- กริยากรรมวาจก ปัจจุบันกาล

(ยากขึ้นมาอีกหน่อย โปรดตั้งใจอ่านไปทีละนิด)

เราเรียนกริยาปัจจุบันกาลมาเกือบครบถ้วนแล้ว สำหรับธาตุชุดแรก (หมวด 1, 4, 6 และ 10) ที่ผ่านมา การสร้างกริยาหลัก (finite verb) หรืออาขยาต นั้นเป็นรูปกรรตุวาจก ที่นี้มาพูดถึงกรรมวาจกบ้าง

โดยทั่วไป เราจะแบ่งประโยคเป็น 2 แบบตามลักษณะวาจก คือ กรรตุวาจก (ประโยคธรรมดา) ที่ประธานเป็นผู้ทำกริยา เช่น เขาเขียนหนังสือ ฉันร้องเพลง กับกรรมวาจก (ประโยคกรรม) ที่ประธานของประโยค อันเป็นตัวกำหนดกริยานั้น ถูกทำ เช่น โจรถูกลงโทษ

วิธีทำ

  •   แค่เติมปัจจัย ยะ (yá) มีเสียงเน้น ที่ข้างหลังธาตุ เป็นอันจบพิธี ได้เค้ากริยาไปใช้
  •   ลงปัจจัยในอาตมเนบท

ทั้งนี้ไม่จำเพาะหมวดหรือคณะธาตุ หมวด 1 2 3 4 .. 10 ทำได้หมด เช่น 8อ√ตนฺ  8A√tan แผ่ กระจาย (ตนฺ เป็นธาตุหมวด 8 ปกติหากใช้ในปรัสไมบท จะต้องลงปัจจัยประจำหมวดธาตุ คือ นุ, แต่เมื่อนำมาใช้เป็นกรรมวาจก ก็ลืมเรื่องหมวดธาตุไปก่อน, แต่อย่าลืมว่า ธาตุตัวนี้ยังใช้ปรัสไมบทไม่ได้ เพราะเรายังไม่ได้เรียน) มาดูการแจกรูป

  • √tan + yá =tanyá  นำไปลงปัจจัย รูปอาตมเนบท เช่น อิ, เส, เต
  • tanyá + i = tanyé
  • tanyá + se = tanyáse
  • tanyá + te = tanyáte   เช่น กนฺยยา ปุษฺปาณิ ตนฺยนฺเต. ดอกไม้ทั้งหลายถูกกระจายออกโดยหญิงสาว (โปรดสังเกต หญิงสาว เป็นกรณการก ดอกไม้เป็น กรรตุการก กริยาสอดคล้องกับนามกรรตุการก-ประธา่น)

  มีเรื่องยุ่งยากนิดหน่อย คือธาตุบางตัว พอลง ยะ แล้ว ต้องเปลี่ยนรูป ดังนี้

  1. ธาตุที่มีเสียงนาสิกตรงกลาง เมื่อนำไปเติม ยะ ให้ลบเสียงนาสิกออกก่อน เช่น

√อญฺชฺ >   อชฺ

  • อชฺ + ย > อชฺย
  • อชฺย + เต = อชฺยเต

√พนฺธฺ > พธฺ

  • พธฺ+ย = พธฺย
  • พธฺย + เต = พธฺยเต

2. ธาตุที่ขึ้นต้นด้วย ว จะหดเสียงจาก ว เป็น อุ เช่น √วจฺ, √วทฺ, √วปฺ, √วสฺ, √วหฺ, √สฺวปฺ ดังตัวอย่างต่อไปนี้ 

  • √วจฺ > อุจฺ > อจฺยเต
  • √วทฺ > อุทฺ > วทฺยเต
  • √วปฺ > อุปฺ > อุปฺยเต
  • √วสฺ > อษฺ > อุษฺยเต (สฺ เปลี่ยนเป็น ษฺ เมื่อมีสระข้างหน้า ที่ไม่ใช่ อะ, อา)
  • √วหฺ > อุหฺ > อุหฺยเต
  • √สฺวปฺ >สุปฺ > สุปฺยเต (svap > sup)

