"วราเทพ" การันตีเงินหวยกองสลากฯโปร่งใส มีขั้นตอนตรวจสอบทุกบาทไม่ให้กระเด็น ยอมรับจ่ายให้นายกฯ ทัวร์นกขมิ้นแค่ 2 ครั้ง เพราะจำเป็นเดี๋ยวหาว่าแก้ไขปากท้องชาวบ้านไม่ได้ เตรียมแจกทุนการศึกษาให้เด็กอีก 3,000 ล้านภายหลังจากมีกระแสข่าวถึงความไม่โปร่งใสต่อกรณีการบริหารจัดการรายได้จากการขายหวยของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ล่าสุดเมื่อวันที่ 15 กันยายนที่ผ่านมา นายวราเทพ รัตนากร รักษาการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งกำกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เปิดเผย ประชาชาติธุรกิจถึงกรณีดังกล่าวว่า เงินรายได้จากสลาก 2 ตัว 3 ตัว หรือหวยบนดินนั้น เป็นเงินที่รัฐบาลต้องการจะนำไปใช้ในเรื่องสาธารณประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจัดการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาส เพื่อการพัฒนาคน โดยจัดการในรูปแบบกองทุน เพื่อความคล่องตัวในการใช้จ่ายที่ทันต่อวิกฤตที่เกิดขึ้น โดยในปีการศึกษา 2549 เทอม 2 รัฐบาลจะจ่ายทุนการศึกษาให้แก่นักเรียนที่พ่อแม่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพอีก 2-3 แสนทุน แบ่งเป็นโรงเรียนละ 15-20 ทุน วงเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท นายวราเทพกล่าวว่า การใช้จ่ายเงินจากกำไรหวยบนดินมีคณะกรรมการบริหารกองทุนซึ่งมาจากหลายฝ่าย เช่น ฝ่ายการเมือง ข้าราชการประจำ ผู้แทนจากนักวิชาการ เหมือนกับกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ที่มีการเก็บภาษี 2% จากสินค้าอบายมุข เช่น เหล้า บุหรี่ ซึ่งก็มีรายได้ปีละหลายพันล้านบาท หลักการใช้เงินรายได้ของหวยบนดิน ก็เหมือนกับกองทุน สสส. สามารถตรวจสอบได้   ทั้งนี้ ที่ผ่านมาเงินส่วนนี้ก็จ่ายเป็นทุนการศึกษาผ่านทางกระทรวงศึกษาธิการ เช่น ทุนเรื่องการเขียนเรียงความ หลายแสนคน จัดทุนให้ผู้มีรายได้น้อย 3-4 แสนทุน กระจายไปทั่วประเทศ ทุกจังหวัด บางจังหวัดมีคนได้รับทุนเป็นหมื่นราย ทุน 1 อำเภอ 1 ทุน      เด็กนักเรียนที่ขาดแคลนได้มีโอกาสไปเรียนต่างประเทศ ประมาณ 1,700 คน ซึ่งทุกทุนมีการตั้งกติกาการจ่าย โดยมีรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน  เลขาธิการสภาพัฒน์เป็นฝ่ายเลขานุการ ร่วมกับผู้แทนจากกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีกระบวนการตรวจสอบได้   "เพราะฉะนั้นถ้าจะเรียกว่าผลงานก็ปฏิเสธไม่ได้ การเป็นรัฐบาลก็ต้องทำงานตามที่นโยบายที่หาเสียงไว้ การที่คนมาลงคะแนน เราก็ไม่รู้ว่า      เขาลงคะแนนเพราะผลของนโยบายอะไร แต่เราอยู่ในตำแหน่ง ก็ต้องทำงาน แต่ถ้าจะนำเงินก้อนนี้เข้าสู่ระบบงบประมาณแผ่นดิน กลายเป็นนำเงินจำนวนนี้ไปรวมกับเงินรายได้ภาษี ก็จะโดนกล่าวหาอีกว่า เป็นเพราะรัฐบาลถังแตก การที่ฝ่ายค้านบอกว่าหาเสียงก็พูดได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง" รักษาการ รมช.