ทางสว่างของการศึกษาไทยเริ่มชัดเจนขึ้นสำหรับผม ในวันที่ ๒ และ ๓ ต.ค. ๕๕   ว่าต้องใช้ยุทธศาสตร์ “ถักทอในพื้นที่”   ที่นำเสนอโดย ศ. นพ. ประเวศ วะสี ในเวทีปฏิรูปการเรียนรู้สู่การศึกษาเพื่อคนทั้งมวล ครั้งที่ ๙   จัดโดย สสค.

 

          แล้วในวันที่ ๓ ต.ค. คุณทรงพล เจตนาวณิชย์แห่ง สรส. ก็มาชี้วิธีดำเนินการแนว “โรงเรียนพ่อแม่”   ที่ชุมชนเป็นเจ้าของ  มี “ครูใหญ่” ในพื้นที่หรือชุมชน   มี “แกนนำนักเรียน” ชวนกันเรียน “วิชาชีวิต”

 

          วันที่ ๑๕ ต.ค. มูลนิธิสยามกัมมาจล ลงมติสนับสนุนโครงการพัฒนาเยาวชนในชุมชนท้องถิ่น ๔ ภาค   ระยะที่ ๒ เพื่อดำเนินการถ่ายโอนความรับผิดชอบการพัฒนาเยาวชน ไปสู่ อปท. ในพื้นที่   โดยมีสถาบันพัฒนาบุคลากรท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เป็นพี่เลี้ยง   ระยะเวลา ๓ ปี   โดยมูลนิธิสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ร่วมสนับสนุนเงินกึ่งหนึ่ง 

 

          ทาง สสค. และ สสส. มีข้อตกลงว่าจะร่วมกันสนับสนุนการปฏิรูปการศึกษาทั้งจังหวัด   ที่ทางจังหวัดดำเนินการกันเอง    ทาง สสค. และ สสส. หาทางส่งเสริมให้เกิดอิสระด้านการเงินแก่กลไกปฏิรูปในพื้นที่   ข้อตกลงนี้มีมาหลายเดือนแล้ว    แต่ยังตัดสินใจหาจังหวัดนำร่อง ๓ จังหวัดยังไม่ได้    วันที่ ๙ พ.ย. ๕๕ นัดคุยกันเรื่องนี้ที่มูลนิธิสยามกัมมาจล   เพื่อใช้ข้อมูลการทำงานของคุณทรงพล เป็นส่วนหนึ่งของการคัดเลือก  

 

          นอกจากนั้นจะได้ข้อมูลจากการดำเนินการเครือข่ายครูสอนดี ๑๕ จังหวัด โดยมูลนิธิสดศรีฯ   นำมาใช้ในการคัดเลือกจังหวัดนำร่อง ถักทอในพื้นที่ เพื่อการปฏิรูปการเรียนรู้ ที่ประชาคมจังหวัดนั้นเป็นเจ้าของ

 

          มองภาพกว้าง นี่คือขบวนการเล็กๆ ของการกระจายอำนาจในสังคมไทย    ที่ก่อกำเนิดและเติบโตขึ้นเองจากพื้นที่   ไม่ใช่หยิบยื่นให้โดยผู้มีอำนาจจากส่วนกลาง

 

 

 

วิจารณ์พานิช

๒๑ ต.ค. ๕๕