วาคฺเทวีสฺตุติะ

ยามฺฤษโย มนฺตฺรกฺฤโต มนีษิณะ

อนฺไวจฺฉนฺ เทวาสฺตปสา ศฺรเมณฯ

ตำ เทวี วาจํ หวิษา ยชามเห

สา โน ทธาตุ สุกฺฤตสฺย โลเก ฯ

(ไตตฺติรียพฺราหฺมณ ๒.๘.๘)


พระเทพีใดเหล่าฤษี กวีผู้รจนามนตร์

ทั้งทวยเทพต่างแสวงหาด้วยตบะและกำลัง

ข้าขอบูชาพระวจนเทวีนั้นด้วยเครื่องสังเวย

ขอพระนางโปรดให้เรามีความสุขสวัสดีในโลกเทอญฯ


ร้อยกรองบทนี้สรรเสริญพระนางวาคเทวี หรือพระสรัสวดี ผู้เป็นเทพีแห่งคำพูด หรือศิลปะการใช้ถ้อยคำ ในที่นี้ใช้คำว่า “เทวีม วาจํ” แปลว่า คำพูด ซึ่งเป็นเทพี(เทวดาเพศหญิง) หรือเทพีที่เป็นคำพูด

คำว่า วาจ นี้ ซึ่งแผลงมาจาก วจฺ (พูด) นั่นเอง เมื่อนำไปสมาสกับคำว่า เทวี กลายเป็น วาคเทวี คือ เทพีแห่งคำพูดอนึ่ง คำว่า วาจฺ (vāc) อาจเปลี่ยนเสียงเป็น วาคฺ (vāg) หรือ วากฺ (vāk) ได้ตามหลักสนธิ คิดดูก็แปลก เพราะคล้ายกับคำว่า ว้าก ในภาษาไทย

คำพูดกลายเป็นตัวตนขึ้นมาในเรื่องเล่าปรัมปราของฮินดู ซึ่งเล่าว่าพระพรหม (ประชาปติ) ได้สร้างคำพูดขึ้น แล้วก็ได้สมรสกับนาง เรียกว่า วาคเทวี นี่แหละ เรียกชื่ออื่นว่า พระนางภารตี หรือพระนางสรัสวดี อย่างที่เกริ่นไว้ข้างต้น

ร้อยกรองบทนี้มาจากคัมภีร์พระเวทที่เก่าแก่ เรียกว่าคัมภีร์ประเภทพราหมณะ มีชื่อว่าไตตติรียะ หรือเรียกโดยทั่วไปว่า ไตตรียะ พราหมณะ ให้สังเกตว่ามีเครื่องหมายขีดตั้งบนตัวอักษร และขีดราบใต้ตัวอักษร อันเป็นเครื่องหมายบอกระดับเสียง ที่พบในภาษาพระเวท (เก่ากว่าภาษาสันสกฤตแบบแผน)


อธิบายไวยากรณ์สำหรับผู้สนใจภาษาสันสกฤต

มีประเด็นทางไวยากรณ์ที่น่าสนใจหลายอย่าง

1. ประโยคความซ้อน มีการใช้สัมพันธสรรพนาม relative pronoun เป็นตัวเชื่อม

ภาษาสันสกฤตนั้น การใช้คำว่า ที่ ซึ่ง อัน อย่างในภาษาไทย เขาจะใช้วิธีสร้างประโยคคู่ขนานกัน เช่น "เราเห็นชายที่สวมเสื้อดำ" ก็บอกว่า "เขาเห็นผู้ชาย ผู้ชายคนนั้นสวมเสื้อดำ" แต่สร้างตัวเชื่อมให้สนิทกัน เช่น

  เราเห็นผู้ชายคนใด ผู้ชายคนนั้นสวมเสื้อสีดำ"  คำว่า คนใด และคนนั้น นี่แหละ คือสรรพนามที่ใช้เชื่อม

  ภาษาบาลีก็มี ที่คุ้นเคย เช่น ผู้ใดเห็นธรรม ผู้นั้นเห็นเรา ประโยคนี้ พูดง่ายๆ ว่า คนที่เห็นธรรมย่อมเห็นเรา

  แปลงเป็นภาษาสันสกฤต “โย ธรฺมํ ปศฺยติ, ส มำ ปศฺยติฯ”

    โย ผู้ใด-ประธาน, ธรฺมํ ซึ่งธรรมะ-กรรม, ปศฺยติ เห็นอยู่,

     ส ผู้นั้น-ประธาน, มามฺ ข้าพเจ้า-กรรม, ปศฺยติ เห็นอยู่. (เรื่องสนธิเอาไว้ก่อน จะได้เข้าใจง่ายๆ)


แต่ประโยคในบทสรรเสริญข้างบนซับซ้อนหน่อยดังนี้

     ยามฺ (นางใด)  ฤษโย (เหล่าฤษี)   มนฺตฺรกฺฤโต (ผู้แต่งมนตร์) มนีษิณะ (ผู้ฉลาด)

     อนฺไวจฺฉนฺ (ได้แสวงหา)  เทวาสฺ (เหล่าเทวดา)   ตปสา (ด้วยตบะ)  ศฺรเมณ (ด้วยความเพียร)

