๒๘ ตุลาคม ๒๕๕๕
เรียน เพื่อนครู ผู้บริหารและผู้อ่านทุกท่าน

วันจันทร์ที่ ๒๒  ตุลาคม  ๒๕๕๕
  เช้านี้กลุ่มนโยบายและแผนนัดทุกกลุ่มงานมาประชุมกันเพื่อจัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ  ๒๕๕๕  ของปีที่แล้วทำไว้ค่อนข้างดี  จึงได้ยึดเค้าโครงเดิมเป็นหลัก แต่ให้ไปเพิ่มบทที่ ๕ ว่าด้วยข้อเสนอแนะในการพัฒนาเข้าไปด้วย ส่วนสถิติข้อมูลท้ายเล่มเห็นว่าเป็นประโยชน์ในการอ้างอิง แต่เพื่อความเป็นอินเตอร์ขอให้เพิ่มคำภาษาอังกฤษเข้าไปด้วย เผื่อชาวต่างประเทศพบเห็นจะได้อ่านรู้เรื่อง  ให้หลักการเสร็จก็ปล่อยให้ทีมงานคิดกันต่อในรายละเอียด  เที่ยงทานอาหารเจแบบสำเร็จรูปจากร้านสะดวกซื้อ ฝีมือเขาดี รสชาติอร่อย และสำคัญสะอาดถูกหลักอนามัย เคยไปดูงานมาแล้วที่โรงงานผลิตที่อำเภอลาดหลุมแก้ว  บ่ายมีแฟ้มเอกสารมาให้พิจารณาอนุมัติ อนุญาตและสั่งการบ้างเหมือนกัน  แต่ก็นับว่าน้อยเมื่อเทียบกับเดือนที่แล้ว  ให้เลขานุการประสานกับคุณอำนาจ  วิชยานุวัติ ผอ.สำนักพัฒนาการศึกษาเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องจากรับรองกลุ่มสมาชิก FOK ที่จะมาจัดแข่งขันกอล์ฟในวันที่ ๒๗  ตุลาคม  ๒๕๕๕  ที่สนามกอล์ฟเมืองเอก  เขาร้องขอให้ สพป.ปทุมธานี เขต ๑ ช่วยรับรองในเรื่องอาหารว่าง  ผลไม้ ผ้าเย็น น้ำดื่ม  จึงต้องขอกำลังจากโรงเรียนในละแวกนั้น คือ โรงเรียนวัดนาวง และโรงเรียนขจรทรัพย์อำรุง  เจ้าหน้าที่จาก สพร. สพฐ. โทร.มาขอให้ไปเป็นคณะทำงานร่างหลักเกณฑ์การสอบคัดเลือกบุคลากรทางการศึกษา ตามมาตรา ๓๘ ค (๒) ในวันที่ ๓๑  ตุลาคม - ๑  พฤศจิกายน ๒๕๕๕  เห็นไม่ตรงกับการประชุมของจังหวัดเลยตอบรับเขาไป ส่วนรายละเอียดทราบเพียงว่า ก.ค.ศ. ได้อนุมัติให้ปรับหลักเกณฑ์การคัดเลือกมาใช้การสอบแบบปรนัย และมีการขอใช้บัญชีระหว่างเขตได้  การบริหารงานของ สพฐ. โดยเฉพาะในเรื่องบริหารงานบุคคล  ก.ค.ศ. ได้เลือกที่จะเสียหลักการเพื่อมาสนองตอบปัจเจกชนมากขึ้น กล่าวคือ ได้ทิ้งหลักการกระจายอำนาจ สู่เขตพื้นที่และโรงเรียน มาให้ส่วนกลางตัดสินใจ เขตพื้นที่และโรงเรียนจะเหลือเพียงกิจกรรมเชิงธุรการ โดยสมมติฐานว่าหากให้เขตพื้นที่และโรงเรียนตัดสินใจตามที่กฎหมายบัญญัติก็จะมีการทุจริตและความไม่ได้มาตรฐานเท่าเทียมกันเกิดขึ้น   ถูกผิดอย่างไรก็ไม่ทราบพวกเราก็เหมือนคนขับรถมอเตอร์ไซด์รับจ้าง ผู้คุ้มครองวินว่าอย่างไรก็ต้องปฏิบัติตามนั้น  เพื่อการทำมาหากินที่สะดวกและปลอดภัยในชีวิตประจำวัน  ส่วนหลักกฎหมายเป็นเรื่องไกลตัวไปเสียแล้ว