คลังกล่าวนายวราเทพ กล่าวอีกว่า สำหรับทุนการศึกษา สำหรับนักเรียนที่พ่อ-แม่ ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพ   ที่สูงขึ้น ซึ่งจัดขึ้นเป็นกรณีพิเศษ ในปี 2549 จำนวน 3,000 ล้านบาท ได้มีการอนุมัติไปแล้ว ซึ่งโครงการนี้จะทำขึ้นเป็นการเฉพาะปีนี้ปีเดียวเท่านั้น นอกจากนั้นเป็นโครงการเล็ก ๆ มีอนุกรรมการพิจารณา อนุมัติกรณีที่มีผู้เดือดร้อนเสนอมาโดยตรง เช่น ผู้พิการ คณะกรรมการใหญ่ และอนุกรรมการ จะพิจารณาอนุมัติโครงการตามความจำเป็น เช่น กรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ทำเรื่องขออนุมัติเงินมาเพิ่มเติม ก็ต้องมาเข้าคิวรอ บางโครงการก็ไม่ได้รับการอนุมัติ  "รัฐบาลถือว่า เราต้องทำงานตามนโยบาย ถือว่าเงินส่วนนี้ได้มาจากที่เราบอกประชาชนไว้ว่า เงินที่เขาซื้อ      หวยบนดินนั้น รัฐบาลจะนำกำไรมาจัดสรรเพื่อสาธารณประโยชน์ เราในฐานะนักการเมืองก็ถูกมองในแง่ลบอยู่แล้ว เวลาจัดสรรงบประมาณในการทำงาน ก็ต้องถูกมองว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ เพื่อหาคะแนนเสียง เพราะมันส่งผลเรื่องการลงคะแนน ซึ่งเราอาจจะได้โดยปริยาย" นายวราเทพกล่าวทั้งนี้ ในแต่ละงวด มีสลากกินแบ่งพิมพ์ขาย 20 ล้านฉบับ รายได้ทั้งหมดส่งเข้ากระทรวงการคลัง         ส่วนสลากพิเศษ สลากการกุศล พิมพ์จำนวน 16 ล้านฉบับ มีสำนักงานงานกองสลากดูแลในรูปแบบกองทุน         มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ร่วมกับผู้อำนวยการสำนักงบ ประมาณ และปลัดกระทรวงมหาดไทย   เงินส่วนนี้มีการจัดสรรเพื่อการแก้ปัญหาสาธารณประโยชน์ นายวราเทพกล่าวถึงกรณีที่มีนักการเมืองเข้ารุมทึ้งเงินหวยนั้น ตนเห็นว่าไม่น่าจะมี ส่วนถ้าเป็นการจ่ายเงินให้บำรุงวัด เงินสาธารณกุศล มีสำนักงานกองสลากฯ ดูแลอยู่แล้ว ซึ่งเงินกองนั้นจะใช้ในเรื่องสาธารณประโยชน์ การศึกษา  สาธารณสุข  กรณีเกิดเรื่องฉุกเฉิน ก็สามารถทำเรื่องขอมาได้ กรณีนักการเมืองขอเงินมาเพื่อไปบำรุงวัด ก็ต้องผ่านการเซ็นอนุมัติมาจากเจ้าคณะจังหวัดเสียก่อน และคงเป็นการได้ไม่คุ้มเสีย  หากนักการเมืองคนนั้นจะเอาตำแหน่งมาเสี่ยงกับการเอาเงินเพียง 2-3 แสนบาท ส่วนที่เคยเป็นข่าวไปนั้น ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินคดีและการตรวจสอบจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ไม่ใช่แค่เพียง ส.