ เป็นตอนสุดท้ายของเทคนิคหมวดเรียนรู้เจตคติและคุณค่า

SET 40  :  Stand Where You Stand

จุดเน้น  :  ความร่วมมือ

กิจกรรมหลัก :  การอภิปราย

ระยะเวลา  :  ๑ คาบ

โอกาสเรียน online  :  สูง

นศ. ทำการบ้านโดยอ่านเรียงความ ๒ เรียงความที่ขัดแย้งกัน ในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง  ในห้องเรียน ครูอ่านเรื่องราวที่สะท้อนความคิดด้านใดด้านหนึ่งใน ๒ ด้านนั้น  ให้ นศ. พิจารณาด้วยตนเองว่าตนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย  และเขียนเหตุผลของตน  และ นศ. ไปยืนที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งใน ๔ ตำแหน่งที่ครูทำเครื่องหมายไว้ในห้อง  (เห็นด้วยอย่างยิ่ง, เห็นด้วย, ไม่เห็นด้วย, ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง)  แล้ว นศ. ผลัดกันบอกเหตุผลของตน  หลังจากนั้นให้ นศ. เปลี่ยนจุดยืนได้ หากกการได้ฟังความเห็นของเพื่อนทำให้ตนเปลี่ยนความคิด 

เป็นการฝึกให้ นศ. คิดอย่างมีวิจารณญาณ  และฝึกแสดงเหตุผล 

 ขั้นตอนดำเนินการ

1.  ครูกำหนดประเด็นที่มีข้อขัดแย้ง ที่สอดคล้องกับเรื่องราวในรายวิชา  และหาบทความหรือข้อเขียนที่สะท้อนความเชื่อแต่ละด้านของข้อขัดแย้ง

2.  ถ่ายสำเนาแต่ละบทความให้เพียงพอต่อจำนวน นศ.  แจกให้ไปอ่านที่บ้าน

3.  ในวันเรียนกิจกรรมนี้ ครูทำเครื่องหมายตำแหน่งยืน (จุดยืน) ที่ ๔ มุมของห้อง ระบุตำแหน่ง “เห็นด้วยอย่างยิ่ง”  “เห็นด้วย”  “ไม่เห็นด้วย”  “ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง”

4.  ครูอ่านบทความเรื่องหนึ่งที่สะท้อนข้อคิดเห็นด้านใดด้านหนึ่ง ในประเด็นดังกล่าว  แล้วให้ นศ. เขียนเรียงความสั้นๆ ว่าตนเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย  และให้เหตุผล หรือหลักฐานประกอบข้อคิดเห็นของตน 

5.  ให้ นศ. เดินไปยืนที่ตำแหน่งที่ตนคิดว่าตรงกับข้อคิดเห็นของตน

6.  ให้ นศ. ผลัดกันอ่านข้อคิดเห็นที่ตนเขียนไว้ดังๆ ให้เพื่อนฟัง

7.  เชิญชวนให้ นศ. เปลี่ยน “จุดยืน”  หลังจากได้ฟังความเห็นของเพื่อน

8.  สรุปการเรียนด้วยการอภิปรายทั้งชั้น  ทำความเข้าใจมุมมองของตน และของเพื่อน  และ เหตุผลที่มุมมองของตนเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยนหลังจากแลกเปลี่ยนมุมมองกับเพื่อน

ตัวอย่าง

วิชาสังคมวิทยาเบื้องต้น

ครูใช้เทคนิค “ยืนที่จุดยืน” ช่วยให้ นศ. ทำความเข้าใจเรื่องครอบครัวเดี่ยว (nuclear family) ในมิติของ แนวคิด ค่านิยม ความเชื่อ เกี่ยวกับการเลี้ยงลูกบุญธรรมโดยคู่สมรสเพศเดียวกัน  เริ่มจากครูค้นหาบทความที่เห็นด้วยหรือสนับสนุน และบทความที่ไม่เห็นด้วย  มอบให้ นศ. ไปอ่านเป็นการบ้าน 

ในชั้นเรียน ครูให้ นศ. ไปยืนที่จุดใดจุดหนึ่งใน ๔ จุดตามความเห็นด้วย-ไม่เห็นด้วย  ต่อข้อความว่า “คู่สมรสที่เป็นเกย์ ควรมีสิทธิตามกฎหมายเหมือนกับคู่สมรสต่างเพศ ในการเลี้ยงดูบุตรบุญธรรม”  แล้วให้ นศ. แต่ละคนบอกเหตุผลของตน  ระหว่างนั้น ครูเขียนรายการเหตุผลด้านเห็นด้วย และด้านไม่เห็นด้วยบนกระดาน  เมื่อ นศ. ทุกคนบอกเหตุผลของตนครบแล้ว  ครูเชิญชวนให้ นศ. เปลี่ยนจุดยืนหากความคิดเปลี่ยนไป 

หลังจากนั้น ให้ นศ. ไปนั่งที่และอภิปรายเหตุผล เพื่อเรียนรู้เชิงเจตคติและคุณค่าทั้งชั้น  และสรุปประเด็นเรียนรู้ตามหลักทฤษฎีในวิชาสังคมวิทยา  

การขยายวิธีการหรือประโยชน์

·  ให้ นศ. กล่าวสุนทรพจน์ (เป็นรายคน หรือเป็นทีม) สนับสนุน หรือคัดค้าน แนวคิด  หรือเขียนจดหมายถึงบรรณาธิการ นสพ.  โดยอาจให้ นศ. จับคู่ให้ feedback แก่ข้อเขียนของกันและกัน

เอกสารค้นคว้าเพิ่มเติม

  Brookfield SD, Preskill S. (1999). Discussion as a way of teaching : Tools and techniques for democratic classrooms. San Francisco : Jossey-Bass, pp. 117-118.

วิจารณ์ พานิช

๒๒ พ.ย. ๕๕