วันอังคารที่ ๒๓  ตุลาคม  ๒๕๕๕  วันนี้เมื่อวันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๔๕๓ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ทรงประชวรเสด็จสวรรคต ณ พระที่นั่งอัมพรสถานพระราชวังดุสิต ครั้งนั้นเป็นที่เศร้าสลดอย่างใหญ่หลวงของพระบรมวงศานุวงศ์และปวงชนทั่วประเทศ เพราะพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเป็นกษัตริย์ที่เคารพรักของทวยราษฎร์ ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอเนกประการทั้งในการปกครองบ้านเมืองและพระราชทานความร่มเย็นเป็นสุขแก่ชนทุกหมู่เหล่า ทวยราษฎร์ทั้งปวงจึงได้ถวายพระนามว่า พระปิยมหาราชหรือพระพุทธเจ้าหลวง เมื่อถวายพระเพลิงพระบรมศพตามราชประเพณีแล้ว ครั้งเมื่อบรรจบอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ผู้สืบราชสันตติวงศ์ ได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทานถวายตามราชประเพณี โดยเชิญพระโกศพระบรมอัฐิพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวออกประดิษฐานบนพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร และเชิญพระพุทธรูปปางประจำพระชนมวารประดิษฐาน ณ โต๊ะหมู่ในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท หรือพระที่นั่งอนันตสมาคมส่วนที่พระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระลานพระราชวังดุสิต หน้าที่นั่งอนันตสมาคม ที่เรียกว่าพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งเป็นพระบรมราชานุสาวรีย์ที่พระบรมวงศานุวงศ์ข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ปวงชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าผู้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณได้ร่วมใจกันรวบรวมเงินจัดสร้างประดิษฐานขึ้นน้อมเกล้าฯถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวขณะที่ทรงพระชนม์อยู่เนื่องในมหามงคลสมัยที่ทรงครองราชย์ยั่งยืนนานถึง ๔๐ ปี และพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเปิดพระบรมราชานุสาวรีย์ด้วยพระองค์เอง เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายนพ.ศ. ๒๔๕๑ นั้น ต่อมาทางราชการได้ประกาศให้วันที่ ๒๓ ตุลาคมซึ่งเป็นวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เป็นวันที่ระลึกสำคัญของชาติเรียกว่า วันปิยมหาราช และกำหนดให้หยุดราชการวันหนึ่ง   กิจกรรมของจังหวัดปทุมธานีปีนี้ได้เปิดโอกาสให้ส่วนราชการและภาคเอกชนวางพวงมาลาหน้าพระบรมรูปด้านหน้าศาลากลางจังหวัด  คณะจาก สพป.ปทุมธานี เขต ๑ ก็ไปร่วมพิธีตามที่ได้จัดเวรกัไว้แล้ว  วันนี้ท่านรองฯ สมมาตร  ชิตญาติ และข้าราชการจากกลุ่มนิเทศฯ เป็นส่วนใหญ่  หลังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดถวายพวงมาลา กล่าวถวายราชสดุดี พิธีก็จบลง  กลับบ้านเพื่อพักผ่อน  แต่เป็นการพักผ่อนด้วยการขับรถชมเมือง เริ่มจากชุมชนปฐมอโศก จังหวัดนครปฐม  เป็นชุมชนเศรษฐกิจพอเพียงด้านการบริโภค โดยเฉพาะในเรื่องสมุนไพร สมาชิกและบุคลากรได้รับการพัฒนาด้านคุณธรรมให้มีความเสียสละเพื่อส่วนรวมระดับหนึ่ง มีระบบสังคมร่วมมือ (ระบบลงแขกในสมัยก่อน) ภายในชุมชน มีเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษอยู่ทั่วประเทศ เป็นแหล่งวัตถุดิบที่มีคุณภาพตามที่กำหนดได้ มีทีมบริหารที่เป็นเอกภาพมีความรู้พื้นฐานดี และมีที่ปรึกษาที่มีคุณภาพใช้การทำงานเป็นการปฏิบัติธรรมให้เกิดประโยชน์ มีสถานที่ผลิตได้มาตรฐาน มีประสบการณ์การพัฒนาสมุนไพรมานานพอสมควร มีร้านค้าชุมชนและเครือข่ายในการเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ ทำธุรกิจด้วยระบบบุญนิยมทำให้ผู้บริโภคได้รับผลิตภัณฑ์ที่ดี ได้รับการยอมรับว่าเป็นชุมชนเข้มแข็ง พึ่งตนเอง   ออกจากชุมชนปฐมอโศกมาจอดที่ร้านวุ้นเส้นท่าเรือ ถนนแสงชูโต อำเภอท่าม่วง จังหวัดกาญจนบุรี เป็นร้านประเภทของฝาก วุ้นเส้นมีชื่อเสียงเพราะทำจากถั่วเขียว เหนียวนุ่มอร่อย ใครผ่านไปมาก็อดแวะซื้อไม่ได้  อาหารที่ขึ้นชื่ออีกอย่างคือ สลิ่ม สามารถซื้อกลับบ้านได้ด้วย  แต่วันนี้ไม่มีจำหน่าย  ไปวนรถกลับฝั่งขาเข้ากรุงเทพฯ ก็มีร้านศรีฟ้า ตั้งอยู่โด่งดังในเรื่องเค๊กฝอยทอง  ทำเป็นชิ้นเล็ก ทานคนเดียวกำลังดีไม่เสียของหรือเสียคนเหมือนก้อนใหญ่  วกเข้าสายท่าเรือ-พระแท่นดงรัง  มาออกสายกำแพงแสน  แวะซื้อไข่ราคาถูก  ๕๐ ใบ ๑๐๐ บาท ก่อนถึงกำแพงแสนเล็กน้อย   มาออกทางบางเลนแวะไปตลาดเก่ามีปลาช่อนนาแดดเดียว จำหน่ายเป็นประจำ สินค้าอร่อยติดอันดับของที่นี่คือขนมเปี๊ยะบางเลน มีหลายขนาดให้เลือกซื้อหา  เมื่อออกทางนพวงศ์ไปวกรถกลับไปทางบัวทองก็เรียกว่าครบวงจรถึงบ้านพอดี

วันพุธที่ ๒๔  ตุลาคม  ๒๕๕๕  วันนี้นัดคณะกรรมการตรวจผลงานและคุณสมบัติของผู้บริหารโรงเรียนที่เขียนคำร้องขอย้ายเพื่อตีค่าออกมาเป็นคะแนนตามเกณฑ์ที่ อ.ก.ค.ศ. เขต กำหนด กรรมการร่วมจากโรงเรียนมีท่าน ผอ.สิงโต  แก้วกัลยา โรงเรียนอนุบาลปทุมธานี  ผอ.สำเริง  ทองมอญ  โรงเรียนคลองบ้านพร้าว  ผอ.นันทนิจ  เที่ยงพูนโภค  โรงเรียนวัดเปรมประชากร  ผอ.สายใจ  อุนนะนันท์  โรงเรียนวัดบางพูน ผอ.ปราโมทย์ ภูมิจันทร์ โรงเรียนสว่างราษฎร์บำรุง  เป็นการให้คะแนนตามเอกสารหลักฐานที่ส่งมา สามารถตรวจสอบได้อธิบายได้  หลายท่านได้คะแนนต่ำกว่าที่ควรจะเป็น เพราะไม่ส่งผลงานเข้าประกวดเลย  คิดถึงสุภาษิตฝรั่งที่ว่า  "God helps those who help themselves." ตรงกับสำนวนไทยที่ว่า "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน"  ถ้าแปลตรงตัว หมายถึง พระเจ้าจะยื่นมือช่วยเหลือแก่คนที่พยายามช่วยตัวเองก่อนเท่านั้น อย่างไรก็ตามเมื่อดูตำแหน่งว่างกับคนที่ขอย้ายคิดว่าในรอบที่สอง  ถ้าคาดหวังเพียงเปลี่ยนที่ทำงานให้หายเซ็ง(ทั้งตัวเองและลูกน้อง) ก็พอจะมีโรงเรียนให้เลือกได้อีก  เพราะต่างจังหวัดขอย้ายเข้ามาน้อย สุดท้ายก็ต้องตั้งจากผู้สอบขึ้นบัญชีไว้