ส. เอาเงินไปคืนวัดแล้วก็จบกระบวนการ    "รับรองว่าเงินไม่หายไปไหน ไม่มีทางขาด รั่วไหลไม่ได้ ไม่มีจ่ายให้โครงการก่อสร้าง พวกด้อยโอกาสได้โดยตรง ผมพยายามแก้ไขทุกจุดบอด ที่มีการร้องเรียนเพราะอาจจะมีคนที่เจตนาไม่ดี ระบบราชการมีอย่างไร  เราก็ปฏิบัติตาม ผมไม่ใช้อำนาจในการอนุมัติคนเดียว ต้องมีหลักเกณฑ์ แต่ความเดือดร้อนของประชาชนรอจากการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีทั้งหมดไม่ได้ แต่คนก็ต้องมองว่าเรื่องนี้เป็นการหาเสียง แน่นอนฝ่ายค้าน   ก็ต้องมองว่าเป็นประโยชน์ในการเอื้อต่อการเมือง ขึ้นอยู่กับมุมมองของใคร โครงการที่ได้รับการอนุมัติไป แน่นอนว่าอาจจะมีคนไม่เห็นด้วย ซึ่งก็แล้วแต่ดุลพินิจ แม้กระทั่งการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีตามปกติ          ก็ถูกวิจารณ์ว่า เหมาะบ้าง ไม่เหมาะบ้าง"รักษาการ รมช.คลังกล่าวอีกว่า วงเงินกำไรแต่ละปีประมาณ 8,000-10,000 ล้านบาท ที่เหลือต้องกันไว้ เป็นเงินสะสมสำรองสำหรับการจ่ายให้ผู้ถูกรางวัล ซึ่งยอดสำรองจำกัดไว้ ที่ 5,000 ล้านบาท นอกนั้นที่กองสลากฯ ก็มีการออกสลากพิเศษเป็นกองทุน ปีละ 4,000 ล้านบาท สำหรับใช้จ่ายให้หน่วยงานราชการที่มีงบฯ ปกติไม่เพียงพอ ในด้านศาสนา สาธารณสุข หรือนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งก็มีหลักเกณฑ์ในการจ่ายนายวราเทพให้ข้อมูลว่า ที่มีการกล่าวกันว่ามีการนำเงินก้อนนี้ไปใช้จ่ายในการทัวร์นกขมิ้นของรักษาการนายกรัฐมนตรีนั้น มีการจ่ายเพียง 2 ครั้ง เพราะหากรักษาการนายกรัฐมนตรีเดินทางไปราชการต่างจังหวัด   พบปัญหา แล้วกลับไปกรุงเทพฯ เฉย ๆ ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ต้องใช้งบประมาณ ซึ่งก็เป็นเพียงบางส่วนเท่านั้น    และเป็นเงินจากกองสลากฯ แต่ก็มีการใช้เงินเพื่อเรื่องอื่น ๆ อีก เช่น ซื้อเครื่องเอกซเรย์แบบพิเศษให้โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า 55 ล้านบาท  ซื้อรถพยาบาลให้กระทรวงสาธารณสุข 200 คัน ประมาณ 400 ล้านบาท          ทำลานกีฬาใต้ทางด่วน  ตู้น้ำดื่มหยอดเหรียญ   ซึ่งเชื่อว่าคนซื้อสลากพิเศษ สลากบำรุงการกุศล ก็ต้องการจะทำกุศลอยู่แล้ว ต่อข้อถามว่ามีบ้างหรือไม่ที่โครงการบางโครงการอาจมีนักการเมืองมีส่วนได้เสีย นายวราเทพตอบว่า หน่วยงานที่ได้รับเงินก้อนนี้ไป ก็ต้องไปผ่านกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามปกติ เหมือนกับเงินงบฯ ปกติ ถ้ามองว่า มีนักการเมืองมาวิ่งแล้วได้รับการอนุมัติ ตนเป็น รมช.คลังคงไม่อนุมัติแน่ ถ้ามีนักการเมืองเอี่ยวจริงก็ต้องไป   ไล่ตามกระบวนการ ตรวจสอบวิธีการประมูล   ทั้งนี้ นักการเมืองอาจจะเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องบ้างในกระบวนการ ติดตามสอบถามความก้าวหน้าเท่านั้น แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ครบทุกคน ทั้งนี้หากใครพบข้อทุจริตก็สามารถร้องเรียน  ได้อยู่แล้ว

ประชาชาติธุรกิจ  18  ก.ย.  49