สถานีความคิด :

 

หลักประกันแห่งทรัพย์สิน

 

 

 

 

            แม้ในทางศาสนาจะบอกว่าทรัพย์สินเงินทองเป็นเพียงสิ่งของที่ถูกสมมติขึ้นมาให้มีราคาค่างวด เป็นสิ่งที่ไม่มีความจีรังยั่งยืนอะไร และเป็นสิ่งที่ไม่ที่ไม่ควรจะเข้าไปยึดมั่นถือมั่นให้มากนัก เพราะจะก่อให้เกิดความทุกข์ขึ้นมาได้ก็จริง

            แต่ตราบใดที่คนเรายังเป็นได้แค่เพียงคนเดินดินธรรมดา ยังไม่สามารถที่จะบรรลุเป็นพระอรหันต์ขีณาสพที่ตัดกิเลสออกไปได้ทั้งหมด และสังคมมนุษย์ยังให้ความสำคัญกับทรัพย์สินเงินทองอยู่ ตราบนั้นคนเราก็คงจะต้องพากันทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สินเงินทองและความมั่งคั่งในชีวิตของตนเอง

            การแสวงหาเพียงเพื่อให้ได้มาซึ่งทรัพย์สมบัติอันเป็นสัญญลักษณ์ของความร่ำรวย แม้จะเป็นเรื่องที่ยากลำบากก็จริง แต่วิธีการเก็บรักษาทรัพย์สมบัติให้มีความปลอดภัยหรือรักษาทรัพย์ที่ได้มาเอาไว้ให้ได้นานๆ นั้น กลับเป็นสิ่งที่กระทำได้ยากเย็นยิ่งกว่ามากนัก

            ในฐานะแห่งความเป็นปุถุชน เมื่อเราทุกคนต่างก็มีทรัพย์สินเป็นของตัวเอง ทั้งที่เป็นสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์  ไม่ว่าจะมีมากหรือน้อยแค่ไหนก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ทุกคนมักจะคำนึงถึงอยู่ตลอดเวลา ก็คือ ทำอย่างไรถึงจะให้ทรัพย์สินที่มีอยู่นั้นดำรงอยู่นานๆ ทำอย่างไรถึงจะสร้างหลักประกันเรื่องความปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับทรัพย์สินเหล่านั้นได้

            ในทัศนะทางพระพุทธศาสนา ได้กล่าวเอาไว้ว่า หากเราอยากจะสร้างหลักประกันให้เกิดขึ้นกับทรัพย์สิน หรือคุ้มครองทรัพย์สินที่ตนมีอยู่ให้ปลอดภัย ทุกคนจะต้องปฏิบัติตนให้เป็นคนที่มีสัมมาอาชีวะ อยู่เสมอตลอดเวลา นั่นก็คือ จะต้องเป็นคนที่ประกอบอาชีพหรือทำมาหากินโดยทางที่ถูกต้องหรือมีความสุจริต งดเว้นจากพฤติกรรมที่เป็นของโจรทุกรูปแบบ เช่น ไม่ลักเล็กขโมยน้อย หรือลักใหญ่ขโมยมาก ไม่คดโกงผู้อื่น ไม่ฉ้อราษฎร์บังหลวง ไม่ทำการค้าของเถื่อนหรือของผิดกฎหมาย  ไม่กินตามน้ำ           กินทวนน้ำ กินใต้โต๊ะ กินกรวดหิน ดิน ทราย และพฤติกรรมอื่นๆ ที่บ่งบอกว่าเป็นพฤติของจอมโจรหรือมิจฉาชีพทั้งหลาย ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ล้วนสร้างความหวาดหวั่นให้ทุกคนเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยในทรัพย์สินขึ้นมา

