การเรียนที่เอาชีวิตเป็นตัวตั้ง

วันที่ผมก้าวเข้ามาในการจัดกระบวนการเรียนรู้ของมหาวิทยาลัยชีวิต นักศึกษาเรียกเราว่าอาจารย์ แต่ แนวความคิดของมหาวิทยาลัย บอกว่าอาจารย์ไม่ใช่เพียงอาจารย์ แต่เป็นผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ ให้กับนักศึกษา  ตัวผู้เรียนเป็นศูนย์กลางของการเรียนรู้ สอนน้อย เรียนรู้มาก ทุกวิชาล้วนอยู่บนฐานการดำเนินชีวิตในการงาน และ ชุมชนที่นักศึกษาอาศัยอยู่  ความรู้ คือสิ่งที่มีอยู่ในตัวนักศึกษาเอง หาใช่ในตัวอาจารย์เอง  ในส่วนตัวผมเอง ไม่ค่อยมีปัญหากับ แนวคิดวิธีการ เหล่านี้นัก เพราะในชีวิตการทำงานผ่านกระบวนการ ทำงานพัฒนาชุมชน กับ องค์กรพัฒนาเอกชน มากว่าทศวรรษ ในสมัยก่อนทำงานกับชุมชน ต้องออกไป คลุกคลี เรียนรู้กับชุมชน กลายเป็นว่า ห้องเรียนของผมโรงเรียนของผม ก็คือ ท้องนา ป่าตาล กระท่อมมุงจาก เล้าไก่ คอกควาย ทั้งที่ผมเป็นคนทำงาน กลับกลายเป็นผู้เรียน มาวันนี้ ผมอยู่ท่ามกลาง นักศึกษา ที่ เป็นคนในท้องถิ่น คน ที่อยู่ในชุมชน หากมองย้อนไปก็ คนที่มาจากโรงเรียน ที่ผมเคยเข้าไปเรียนรู้นั่นแหละ เพียงแต่ว่า โรงเรียนของ นักศึกษาเหล่านี้ปรับขึ้น เป็น อบต. เป็นสถานีตำรวจ เป็นร้านอาหาร ร้านขายเสื้อผ้า โรงเลื่อย กิจการรับเหมา เป็น หน่วยงานราชการ  หน่วยงานเทศบาล     

จากคนทำงานพัฒนา ซึ่งเป็นผู้เรียนรู้ จากชุมชน วันนี้ก็เป็นอีกวันหนึ่งที่ ชื่อเรียกเป็นอาจารย์ผู้จัดกระบวนการเรียนรู้ กลับกลายมาเป็นผู้เรียนรู้ร่วมอีกครั้ง เพราะอย่างไรก็ตามผมเองไม่มีทางที่จะรู้มากไปกว่านักศึกษา แน่นอน แล้วผมจะเอาอะไร ไปสอนหรือแลกเปลี่ยนละครับ นึกอะไรไม่ออก คงมีแต่ การเดินทางไป เรียบๆ เงียบๆ เหงาๆ เฝ้าสังเกตุ สิ่งที่ผ่านเข้ามาอย่างไม่ตัดสิน อะไร ด้วยสัญญา ความรู้ เดิมของตนเอง แล้ว ผมก็บังเอิญพบกับ พ่อค้า ไอศครีมกระทิ โคน และ ขนมปัง เข้ามาขายที่ทำงาน ขายเสร็จก็มีแถมบรรเลงกีตาร์ ให้ลูกค้าฟังอีก ผมจึงนึกขึ้นได้ว่า สิ่งที่จะแลกเปลี่ยนกับนักศึกษา คือคำถามที่ว่า อะไรเกิดขึ้นกับคนขายไอศครีม และ อะไรเกิดขึ้นกับชีวิตนักศึกษา เพียงเท่านี้ บรรยากาศของ ห้องเรียนในฝันทันที   ก็ผุดพลันขึ้นมาทันที