เรื่องของลูกสาว :
ลูกสาวผมเป็นโรค G6PD
น้องเพียงพอ (ด.ญ.สิริวิริยา ศรีดารัตน์)
(๑)
วันก่อน จู่ๆ น้องเพียงพอ ลูกสาวคนโตของผมก็มีอาการอ่อนเพลีย หมดแรง และรู้สึกไม่สบายขึ้นมาเฉยๆ ทั้งๆ ที่สภาพดินฟ้าอากาศในช่วงนี้ก็กำลังสบายพอดีๆ ไม่ร้อนหรือเย็นมากเกินไป
ผมถามเธอว่า "ได้กินถั่วปากอ้าไหม? ได้สูดกลิ่นลูกเหม็นบ้างหรือเปล่า?"
เธอก็บอกว่า ไม่ได้กินถั่วปากอ้าและไม่ได้สูดดมกลิ่นลูกเหม็นเลย อยู่ๆ ก็รู้สึกไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงขึ้นมาเฉยๆ เสียยังงั้นแหละ
อาการที่เกิดขึ้นกับน้องเพียงพอทำให้ผมรู้สึกกังวลและเป็นห่วงเธออย่างมาก เนื่องจากเธอมีโรคประจำตัวมาตั้งแต่เกิด โดยโรคที่เธอเป็นมีชื่อเรียกทางการแพทย์ว่า “โรค G6PD” (อ่านว่า “โรคจีซิกส์พีดี” นะครับ) ซึ่งโรคนี้เป็นโรคเกี่ยวกับเลือด หากใครเป็นแล้วไม่มีวันรักษาหาย อย่างมากก็ทำได้แค่การป้องกันเท่านั้นเอง และจะเป็นสมบัติติดตัวไปตลอดชั่วชีวิตเลยทีเดียว
และน้องเพียงพอก็โชคร้ายจริงๆ เลย ที่เธอต้องเป็นโรคนี้มาตั้งแต่เกิด และจะเป็นไปตลอดชั่วชีวิตของเธอ
(๒)
สารานุกรมเสรี วิกิพีเดีย ได้กล่าวถึงโรค G6PD นี้ เอาไว้ดังต่อไปนี้ว่า....
โรคพร่องเอนไซม์ G6PD(อังกฤษ:Glucose-6-phosphate dehydrogenase deficiency) เป็นโรคทางพันธุกรรมโรคหนึ่งซึ่งทำให้เม็ดเลือดแดงแตกเมื่อได้รับสิ่งกระตุ้นต่างๆ
โรคนี้เกิดจากภาวะที่พร่องเอนไซม์ G6PD (Glucose-6-Phosphate Dehydrogenase) ซึ่งเป็นเอนไซม์สำคัญในกระบวนการเมแทบอลิซึมในวิถี Pentose Phosphate Pathway (PPP.) ของน้ำตาลกลูโคสที่จะเปลี่ยน NADP ไปเป็น NADPH ซึ่งจะไปทำปฏิกิริยากับเอนไซม์ Glutathione reductase และ Glutathione peroxidase ต่อไป ส่งผลให้เกิดการทำลายสารอนุมูลอิสระ(Oxidants) ต่าง ๆ เช่น H2O2 ที่เป็นพิษต่อเซลล์ในร่างกายโดยเฉพาะเซลล์เม็ดเลือดแดง
ดังนั้น เอนไซม์ G6PD จึงเป็นเอนไซม์ที่ช่วยป้องกันเม็ดเลือดแดงจากการทำลายของสารอนุมูลอิสระ(Oxidants) คนที่เกิดภาวะพร่องเอนไซม์ชนิดนี้แล้วจะทำให้เกิดอาการเม็ดเลือดแดงแตก (Hemolysis) ได้ง่าย สาเหตุของการพร่องเอนไซม์ G6PD เกิดจากความผิดปกติของพันธุกรรมแบบ X-linked recessive โรคนี้จึงพบในผู้ชายได้มากกว่าผู้หญิง
อาการของโรคก็คือ Acute hemolytic anemia (ภาวะซีดจากการที่เม็ดเลือดแดงแตกอย่างฉับพลัน) โดยในเด็กทารกจะพบว่ามีอาการดีซ่านที่ยาวนานผิดปกติ ส่วนในผู้ใหญ่นั้นจะพบว่า ปัสสาวะมีสีดำ ถ่ายปัสสาวะน้อยจนอาจนำไปสู่ภาวะไตวายเฉียบพลัน (Acute renal failure) ได้ นอกจากนี้ ยังส่งผลให้การควบคุมสมดุลของ Electrolytes (สารเกลือแร่ต่างๆในร่างกาย) ของร่างกายเสียไปด้วย โดยเฉพาะการเกิดภาวะ Hyperkalemia (โพแทสเซียมในเลือดสูง)