3. ธาตุที่ขึ้นต้นด้วย ย จะหดเสียงจาก ย เป็น อิ เช่น ยชฺ > อิชฺ > อชฺยเต

4. ธาตุที่แจกรูปพิเศษ จำนิดหนึ่ง

  • คฺรหฺ > คฺฤหฺ > คฺฤหฺยเต
  • ปฺรฉฺ > ปฺฤจฺฉฺ > ปฺฤจฺฉฺยเต
  • ศาสฺ > ศิษฺ  > ศิษฺยเต

5. เสียงท้าย อุ และ อิ จะยืด ก่อนลงปัจจัย ยะ เช่น

  • ชิ > ชี > ชียเต      สฺตุ > สฺตู > สฺตูยเต

6. เสียงท้าย ฤ มักจะเปลี่ยนเป็น ริ เช่น กฺฤ > กฺริ > กฺริยเต

  แต่.. ถ้าหน้า ฤ มีพยัญชนะควบ จะทำคุณที่ ฤ (กลายเป็น อรฺ) เช่น

  • สฺมฺฤ > สฺมรฺ > สฺมรฺยเต

  ส่วน ฤ ตัวอื่น (นักไวยากรณ์อาจใช้ ฤๅ บ้าง) รูปกรรมวาจกอาจเปลี่ยน ฤ(ฤๅ) เป็น อีรฺ หรือ อูรฺ เช่น

  •   √ตฺฤ (√ตฺฤๅ) > ตีรฺยเต
  •   √กฺฤ (√กฺฤๅ) > กีรฺยเต  หรือ
  •   √ปฺฤ (√ปฺฤๅ) > ปูรฺยเต

7. เสียงท้าย อา มักจะเปลี่ยนเป็น อี เช่น

  • √คา > คี > คียเต
  • √ทา > ที > ทียเต
  • √ธา > ธี > ธียเต
  • √ปา > ปี > ปียเต
  • √มา > มี > มียเต

  * ยกเว้นบางธาตุ เช่น ธฺยา ไม่ต้องเปลี่ยน, ธฺยา + ย > ธฺยาย > ธฺยายเต

8. ธาตุ ตนฺ และ ขนฺ ปกติจะตัด นฺ ทิ้ง แล้วยืดเสียงอะเป็นอา (ได้รูป ตายเต, ขายเต) แต่รูป ตนฺยเต, ขนฺยเต ก็ใช้

9. กริยาที่ลงปัจจัย อยะ (áya) ที่เป็นกริยาบอกเหตุ และกริยาจากนามธาตุ มีพิธีรีตองนิดหน่อย ดังนี้

    1) ลง อยะ áya เพื่อสร้างกริยาบอกเหตุ หรือกริยาจากนามธาตุ เช่น

  • √cur + áya ทำคุณสระอุ =  cor + áya= coráya
  • √gaṇ + áya สระ อะ ปกติไม่ยืดเสียง = gaṇ + áya = gaṇáya

    2) ลบ อยะ áya ทิ้ง,

  • coráya > cor
  • gaṇáya > gaṇ

    3) ลงปัจจัย yá (ตัวกรรมวาจก)

  • cor + yá =coryá > coryáte
  • gaṇ + yá = gaṇyá > gaṇyáte

    สาเหตุที่ต้องลง อยะ แล้วก็ลบออก ก็เพราะเมื่อลง อยะ แล้ว ต้องยืดเสียงสระตามวิธีพิเศษของ ปัจจัย อยะ  นั่นเอง วิธีที่อธิบายขั้นตอนง่ายที่สุดก็คือ บอกว่า ลงอยะ แล้วลบอยะ แล้วจึงลง ยะ  ฟังดูน่าสับสนไม่น้อย แต่อันที่จริงทำไปตามขั้นตอนก็เข้าใจได้ง่ายๆ

10. บางครั้งกริยากรรมวาจกนั้น ประธานไม่ได้ถูกกระทำจริงๆ แต่เป็นการใช้รูปประโยคเท่านั้น ประโยคเช่นนี้จะไม่มีประธา่นที่เป็นกรรตุการก เช่น

