ทุกวันนี้โลกถูกย่อไว้ในมือเราให้ได้ค้นคว้า หาอะไรที่อยากรู้ได้ในพริบตา  และสังคมออนไลน์ก็ทำให้เด็กที่ไม่ชอบเรียนหนังสือกลับชอบที่จะเขียนหรือเข้ามาออนไลน์   แต่กลับใช้ประโยชน์เหล่านี้ในทางที่ผิดประเภท  ชายหญิงโพสต์รูปอวดรูปโฉมกัน  บางคนก็ก่นด่า จิกด่ากันเหมือนผู้หญิงหากินปากตลาด  เป็นนักเรียนนักศึกษาด่าว่ากันแย่งผัว  ดูน่าละอายแทน  ครูเข้าไปเล่น Facebook ก็อยากเข้าไปดูพฤติกรรมวัยรุ่นลูกเราและนักเรียน  ปรามได้ก็จะปราม  แต่ก็คงล้ำเส้นไม่ได้มาก  เด็กทุกวันนี้ หัวพ่อแม่ ครูอาจารย์เขาไม่เห็นหรอก  ขนาดพ่อแม่บ่นว่า พวกลูกชั่วก็ฆ่าพ่อแม่ตายเลย  แล้วประสาอะไรกับครูอย่าแส่ดีกว่า  ใครเตือนได้ก็เตือน  ใครเตือนไม่ได้ก็ไม่อยากแตะ  นี้่ขนาด      3 G บ้านเรายังไม่มีใช้เป็นทางการนะ  เด็กไทยไปกันสุดกู่แล้ว  และพฤติกรรมเด็กดูแล้วไม่น่ารักสมวัยเลย  ความอดทนอดกลั้นตั้งใจเรียนเหมือนกับที่นั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์เล่นเกม ออนไลน์คุยกันไม่มี  ไม่รู้จักแบ่งเวลา  ไม่รู้จักใช้ประโยชน์ที่แท้จริงของอินเทอร์เน็ท   น่าสงสารเด็กไทยหลายคน

                      ครูดีใจที่มีอินเทอร์เน็ทมาให้เราได้ค้นและคว้ามาประยุกต์ใช้ประโยชน์ สอนนักเรียนด้วยเนื้อหาที่ทันสมัยเด็กๆชอบใจ  นำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง    เพราะไม่อยากให้เด็กไทยใจแตก  คิดไม่เป็น ทำเรื่องไม่เข้าท่า  อยากนำพาเชื่อมโยงให้เด็กได้เรียนรู้ทันต่อเหตุการณ์ไม่ใช่เป็นแค่กบในกะลา  ไม่รู้ปัญหา  ไม่กล้าตัดสินใจ  ไม่ใฝ่เรียนรู้  ดูแค่ในตำราไม่กล้าคิดทำ  มัวย้ำเรื่องเดิม  แล้วมันจะเสริมสร้างอะไร  ขนาดเด็กห้องเก่งโรงเรียนครูบอกหนูเติมเงินโทรศัพท์ 50 บาทแค่ครึ่งวันบอกเหลือเงิน 9 บาท คิดดูก็แล้วกันว่าทำธุรกิจอันใด

                      ที่ครูพูดมาเป็นบริบทเด็กรอบนอก เด็กบ้านนอก เป็นแค่หางไม่ใช่หัว  พูดไปก็ส่ายหางดิกๆ ผิดกับเด็กเก่งๆเป็นหัวในเมือง ไม่ต้องชงไม่ต้องโอบอุ้ม  เด็กหัวเก่งๆเหล่านี้ก็วิ่งโร่นำหน้าครูไปก่อนแล้ว  และเด็กเก่งเหล่านี้ก็รู้่จักแบ่งเวลา  รู้มากกว่าครูแก่ๆ เก่าๆหลายคนเสียอีก ( ครูแก่ครูเก่าที่เก่งก็มีครูยอมรับ )  

                      เด็กๆมาขอให้สอนทำลูกชุบ บอกครูทำเป็นไหม ครูบอกเป็น(แอบเปิดตำราในเน็ทอ่านแล้วปริ้นมาสอน)ลงทุนไปแค่ไม่ถึง200 แต่เด็กไปถามแม่ค้ามาบอกเขาคิดค่าของกับค่าสอน 600 บาท  ครูสอนฟรี แถมข้าวกลางวันฟรีอีก