วันพฤหัสบดีที่ ๒๕  ตุลาคม  ๒๕๕๕  มีการประชุมจัดทำแผนป้องกันและปราบปรามยาเสพติดระดับจังหวัดที่ห้องประชุมชั้น ๕  ศาลากลางจังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายศิริพงษ์  ห่านตระกูล ได้ให้นโยบายการทำงาน รองผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง ๒ ท่าน คือ นายประสิทธิ์ บุญลิขิต และนายธีรวุฒิ  ศิริวรรณ ได้ชี้แจงกระบวนการจัดทำแผน และนัดหมายส่งงานกันภายในวันที่ ๑๐  พฤศจิกายน  ๒๕๕๕  ในการประชุมครั้งนี้ผมได้ชี้แจงถึงภาระงานของเรา และแนวทางทำงานร่วมกับจังหวัด  เพราะความเข้าใจที่ไม่ตรงกัน ใครรับผิดชอบงานใดก็คิดเอาเองว่างานของตนเองสำคัญที่สุด จนมองไม่เห็นงานอื่นของคนอื่น  ภาษาบริหารเขาเรียกว่าภารกิจหลักและภารกิจรอง  ซึ่งไม่มีวันตรงกันในแต่ละหน่วยงาน เช่น ภารกิจของสถานศึกษา (Assigned mission) คือจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ประชาชนได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึงและมีคุณภาพ  ผู้ที่สำเร็จการศึกษาเป็นคนดี  คนเก่ง  และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข สถานศึกษาต้องตระหนักในภารกิจหลักโดยมุ่งกำหนดเป้าหมาย  วางแผน  และดำเนินการสู่ความสำเร็จ  ซึ่งการกำหนดเป้าหมายและกิจกรรมดำเนินงานต้องคำนึงถึงกฎหมาย  นโยบาย  และความคาดหวังของผู้ที่เกี่ยวข้อง  เพื่อใช้ในการวางแผนกลยุทธ์ของสถานศึกษา ผลผลิตหลัก (Outputs) ที่ออกมาคือ ผู้จบการศึกษาก่อนประถมศึกษา  ผู้จบการศึกษาภาคบังคับ  ผู้จบการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลาย เด็กพิการได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานและพัฒนาสมรรถภาพ และเด็กด้อยโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งจะเห็นว่าเด็กในวัยเรียนเป็นกลุ่มเป้าหมายของผลผลิตหลักและตัวชี้วัดความสำเร็จของการจัดการศึกษา อย่างไรก็ตามหากเอาเนื้องานเป็นที่ตั้งก็สามารถทำงานร่วมกันได้ไม่ว่าจะเป็นภารกิจหลักหรือภารกิจรอง  สำคัญที่สุด คือ การสร้างทีมถือเป็นหัวใจของการทำงาน  การทำงานเป็นทีมที่มีประสิทธิภาพนั้น จะต้องประกอบคุณลักษณะสำคัญหลายประการ กล่าวคือ  ความกระจ่างชัดในวัตถุประสงค์ และเห็นด้วยกับเป้าหมาย (Clear Objectives and agreed goals) สมาชิกทุกคนของทีมจะต้องมีความเข้าใจในเป้าหมายอย่างเด่นชัด และเต็มใจที่จะผูกพัน เพื่อให้เกิดความสำเร็จในเป้าหมายที่ตั้งไว้  การเปิดเผยและการเผชิญหน้ากัน (Openness and confrontation) สมาชิกในทีมงานมีความสัมพันธ์กันอย่างเปิดเผย ซื่อสัตย์ ตรงไปตรงมา กล้าเผชิญหน้าเพื่อแก้ปัญหาการทำงานร่วมกัน   การสนับสนุนและการจริงใจต่อกัน (Support and trust) สมาชิกในทีมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างงานของตนกับเองของผู้อื่น และพร้อมที่จะรับและให้ความช่วยเหลือด้วยความจริงใจ ความร่วมมือและความขัดแย้ง (Co-operation and conflict) สมาชิกในทีมงานอุทิศตนในการปฏิบัติงานให้เสร็จไปด้วยดี จะมีการประสานประโยชน์ในเรื่องของความรู้ความสามารถ ตลอดจนความแตกต่างของแต่ละบุคคลให้ได้ผลร่วมกันอย่างสูงสุด และเป็นลักษณะที่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ในการทำงาน ซึ่งอาจมีการขัดแย้งเกิดขึ้นภายในทีม ก็จะเป็นในทางสร้างสรรค์   การปฏิบัติงานที่ชัดเจน (Sound procedure) สมาชิกในทีมจะอาศัยข้อเท็จจริงเป็นหลักและการตัดสินใจจากข้อมูลที่สมบูรณ์ที่สุด ซึ่งมาจาการติดต่อสื่อสารที่ชัดเจน มีการพูด การเขียน และการทำงานในสิ่งที่ถูกต้องในการแก้ปัญหาจะทำให้ทีมงานมีประสิทธิภาพได้    ภาวะที่เหมาะสม (Appropriate leadership) หัวหน้าทีมจะต้องมีบทบาทผู้นำที่ดี เป็นมาตรฐานในการปฏิบัติทุกอย่าง ไม่ผูกขาดเป็นผู้นำคนเดียวของกลุ่ม แต่ภาวะผู้นำจะกระจายไปทั่วกลุ่ม ตามสถานการณ์ที่เหมาะสม   ทบทวนการทำงานอย่างสม่ำเสมอ (Regular review) ทีมงานจะต้องใช้เวลาในการประเมินพฤติกรรม และเรียนรู้ถึงการผิดพลาดในการทำงาน ของกลุ่มซึ่งจะทบทวนอย่างสม่ำเสมอ เพื่อจะได้แก้ไขข้อบกพร่องในการทำงาน อาจทบทวนระหว่างการทำงานหรือหลังจากทำงานเสร็จแล้ว   การพัฒนาบุคคล (Individual development) สมาชิกในกลุ่มจะได้รับการพัฒนาอย่างที่แผนตามความชำนาญของแต่ละบุคคล ซึ่งจะให้การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้น   สัมพันธ์ระหว่างกลุ่มที่ดี (Sound intergroup relations) นอกเหนือจากความสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มแล้วจะต้องให้กลุ่มอื่นเข้าใจและยอมรับ ตลอดจนยื่นมือเข้าช่วยเหลือเมื่อจำเป็น ด้วยความเข้าใจ และปราศจาการแข่งขัน   ประการสุดท้ายสงครามแตกหักอยู่ที่การแยกมิตรแยกศัตรู การควบคุมอารมณ์ไม่ได้จะทำให้ผู้นำหลงผิดเห็นมิตรเป็นศัตรูไปได้  ซึ่งจะก่อให้เกิดความล้มเหลวในการทำงานตั้งแต่ยกที่หนึ่ง  คำตอบในยกสุดท้ายคงจะทราบกันดี หรือบางครั้งอาจไปได้เพียงยกสองยกสามก็แพ้น็อคแล้ว  งานไหนที่เราบันดาลให้สำเร็จด้วยตัวเราคนเดียวไม่ได้ก็อย่าไปอวดเก่งเบ่งศักดาเป็นอันขาด  เพราะเมื่อทีมงานวางมือ เราก็จะตะโกนเต้นอยู่คนเดียวกลายเป็นตัวตลกที่ไม่มีราคา  การทำงานไม่ว่าเล็กหรือใหญ่  "สติสัมปชัญญะ" สำคัญที่สุดครับ

วันศุกร์ที่ ๒๖  ตุลาคม   ๒๕๕๕  เช้ารับรายงานตัวครูบรรจุใหม่มารายงานตัวเลือกโรงเรียน ๔ ราย วิชาเอกวิทยาศาสตร์ทั่วไป ๑ ตำแหน่ง ของโรงเรียนบางชวดอนุสรณ์ วิชาเอกภาษาอังกฤษ ๓ ตำแหน่ง โรงเรียนวัดเชิงท่า โรงเรียนคลองบางโพธิ์ และโรงเรียนสุเหร่าใหม่เจริญ ก่อนเลือกก็ให้ข้อคิดในการทำงานและการดำเนินชีวิต ทุกคนเป็นครูอัตราจ้างมาก่อนจึงไม่ต้องรำพึงรำพันให้มากความ  สอบถามเร่งรัดเรื่องการถมที่เพราะใกล้สิ้นเดือนแล้ว  ผู้เกี่ยวข้องก็บอกว่าน่าจะทัน เพราะหากระดมกันจริงใช้เวลาไม่นานก็เสร็จ  ก็ต้องคอยดูกันต่อไป  ที่เร่งรัดเพราะอยากให้งานก่อสร้างสำนักงานเขตเป็นไปตามแผนที่วางไว้  อบจ.