สิ่งที่กระตุ้นให้เกิดอาการของโรคนี้ คือ
1. อาหารโดยเฉพาะถั่วปากอ้า(Fava beans หรือ Broad beans) ซึ่งมีสาร Vicine, Devicine, Convicine และ Isouramil ซึ่งเป็นสารอนุมูลอิสระ(Oxidants)
2. การติดเชื้อโรคต่าง ๆซึ่งจะทำให้เซลล์เม็ดเลือดขาวหลั่งสารอนุมูลอิสระ(Oxidants) มากขึ้น
3. การเป็นโรคเบาหวานที่ทำให้เกิดกรด (Diabetic ketoacidosis)
4. การได้รับยาต่าง ๆ ดังนี้
กลุ่มยาแก้ปวด ลดไข้ (Analgesics/Antipyretics)
Acetanilid Acetophenetidin (Phenacetin)Amidopyrine (Aminopyrine)AntipyrineAspirin Phenacetin ProbenicidPyramidone
กลุ่มยารักษาโรคมาลาเรีย(Antimalarial drugs)
Chloroquine Hydroxychloroquine Mepacrine (Quinacrine) PamaquinePentaquinePrimaquine Quinine Quinocide
กลุ่มยารักษาโรคหัวใจ(Cardiovascular drugs)
Procainamide
Quinidine
กลุ่มยา Sulfonamides/Sulfones
Dapsone SulfacetamideSulfamethoxypyrimidine Sulfanilamide Sulfapyridine Sulfasalazine Sulfisoxazole
กลุ่มยาปฏิชีวนะ(Cytotoxic/Antibacterial drugs)
Chloramphenicol Co-trimoxazole FurazolidoneFurmethonol Nalidixic acid Neoarsphenamine Nitrofurantoin Nitrofurazone PAS Para-aminosalicylic acid
ยาอื่นๆ
Alpha-methyldopa Ascorbic acid Cimercaprol (BAL) HydralazineMestranol Methylene blue Nalidixic acidNaphthalene Niridazole Phenylhydrazine Pyridium Quinine Toluidine blue Trinitrotoluene Urate oxidase Vitamin K (Water soluble)
การรักษา
สิ่งสำคัญที่สุดในการรักษาผู้ป่วยภาวะพร่องเอนไซม์จีซิกส์พีดีคือการป้องกันและหลีกเลี่ยงยาและอาหารที่ทำให้มีการสลายของเม็ดเลือดแดง การได้รับวัคซีนป้องกันโรคที่พบบ่อยบางชนิด (เช่น ไวรัสตับอักเสบ เอ และบี) อาจช่วยป้องกันเหตุเม็ดเลือดแดงสลายที่เกิดจากการติดเชื้อนั้นๆ ได้
ในระยะเฉียบพลันของการสลายของเม็ดเลือดแดง ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องได้รับเลือด หรือต้องรับการชำระเลือด (dialysis) หากมีภาวะไตวายเฉียบพลันเกิดขึ้น การให้เลือดเป็นสิ่งสำคัญในการรักษาอาการ เนื่องจากเม็ดเลือดแดงในเลือดที่ได้รับนั้นโดยทั่วไปจะไม่พร่องเอนไซม์จีซิกส์พีดี ดังนั้นจะมีอายุขัยปกติในร่างกายของผู้รับเลือด
ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการดีขึ้นจากการตัดม้าม เนื่องจากม้ามเป็นแหล่งทำลายเม็ดเลือดแดงของร่างกาย กรดโฟลิกจะช่วยได้ในกรณีที่มีการทำลายและสร้างเม็ดเลือดแดงใหม่มาก ในขณะที่วิตามินอีและซีลีเนียมนั้นแม้จะฤทธิ์ต้านออกซิเดชันแต่ก็ไม่ช่วยลดความรุนแรงของภาวะพร่อมเอนไซม์จีซิกส์พีดีแต่อย่างใด
(๓)
ตอนที่น้องเพียงพอคลอดออกมาได้ 3 วัน ทางแพทย์ของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ ได้แจ้งข่าวร้ายนี้ให้ผมกับภรรยาได้ทราบ จำได้ว่าภรรยาของผมร้องไห้จนตาบวมเลยทีเดียว เพราะรู้สึกสงสารลูก ในขณะที่ตัวของผมเองก็รู้สึกสะเทือนใจจนน้ำตาคลอเบ้าตามไปด้วยเช่นกัน
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ผมก็พยายามศึกษาและค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้อยู่ตลอดเวลา ทั้งจากแพทย์ พยาบาล และตำรับตำราต่างๆ ซึ่งก็ทำให้ผมได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับโรคนี้อย่างดี และนำมาเล่าหรือธิบายให้น้องเพียงพอฟังอยู่บ่อยๆ เพื่อจะได้ป้องกันไม่ให้โรคนี้กำเริบหรือแสดงอาการออกมา
ที่ผ่านมา น้องเพียงพอไม่เคยมีอาการของโรคนี้ขึ้นมาเลย ยกเว้นตอนที่คลอดออกมาใหม่ๆ เท่านั้น จากนั้นทุกอย่างก็เป็นปกติดี แม้กระทั่งในปัจจุบันนี้
หลายครั้งที่เธอมักจะถามผมว่า “หนูเป็นโรคนี้ แล้วหนูจะตายไหมค่ะ? หนูจะมีโอกาสได้เติบโตเป็นสาวเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ หรือเปล่าค่ะ?”
คำถามของเธอทำให้ผู้เป็นพ่ออย่างผมรู้สึกเจ็บปวดและสะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก
ผมได้แต่คอยปลอบใจเธอว่า “ถ้าหนูเชื่อพ่อ หนูก็จะไม่เป็นไรจ๊ะ หนูจะมีชีวิตเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ และหนูก็จะมีชีวิตยืนยาวเป็นร้อยๆ ปีเลยละลูก”
ยามใดก็ตาม หากเธอมีอาการอ่อนเพลียหรือเป็นไข้ ผมก็มักจะถามเกี่ยวกับ “ถั่วปากอ้า” และ “ลูกเหม็น” เอาไว้ก่อน เผื่อว่าบางทีเธออาจจะลืมตัวกินถั่วปากอ้าหรือสูดดมกลิ่นลูกเหม็นเข้าไป ซึ่งจะทำให้โรคนี้แสดงอาการขึ้นมาได้
ตอนนี้น้องเพียงพอแข็งแรงดีแล้ว และไปโรงเรียนได้ตามปกติแล้วนะครับ สุขภาพโดยรวมของเธอก็แข็งแรงและสมบูรณ์มาก กินเยอะ และกินไม่เลือก ช่วงนี้ก็เลยอ้วนท้วนและเริ่มจะมีพุงย้อยออกมานิดๆ แล้ว คิคิคิ
หากเธอยังกินไม่เลือกแบบนี้ อีกหน่อยก็คงจะมีสภาพเป็น “อึ่งยืน” เหมือนพ่อแน่ๆ เลย 555
(แหล่งข้อมูลประกอบการเขียนบันทึกเรื่อง "โรค G6PD" นำมาจากสารานุกรมเสรี วิกิพีเดีย)