            หากเราทุกคนพากันปฏิบัติตามหลักของสัมมาอาชีวะ โดยการประกอบอาชีพหรือทำมาหากินในทางสุจริตหรือสร้างสรรค์ ไม่มีการจ้องที่จะคดโกง หรือเบียดบังเอาทรัพย์สินของผู้อื่นมาเป็นของตนอยู่ตลอดเวลา  เราก็สามารถที่จะเชื่อมั่นได้ว่าทรัพย์สินของเราทุกอย่างจะต้องมีหลักประกันแห่งความปลอดภัยอย่างแน่นอน ทรัพย์สินของเราทุกคนจะไม่มีการสูญหาย และเราจะมีความเป็นอยู่ที่มีความสุข โดยไม่ต้องมีความหวาดระแวงใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้อีก เพราะว่าเราทุกคนต่างก็มีอาชีพที่สุจริตเหมือนๆกัน ซึ่งไม่ใช่จะเพียงแต่ทรัพย์สินที่เป็นสมบัติส่วนบุคคลเท่านั้นที่จะมีความปลอดและได้รับการคุ้มครอง  หากแต่ทรัพย์สินที่เป็นของรัฐหรือของประเทศชาติก็จะพลอยมีหลักประกันและมีความปลอดภัยตามไปด้วย

            ประเทศไทยในปัจจุบันกำลังประสบกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำอย่างหนักหน่วง ซึ่งสาเหตุส่วนหนึ่งที่ทำให้ประเทศชาติต้องประสบกับปัญหาเศรษฐกิจ ก็คือ ปัญหาการคอรั่ปชั่นหรือการฉ้อราษฎร์บังหลวงของคนไทยเอง ซึ่งมีทั้งข้าราชการผู้ทรยศ พ่อค้าผู้เห็นแก่ตัว และนักการเมืองขี้โกง ที่รวมหัวกันโกงกินบ้านเมืองอย่างมีศิลปะและแนบเนียน จนไม่อาจจะทำการตรวจสอบและจับมือใครมาดมได้

            ปัญหาการคอรัปชั่นถือว่าเป็นมะเร็งร้ายของสังคม ที่จะคอยกัดกร่อนทำให้สังคมและประเทศชาติต้องล่มจมหรือล่มสลายไปในที่สุด ถ้าหากเราทุกคนในฐานะที่เป็นพลเมืองของประเทศชาติไม่รีบช่วยกันหาทางแก้ไขและป้องกันกันอย่างจริงจัง

            ถ้าหากว่าประเทศชาติมีหลักประกันที่ปลอดภัย ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนก็จะพลอยปลอดภัยและมีความเป็นอยู่ที่ดีและมีความสันติสุขตามไปด้วย แต่ถ้าหากเมื่อใดก็ตามประเทศชาติมีอันต้องต้องล่มสลายลงไป เมื่อนั้นประชาชนก็มิอาจจะดำรงอยู่ได้เช่นกัน

            การช่วยกันจรรโลงสังคมหรือประเทศชาติให้ดีขึ้น จึงเป็นหน้าที่ของสมาชิกในสังคมทุกชีวิตที่จะต้องร่วมมือร่วมใจกันหาทางแก้ไข ปรับปรุง และพัฒนาเปลี่ยนสังคมให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่

            การสร้างจิตสำนึกที่ดีร่วมกันของคนเราทุกคนในฐานะที่เป็นพลเมืองของชาติ การตั้งสัตย์ปฏิญาณและการตั้งใจว่าจะประกอบอาชีพที่สุจริต ไม่ประกอบอาชีพทุจริต ไม่ประพฤติตนเยี่ยงโจรร้าย ไม่ลักขโมย ไม่ขี้ฉ้อคอรั่ปชั่น ไม่โกงกิน ไม่เอารัดเอาเปรียบคนอื่น ไม่ปล้น จี้ ฉกชิง หรือวิ่งราวผู้อื่น เป็นต้น เป็นสิ่งที่ทุกคนควรจะสำนึกและตระหนักให้มากที่สุด  ซึ่งถ้าหากว่าทุกคนได้สร้างความสำนึกเหล่านี้ให้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา  ความมั่นคงแห่งทรัพย์สินของตนเองก็จะเกิดขึ้น ทรัพย์สมบัติของตนจะมีความปลอดภัย ความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคมก็จะเกิดขึ้นตามมาเป็นลำดับ ซึ่งจะทำให้ประเทศชาติมีความเจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าได้ในที่สุด

            สัมมาอาชีวะ หรือการประกอบอาชีพที่สุจริต จึงเรียกได้ว่า เป็นหลักประกันแห่งทรัพย์สินทั้งปวงโดยแท้ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินของปัจเจกบุคคลหรือทรัพย์สินของสังคมและประเทศชาติก็ตาม