ปทุมธานีจะได้หาผู้รับจ้างมาทำงานได้เร็วขึ้นหากเราถมดินแล้วเสร็จ   เที่ยงไปทานข้าวที่ร้านซีแมน ถนนปทุมธานี-บางคูวัด ผ่านไปผ่านมาไม่เคยได้แวะเพราะไม่มีจุดสนใจ วันนี้ผู้บริหารโรงเรียนในอำเภอลาดหลุมแก้ว ๓-๔ คน มาชวนไปทานจึงได้ทราบว่าเป็นร้านที่ผนวกระหว่างรสชาติภาคกลางกับภาคใต้ให้เลือก เพราะเจ้าของร้านเป็นคนฉวาง  จังหวัดนครศรีธรรมราช  เมนูใต้จึงมีให้สั่งด้วย  เขาปรึกษาเรื่องการดำเนินการทางวินัยไม่ร้ายแรง ก็อธิบายให้ฟังว่าผู้บังคับบัญชาทุกตำแหน่งมีอำนาจดำเนินการได้  ไม่ต้องถึงกับใช้ผู้มีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๓  และคุณสมบัติของประธานกรรมการก็ไม่เคร่งครัดเหมือนกรรมการสอบวินัยอย่างร้ายแรง  ผลออกมาว่าผิดก็ไปดูมาตรฐานโทษ ว่าเขาเคยลงไว้ระดับใด  หากมีเหตุลดหย่อนก็เสนอไปด้วยในรายงานเพื่อผู้มีอำนาจจะได้พิจารณาประกอบการลงโทษหรืองดโทษ  บ่ายเดินทางไปรับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ซึ่งเสด็จแทนพระองค์ มาเปิดพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติธรณีวิทยาเฉลิมพระเกียรติ  ที่สำนักงานธรณีวิทยา เขต ๓ ตำบลคลองห้า อำเภอคลองหลวง  จังหวัดปทุมธานี  เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาในหน่วยงานนี้  อยู่บริเวณเดียวกับหออัครศิลปินแห่งชาติ ที่เคยนำผู้บริหารโรงเรียนมาประชุมประจำเดือน   ต่อไปพิพิธภัณฑ์แห่งนี้จะเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ดีสำหรับนักเรียนและประชาชนทั่วไป   กลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าทำงานเอกสารจนเย็น ส่งคำอวยพรวันเกิดไปให้ คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เป็นกำลังใจสำหรับเจ้านายที่ให้ความรักความเมตตากับตัวเองมาตลอด หนึ่งทุ่มไปร่วมฟังสวดพระอภิธรรมศพอาจารย์  บัญชา  วิกัยกุล ซึ่งเพิ่งเกษียณอายุราชการเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา  ท่านเป็นครูนักสู้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง  แม้รู้ตัวเองว่าเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง ก็ไม่ได้เป็นข้อจำกัดความเป็นหัวใจนักสู้ของท่านได้  ขอให้ดวงวิญญานไปสู่สุคติเถิด

วันเสาร์ที่ ๒๗  ตุลาคม  ๒๕๕๕  เช้านี้มอบภารกิจโรงเรียนวัดนาวง  โรงเรียนขจรทรัพย์อำรุง และเจ้าหน้าที่ในเขตส่วนหนึ่ง จัดทีมไปบริการสมาชิก FOK (Friends  of Kasama)  ที่มาจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และออกกำลังกายที่สนามกอล์ฟเมืองเอก  วิสต้า กอล์ฟคอร์ส รังสิต   เป็นการจัดครั้งที่ ๑๓ หรือปีที่ ๑๓ เพราะจัดปีละครั้ง ถือเอาช่วงวันเกิดคุณหญิงกษมา  วรวรรณ  ณ อยุธยา เป็นปฏิทินนัดหมาย  พวกเรามีอาหารเครื่องดื่มไปบริการแต่เช้า โรงเรียนขจรทรัพย์อำรุง นำทีมโดยท่าน ผอ.