  • นเรณ สฺวรฺเค ลภฺยเต. แปลได้ว่า ...ถูกได้รับสู่สวรรค์โดยมนุษย์. แปลแบบนี้ไม่รู้เรื่อง ความหมายก็คือ มนุษย์บรรลุสู่สวรรค์ โปรดสังเกตว่า 
  • อาคมฺยเต แปลว่า ..ถูกมา นั่นคือ เขามา (กริยาเป็นบุรุษที่ 3 เอกพจน์)
  • สุปฺยเต แปลว่า .. ถูกหลับ นั่นคือ เขาหลับ
  • ศฺรูยเต แปลว่า ... ถูกได้ยิน นั่นคือ กล่าวกันว่า
  • ราเมณรฺษิณา ชีวฺยเต. แปลตามตัวหนังสือว่า ... ถูกใช้ชีวิต โดยพระราม โดยฤษี ?? ไม่รู้เรื่อง ประโยคนี้ต้องแปลว่า พระรามใช้ชีวิตเยี่ยงฤษี (ฤษิณา และ ราเมณ ใช้การก เดียวกัน)

การแปลประโยคกรรมวาจก จึงต้องพิจารณาให้ดี ว่าเป็นประโยคที่ประธานถูกกระทำ หรือจริงๆ ไม่มีสิ่งถูกกระทำ แต่ใช้โครงสร้างกรรมวาจก (อ่านบ่อยๆ ก็คุ้นเคยมากขึ้น)

กริยาปัจจุบันกาล ที่แจกรูปกรรมวาจก
(คละหมวดธาตุ)

  • √กฺฤ กฺริยเต kriyáte ทำ
  • √ขนฺ ขนติ khánati; ขายเต khāyáte, ขนฺยเต khanyáte ขุด
  • √คา คายติ gā́yati, คียเต gīyáte ร้องเพลง(√ไค)
  • √คฺรหฺ คฺฤหฺยเต grahyáte รับ, คว้า, ถือเอา
  • √ทํศฺ ทศติ dáśati ; ทศฺยเต daśyáte กัด
  • √ทา2 ทฺยติ dyáti ; ทียเต dīyáte ตัด* (√โท)
  • √ทีวฺ ทีวฺยติ dī́vyati ; ทีวฺยเต dīvyáte เล่น, เล่นพนัน
  • √ธา1 ธียเต dhīyáte. วาง
  • √ธา2 ธยติ dháyati; ธียเต dhīyáte ดูด (√เธ)
  • √ธฺยา ธฺยายติ dhyā́yati ; ธฺยายเต dhyāyáte คิด ครุ่นคิด (√ไธ)
  • √ปา1 ปิพติ pibati ; ปียเต pīyáte ดื่ม
  • √ปฺฤ1 ปูรฺยเต pūryáte เติม (บางตำราว่า √ปฺฤๅ)
  • √พนฺธฺ พธฺยเต badhyáte ผูก พัน ทำให้ยุ่ง
  • √มา1 มียเต mīyáte วัด
  • √วจฺ อุจฺยเต ucyáte พูด
  • √วปฺ วปติ vápati , อุปฺยเต upyáte หว่าน โปรย
  • √ศาสฺ ศิษฺยเต śiṣyáte  ปกครอง ลงโทษ
  • √ศฺรุ ศฺรูยเต śrūyáte ฟัง
  • √สฺตุ สฺตูยเต stūyáte สรรเสริญ สดุดี 
  • √สฺวปฺ สุปฺยเต supyáte หลับ
  • √หา1 หียเต hīyáte ทิ้ง สละ เลิก ละเลย
  • √หฺวา  หฺวยติ hváyati ; หูยเต hūyáte เรียกร้องเรียก (√หฺเว หรือ √หู)
  • √หฺวา + อา เรียกให้เข้ามา

* ทา มีสองตัว จึงกำหนดว่า ทา1 แปลว่า ให้, ทา 2 แปลว่า ตัด, ธาตุอื่นๆ ที่มีตัวเลขตามหลังก็แบบนี้

กริยาในหมวดที่เรียนมาแล้ว จะแจกรูปปัจจุบันกาล กรรตุวาจกให้ด้วย, แต่กริยาหมวดอื่น จะไม่แจกให้ เพราะยังไม่ได้เรียน เกรงจะสับสน (โปรดสังเกตเสียงเน้นในกริยาแต่ละตัว)