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%82%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%8B%E0%B8%A1%E0%B9%8C_G-6-PD
เพลง "กล่อม"
ศิลปิน "พุ่มพวง ดวงจันทร์"
สวัสดีค่ะคุณอักขณิช
แวะเข้ามาทักทาย หลังจากหายไปนาน อ่านบันทึกแล้ว ก็ยังใจชื้นที่ทราบว่าน้องเพียงพอ มีอาการดีขึ้นมาก และสดใสร่าเริงได้ตามปกติ หลังจากที่เพลียๆไป ..คุณพ่อก็เบาใจได้สักหน่อย แหม..ช่า่งเปรียบเทียบซะเห็นภาพคุณพ่อ เลยหล่ะค่ะ "อึ่งยืน" แต่น่ารักดีนะค่ะ ..จะเอาไว้เตือนตัวเองด้วยเช่นกันค่ะ
อืมม์...ฝากบอกน้อง เพียงพอนะค่ะ ว่า "ป้า"!! ที่ปักษ์ใต้ มีเพื่อนเป็นโรคนี้เช่นกัน G6PD.. ซึ่งเขาก็ดำรงชีวิตเป็นปกติสุขค่ะ เพียงแต่ต้องระวังตัวเองนิดหน่อย สองเรื่องอย่างที่คุณพ่อคอยระวังให้อยู่ นั่นหล่ะค่ะ ลูกเหม็นนี้เห็นชัดๆเลยค่ะ ว่าได้กลิ่นแล้วก็จะอาการหนัก แม้กระทั่งบังเอิญเปิดตู้เสื้อผ้าที่ไม่ทราบว่ามีลูกเหม็นอยู่ แค่เพียงเท่านั้น ก็จะส่ออาการทันที แต่ก็ไม่นาน ทำร่างกายให้แข็งแรงไว้ อยากทานอะไรก็ทานไปเถอะลูก ไม่ต้องห่วงว่าจะเป็นเช่นคุณพ่อ..อึ่งยืน... :-))
เป็นกำลังใจให้ครับ คนเป็นพ่อแม่ก็อย่างนี้แหละ ทำได้ทุกอย่างเพื่อลูก
มาหให้กำลังใจค่ะ..รู้สาเหตุโรค..หมั่นดูแลตนเองดีๆอย่างนี้..ย่อมมีความสุขมากกว่าทุกข์นะคะ..
หลานๆ ที่บ้านสองคนก็ป่วยเป็นโรคนี้ทั้งพี่ทั้งน้อง แต่ทั้งคู่ยังมีความสุขดีค่ะ หลานคนโตเคยเป็นไข้เลือดออกด้วยนะคะ แต่หมอมียาสำหรับผู้ป่วยโรคนี้โดยเฉพาะ ระวังอาหารและยานิดหน่อยก็โอเคแล้วค่ะ วิทยาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมาก มียาที่เป็นตัวเลือกมากขึ้น ความเสี่ยงของคนป่วยโรคนี้ก็ลดลง ขอให้ครอบครัวมีความสุขมากๆ นะคะ เพราะน้องยังดูร่าเริง น่ารักจริงๆ ค่ะ
สวัสดีครับ อาจารย์
kwancha
* ตอนนี้น้องเพียงพอก็แข็งแรงเป็นปกติแล้วละครับ แต่ก็ต้องระมัดระวังเรื่องอาหารกับยาให้มากๆ เช่นเดิม
** ช่วงนี้ครอบครัวผมอยู่ดีกินดี ก็เลยจะพากันกลายเป็น "ครอบครัวอึ่งยืน" ไปแล้วละครับตอนนี้ 555
สวัสดีครับ คุณ
วิสุทธิ์ ตั้งจิตติโภคิน
ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาอ่านและร่วมให้กำลังใจผมและลูกสาว
สวัสดีครับ คุณป้าใหญ่
นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
ขอบคุณมากๆ เลยครับ ที่คุณป้าใหญ่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจ
โอ้ ...เพิ่งทราบว่า เทพธิดา น้อยเป็นโรคนี้ ...โชคดีที่คุณพ่อคุณแม่ดูแลอย่างใกล้ชิด และศึกษาหาข้อมูล รู้เท่าทันอาการของโรค ขอเป็นกำลังใจให้นะค่ะ ...ฝากบอกน้องว่า..หนูจะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่แสนดี มีคุณภาพ แน่นอนค่ะ
