ลาวประกาศใช้การสื่อสารโทรคมนาคมในระบบ 4G อย่างเป็นทางการไปเรียบร้อยแล้ว แต่ประเทศไทยยังฟัดกันไม่เลิกไม่ลา กะอีแค่เรื่อง ''ผลประโยชน์'' ระหว่าง รัฐฯกับเอกชน และรัฐฯ กับรัฐฯ เตะตัดขากันเอง ในระบบ 3G แล้วยังจะมีหน้ามาโฆษณาว่า ประเทศไทยจะเป็น HUB ของทุกๆ อย่างในประชาคมอาเซียน..หน้าด้านสิ้นดี...ฮา
เมื่อวานมีพวกที่เขาเล่น เฟซฯ เอา ''รูป'' บรรดาผู้คนที่ไปนั่งเข้าคิวรอรับ ''มือถือ'' ยี่ห้อหนึ่ง ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด ตามรายละเอียดใต้รูประบุว่า บรรดาผู้คนที่ควักเงินเกือบ 30,000 บาท เพื่อซื้อมือถือยี่ห้อและรุ่นที่ว่านี้ นอกจากจะต้อง ''จอง'' แล้ว ก็ต้องมานั่งรอตามคิวเพื่อรับ ''เครื่อง'' ซึ่งมีเป็นร้อยๆ คน และกว่าที่จะมีการมอบเครื่องให้กับผู้ซื้อรายแรกที่จองก็ตกประมาณเที่ยงคืน หลังจากที่มายืนๆ นั่งๆ รอคิวกันตั้งแต่หกโมงเย็นหรือหัวค่ำอะไรประมาณนั้น
สนจ.ไม่แน่ใจนะครับว่า ภาพถ่ายการนั่งรอคิวที่เอามาลง เป็นภาพจากเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นเมื่อเย็นวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ที่บริเวณศูนย์การค้าใหญ่ละแวกปทุมวัน หรือเป็นภาพเก่าเอามาตกแต่งใหม่ หรือเอามา ''ลักไก่'' ลงให้ดูกัน เพราะทุกวันนี้ สังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก เขาทำกันได้ และมีคนทำเยอะมาก
แต่เห็นหน้าตาพวกที่มานั่งรอรับเครื่องโทรศัพท์ไร้สายหรือมือถือ สนนราคาสองหมื่นกว่าบาทแล้วก็ได้แต่ เศร้าใจ..มีแต่ไอ้พวกหำใส ยังขอเงินพ่อเงินแม่ใช้ทั้งนั้น พวกที่เขาทำงานทำการแล้ว ใครเขาจะ ''บ้า'' อดตาหลับขับตานอนมานั่งรอรับเครื่องกันจนเที่ยงคืนสองยาม แถมยังต้องเสียเงินอีกหนึ่งในห้าของเงินหลักแสนอีกด้วย
พูดถึง ''มือถือ'' แล้วก็อดขำตัวเองไม่ได้
สนจ. มีมือถือใช้มาสักราวๆ สามสี่เครื่อง นับตั้งแต่มีระบบไร้สาย ส่วนใหญ่สนนราคาก็จะอยู่แถวๆ สี่ซ้าห้าพัน เครื่องแรก ก็สามพันกว่าบาท เครื่องสุดท้ายนี่ริมๆ หมื่น เพราะตัวถังมันเป็นโลหะสเตนเลส มีน้ำหนักพอสมควร อีกอย่าง สนจ. มันพวกกินของขม ชมเด็กสาว เล่าความหลัง ทำหล่นบ่อยๆ ก็เลยต้องเลือกเอารุ่นที่มันทนมือทนตีนสักหน่อย
แต่มือถือที่ซื้อมาก็แค่เอาไว้ โทรออก..กับ รับสายโทรเข้า..แค่นั้นจริงๆ
ทุกวันนี้ก็ใช้งานอยู่แค่นั้น แถมยังเป็นระบบนิ้วจิ้มเสียด้วย ไม่ใช่ระบบสัมผัส เอานิ้วเขี่ยๆ จิ้มๆ หรือถ่างเข้าถ่างออก เล่นอินเทอร์เน็ตได้ ดูทีวีได้ ฟังวิทยุได้ มีแอพโน่นแอพนี่ ถ้าเป็นเมื่อก่อนนี่ละก็ไม่แน่ สมัยยังไม่มีครอบครัวมีไอ้ตัวเล็ก สนจ. นี่ ''คนเล่นของ'' ตัวจริง คนหนึ่ง อะไรที่ว่าดีว่าแพง มีแบรนด์เนม ถ้าลองอยากลองหละพ่อเป็นซื้อหมด
แต่ตอนนี้ทำแบบนั้นไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้นึกอยากจะทำ เพราะเอาเงินสองสามหมื่นมาให้ลูกใช้เรียนหนังสือดีกว่า..ถามว่า อยากได้บ้างไหม ไอโฟนสี่ หรือห้า ซัมซุง กาแล็คซี่ อีแป๊ด แท็บเล็ตอะไรที่เขาฮิตๆ อยากนะอยาก แต่พอเห็นราคาแล้ว ก็ไม่รู้จะซื้อมาหาพระแสงของ้าวทำไม เพราะทุกวันนี้ งานการที่ทำอยู่ก็แค่เขียนหนังสือขาย อยู่กับบ้าน มือถือก็แค่เอาไว้รับสายและโทรออกไปหาคนอื่นยามจำเป็น ก็แค่นั้น...
พอได้เห็นภาพของไอ้พวกวัยรุ่น คนหนุ่มคนสาวที่น่าจะยังอยู่ในวัย แบมือขอเงินพ่อแม่ใช้ แห่แหน..ถึงขั้นออกอาการ ''บ้าเห่อ'' กับมือถือรุ่นใหม่ ลงทุนไปยืนๆ นั่งๆ นอนๆ รอกันถึงดึกดื่นเที่ยงคืนแล้วก็ได้แต่ต้องทำใจว่า
ทุกอย่างมันเป็นเรื่องของ ยุคสมัยจริงๆ ...
นี่ สนจ. ก็กำลังจะต้องซื้อมือถือใหม่เหมือนกัน เพราะเครื่องเก่ามัน ''ตกรุ่น'' หาอะไหล่ซ่อมไม่ได้แล้ว แต่มันยังใช้งานได้อยู่ แม้ว่าจะต้องเอาหนังยางมารัดฝาครอบให้เครื่องมันแน่น ลำโพงและไมค์ไม่หลวมโครกเครก..ฮา เคยเอาไปซ่อม ช่างที่ศูนย์บอก ''เขวี้ยงทิ้งเหอะพี่แล้วซื้อใหม่''.ฮา ก็คงจะรอให้มันพังคามือ แล้วค่อยไปถอยเครื่องใหม่ออกมา
กะว่าเครื่องละสัก 5,000 บาท ก็หรูแล้ว..ฮา
ซื้อมาทำไมวะ มือถือเครื่องละสองหมื่นกว่า...ไร้สาระ
เขียนต้นฉบับมือแทบหงิกกว่าจะได้ เอาเงินไปกินข้าวดีกว่า..ฮา
อะไรมันจะขนาดนั้น..
3 คนชอบ
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
ลุงเอก · 7 พ.ย. 2555
โสภณ เปียสนิท · 7 พ.ย. 2555
อ.ภวัต · 7 พ.ย. 2555
wanapa sanmeung · 7 พ.ย. 2555
ศิริโรจน์ กิตติสารพงษ์ · 7 พ.ย. 2555