ประโยคนี้ มีประธานเป็นพหูพจน์ คือ เหล่าฤษีผู้แต่งมนต์และผู้ฉลาด, และเหล่าเทวดา แสดงกริยาอดีตกาลคือ แสวงหาแล้ว, กรรมคือ ยามฺ (นาง ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใคร จนกว่าจะได้อ่านประโยคต่อไป), มีส่วนขยายคือ ตปสา และ ศฺรเมณ (ด้วยตบะและความเพียร)

 

ประโยคต่อมา เป็นประโยคคู่ขนาน

     ตำ (นางนั้น)  เทวีมฺ (เทวี)    วาจํ (คำพูด)   หวิษา (ด้วยเครื่องสังเวย) ยชามเห (ข้าทั้งหลายบูชา)

ประธานคือ ข้าทั้งหลาย(ไม่ปรากฏรูปศัพท์) กระทำกริยาปัจจุบันกาลคือ บูชา, กรรมคือ ตามฺ (นางนั้น เป็นสรรพนามที่รองรับจาก ยามฺ ในประโยคแรก)


ประโยคสุดท้าย พ่วงเข้ามา ยังอิงกับประโยคแรก คือใช้นางเป็นแกนหลักของเนื้อหา

     สา (นางนั้น)  โน (แก่เรา)   ทธาตุ (จงให้)   สุกฺฤตสฺย (ความสวัสดี) โลเก (ในโลก)

ประธานคือ นางนั้น กริยาเป็นตัวแสดงความขอร้อง คือ โปรดจงให้ กรรมตรงคือ ความสวัสดี กรรมรองคือ พวกเรา ส่วนโลเกนั้นเป็นส่วนขยายบอกสถานที่

2. การใช้อาตมเนบท ในบทสวดอ้อนวอน เพื่อตนเอง ในที่นี้คือ ชยามเห พวกเราทั้งหลายบูชา (เพื่อตนเอง)

3. สา โน ทธาตุ สุกฺฤตสฺย โลเก. แปลว่า พระนางผู้นั้นได้โปรดประธานความสุขสวัสดีแก่เราทั้งหลายในโลก หรือความสวัสดีทั้งหลายในโลก แก่เรา. ก็ได้ ที่พึงสังเกตก็คือ สุกฺฤตสฺย เป็นการกที่ 6 แสดงความเป็นเจ้าของ แต่ในที่นี้ใช้เป็นกรรมของกริยาให้

4. โปรดสังเกต คำนามลงท้ายด้วยพยัญชนะ การแจกรูปจะแตกต่างจากนามลงท้ายด้วยสระ โดยเฉพาะการกที่ 1 และ 2

5. ในที่นี้ใช้กริยาอดีตกาล อนฺไวจฺฉนฺ (อนุ+อิษฺ) โดยผ่านการเปลี่ยนแปลงรูปหลายขั้นตอนและกริยาอาชญา หมายถึง คำสั่ง หรือขอร้อง เรียกว่ามาลา (mood) ไม่ได้แสดงกาลเวลา

คำศัพท์

ยามฺ

นางใด

ยา

กรรม. สตรี. เอกพจน์

ฤษยสฺ

ฤษีทั้งหลาย

ฤษิ

ประธาน. ปุ. พหูพจน์)

มนฺตฺรกฺฤตสฺ

ผู้แต่งมนตร์

มนฺตฺรกฺฤตฺ *

ประธาน ปุ. พหูพจน์

มนีษิณะ

ผู้ฉลาด

มนีษินฺ *

ประธาน ปุ. พหูพจน์

อนฺไวจฺฉนฺ

ปรารถนาแล้ว

อนุ+ √อิษฺ

อดีตธรรมดา พหูพจน์ บุรุษที่ 3

เทวาสฺ

เทวดาทั้งหลาย

เทว

ประธาน ปุ. พหูพจน์

ตปสา

ด้วยตบะ

ตปสฺ *

การกที่ 3. นปุ. เอกพจน์

ศฺรเมณ

ด้วยกำลัง

ศฺรม

การกที่ 3. ปุ. เอกพจน์

ตามฺ

นางนั้น

สา

กรรม. สตรี. เอกพจน์

เทวีมฺ

พระนาง

เทวี

กรรม สตรี. เอกพจน์

วาจํ

คำพูด

วาจฺ *

กรรม. สตรี. เอกพจน์

หวิษา

ด้วยเครื่องสังเวย

หวิสฺ *

การกที่ 3. นปุ. เอกพจน์

ยชามเห

ข้าทั้งหลายบูชา

√ยชฺ

ปัจจุบันกาล บุรุษที่ 1 พหูพจน์

สา

นางนั้น

สา

ประธาน สตรี. เอกพจน์

โน

แก่เราทั้งหลาย

นสฺ

การกที่ 4. บุรุษที่ 1 พหูพจน์

ทธาตุ

โปรดประทาน

√ทา

อาชฺญา. บุรุษที่ 3 เอกพจน์

สุกฺฤตสฺย

ความสวัสดี

สุกฺฤต

การกที่ 6 นปุ. เอกพจน์

โลเก

ในโลก

โลก

การกที่ 7 ปุ. เอกพจน์

* คือ นามที่มีพยัญชนะการานต์ คือ ลงท้ายด้วยพยัญชนะ


<hr><p> ป.ล. แผงจัดการใหม่ มีแต่สีจืดๆ ไม่ค่อยสวยเลย ;)
</p>