ปิยะนันท์  โตปิติ จัดขนมโบราณหลากหลายชนิดไปให้บริการ  โรงเรียนวัดนาวง นำทีมโดย ผอ.สุทัศน์ ตุรงค์เรือง จัดขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม ไปบริการ  ได้พบผู้บังคับบัญชาในอดีตหลายท่าน  เพื่อน ผอ.เขต รุ่นเดียวกันแต่เกษียณอายุราชการไปแล้ว รวมถึงที่ดำรงตำแหน่งปัจจุบันมาร่วมงานนี้กว่า ๒๐๐ คน  คุณหญิงพาหลานย่า "น้องโซดา" มาเป็นสักขีพยานว่าถึงแม้เกษียณไปแล้วก็ไม่ได้ว่างงาน  และต้องกลับไปส่งหลานที่บ้านก่อน เย็นจะกลับมาใหม่  ผมก็ได้โอกาสกลับไปยืนดูเขาถมที่  มีนายแสงทอง  เจ็งสวัสดิ์ และนายจำลอง  เกษมรัตน์  คอยจดคิวดิน  พื้นที่ ๒ ไร่กับ ๑ งาน พอถมแล้วก็ดูกว้างขวาง ก็ดีใจแทนชาว สพป.ปทุมธานี เขต ๑ ที่มีโฉนดเป็นของตนเอง ไม่ต้องไปอาศัยเขาอยู่แบบก้มหน้า เจ้าของหันมามองทีไรเราก็สะดุ้งทุกที เพราะแปลสายตาเป็นคำพูดเอาเองว่า "เมื่อไหร่สูจะไปเสียที"  ผมเองท่านเลขาธิการ กพฐ. ยังให้โอกาสได้อยู่สร้างสำนักงานเขตอีก ๑ ปี เป็นปีที่ต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพราะสิ้นกันยายนปีหน้าก็ครบวาระ ๔ ปี ตามที่กฎหมายกำหนดก็ต้องโยกย้ายไปตามวาระ  ไม่มีโอกาสได้ใช้สำนักงานเขตแห่งใหม่  เหมือน ๒ เขตที่ผ่านมา  ทำกันแบบหามรุ่งหามค่ำจนแล้วเสร็จเอาในวันสุดท้ายที่ต้องเก็บของไปรับตำแหน่งใหม่   เย็นกลับไปร่วมงาน FOK 13  อีกครั้งหนึ่ง เป็นการสังสรรค์ที่หนักไปทางแจกของรางวัลทั้งสมาชิกและคนมาร่วมงาน รวมทั้งพวกเราที่ไปบริการเขาด้วย หลายคนได้ทีวี เครื่องใช้ไฟฟ้ากลับบ้าน

 

คุณหญิงถามว่าเหลือตั้ง ๖ ปีไม่คิดไปอยู่ข้างในกระทรวงบ้างหรือ  ก็ไม่ทราบจะตอบว่าอย่างไร เพราะคุณสมบัติก็ครบถ้วนทุกประการ เป็นศึกษาธิการจังหวัดมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นระดับ ๙ มาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๗ กินเงินเดือน ค.ศ.๕ (ระดับ ๑๑) จนเดือนกันยายนปีหน้าก็เต็มขั้น  จบหลักสูตร นปส.มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๒  ขาดแต่คนตั้งอย่างเดียว  ผู้สันทัดกรณีบอกว่า ความสำเร็จจะบังเกิดขึ้นต้องครบองค์ประกอบ ๓ อย่างในเวลาเดียวกัน ขาดอย่างหนึ่งอย่างใดก็ไม่เกิดผล คือ ต้องถูกคน  ถูกเวลา และถูกสถานที่  หากคำถามนี้เกิดขณะที่ท่านดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กพฐ. รับประกันว่า ความสำเร็จมีแน่  แต่คำถามในวันนี้ก็เป็นความรักความห่วงใยที่มีต่อกัน นับเป็นความกรุณาอย่างสูงแล้ว ขอให้ท่านมีความสุข สุขภาพดี อายุยืนยาวเป็นกำลังใจกับพวกเราไปนานแสนนาน

กำจัด  คงหนู
ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปทุมธานี เขต ๑