ศัพท์อื่น

  • นาม
  • อาชฺญา  ส.  คำสั่ง
  • อาศา  ส.  ความหวัง
  • กาษฺฐ  นปุ.  ฟืน, ไม้
  • คีต  นปุ.  เพลง
  • ฆฏ  ปุ.  หม้อ, ภาชนะ
  • ฆฺฤต  นปุ.  เนยเหลว. ฆี
  • ธานฺย  นปุ.  ข้าว, ธัญพืช
  • ปาศ  ปุ.  บ่วง, บ่วงบาศ
  • ภาร  ปุ. ภาระ, น้ำหนัก
  • ภิกฺษุ  ปุ. ขอทาน, นักบวช(ที่ขออาหาร)
  • ภฺฤตฺย  ปุ. คนรับใช้
  • มาลา  ส. พวงมาลัย
  • ราชฺย  นปุ. อาณาจักร
  • ศิศุ  ปุ. เด็ก
  • สรฺป  ปุ. งู
  • คุณศัพท์
  • วิเธย, วิเธยา (ผู้)เชื่อฟัง

ป. เพศชาย ส.เพศหญิง นปุ.เพศกลาง

แบบฝึก

1. แบบสันสกฤตเป็นไทย

  • रामेण पुत्रावद्योपनीयेते इति श्रूयते.  1.  
  • ऋषिर्नृपेण धर्मं पृच्छयते.  2. 
  • घतौ घृतेन पूर्येते.  3. 
  • विहगाः पाशैर्बध्यन्ते.  4. 
  • जनैर्नगरं गम्यते.  5. 
  • हे शिष्या गुरुणाह्वयध्वे.  6. 
  • नरैः कटाः क्रियन्ते.  7. 
  • कविभिर्नृपाः सदा स्तूयन्ते.  8. 
  • प्रभूता भिक्षा गृहस्थस्य भार्यया भिक्षुभ्यो दीयते.  9.
  • कन्याभ्यां गीतं गीयते.  10. 
  • स्तेनैर्लोकानां वसु चोर्यते.  11. 
  • इषुभी रणे |रयो नृपतिना जीयन्ते.  12.   
  • हे देवौ साधुभिः सदा स्मर्येथे.  13.   
  • दण्डेन बालाः शिष्यन्ते.  14. 
  • प्रभूतः काष्ठानां भारो नरेणोह्यते.  15.  
  • अश्वेन जलं पीयते .  16. 
  • धर्मेण राज्यं शिष्यते नृपेण .  17.   
  • सर्पेण दश्येते नरौ.  18. 
  • सूतेनाश्वस्ताड्यते.  19.

2. แปลไทยเป็นสันสกฤต (ใช้ประโยคกรรมวาจกทั้งหมด)

  1. ข้าว2ถูกโปรย3เพื่อนกทั้งหลาย1.  
  2. มาลัยทั้งหลาย1ถูกร้อย3 (ใช้बन्ध्เพราะคนอินเดียเขาไม่ได้ร้อยมาลัย แต่มัดๆ เอา) โดยหญิงสาวทั้งหลาย2.  
  3. หริ1ได้รับการสรรเสริญ4โดยราม3อีกครั้ง2
  4. วิษณุ1ดื่ม4น้ำ3จากมือ2
  5. คนทั้งหลาย 6กล่าว5 ว่า4 คนหนึ่งหลับ3ในร่มไม้2ด้วยความสุข1
  6. ฤษีทั้งสอง1สังเวย2
  7. บิดา1ตั้ง4ความหวัง2ในลูกชาย3
  8. ศิษย์3ละเลย4คำสั่ง2ของครู1
  9. ศิษย์ทั้งสอง1ครุ่นคิด3ถึงตำรา2 (ใช้กรรตุการก)
  10. ข้าว2ถูกหว่าน3ในนา1 
  11. พวกเขาเล่น(พนัน)2ด้วยลูกเต๋าทั้งหลาย1
  12. คำสั่งทั้งหลาย2 ของพระราชา1ถูกรับไว้5โดยข้าราชบริพารทั้งหลาย4 ผ้เชื่อฟัง3
  13. ชายคนนั้น1ขุด3ในนา2.