ได้รับความรักความอบอุ่นเช่นนี้ เชื่อว่าน้องอยู่รอดปลอดภัย และประสบความสำเร็จในชีวิตแน่นอน
ขอเป็นอีกหนึ่งกำลังใจให้นะคะ...ขอให้น้องเพียงพอมีสุขภาพกายที่เข้มแข็ง ขอให้คุณพ่อมีสุขภาพใจที่แข็งแกร่งคลอดไปค่ะ ^_^ ส่งดอกไม้มาเป็นกำลังใจนะคะ
ดีใจมากนะคะ ที่คุณพ่อมีความรู้เรื่องโรคของคุณลูกสาวละเอียดมาก
สวัสดีครับ คุณพี่
พ.แจ่มจำรัส
* โรคที่พี่พิชัยเป็น ยังพอมีทางรักษาหายได้นะครับ เมื่อเทียบกับโรคที่น้องเพียงพอเป็นอยู่ ซึ่งคาดเดาไม่ได้เลยว่าอาการจะกำเริบขึ้นมาเมื่อไหร่ แถมยังเป็นโรคประจำตัวไปตลอดชีวิตอีกต่างหาก
** ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจกับน้องเพียงพอ
สวัสดีครับ คุณ
sorsamsai
* ตอนเล็กๆ แบบนี้ผมต้องดูแลและเอาใจใส่ต่อเธอให้มากที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้อาการของโรคกำเริบขึ้น แต่ถ้าหากเธอเติบโตขึ้น เธอก็คงจะดูแลตัวเองได้ ถึงตอนนี้ผมก็คงจะเบาใจขึ้นได้บ้างนะครับ
** ขอบคุณมากๆ ครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจน้องเพียงพอ
สวัสดีครับ คุณ
บัวชมพู
น้องเพียงพอเธอเป็นโรคนี้มาตั้งแต่เกิดแล้วนะครับ โชคร้ายจริงๆ เลย
ถ้าหากหลีกเลี่ยงจากอาหารและยาต้องห้ามทั้งหลายได้
ทุกอย่างก็เป็นปกตินะครับ โรคนี้จะไม่แสดงอาการออกมาให้เห็นแต่อย่างใด
ทุกวันนี้ผมและภรรยาก็เลยต้องคอยดูแลเอาใจใส่ต่อเธอมากเป็นพิเศษ
ทั้งเรื่องอาหารและเรื่องยาต่างๆ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้
สวัสดีครับ ผอ.
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
ขอบคุณท่าน ผอ.มากๆ เลยครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจกับน้องเพียงพอ
สวัสดีครับ
คุณมะเดื่อ
ขอบคุณมากๆ เลยครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและให้กำลังใจกับน้องเพียงพอ
สวัสดีครับ คุณ
น้ำผึ้งหวาน
* ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ
**ขอบคุณมากๆ เลยครับ ที่กรุณาแวะเข้ามาเยี่ยมและส่งดอกไม้สวยๆ มามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจให้กับน้องเพียงพอ
สวัสดีครับ คุณ
kunrapee
เพราะความรักและความห่วงใยที่ผมมีต่อลูกสาวอย่างสุดหัวใจนะครับ
ก็เลยทำให้ผมต้องคอยศึกษาและค้นคว้าข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจกับโรคนี้ให้แจ่มชัดมากที่สุด
เพื่อจะได้ช่วยป้องกันชีวิตของลูกสาวเอาไว้
หากใครเป็นเหมือนผม ก็คงจะทำอย่างนี้เหมือนกันแหละนะครับ