เมื่อเราเข้าใจกัน

ฉันมีหลานสาวหนึ่งคน  ปัจจุบันอายุ  11  ปี  แต่อายุสมองเท่ากับเด็ก 7 ขวบ ฉันทราบได้อย่างไร ตอนแรกฉันไม่ทราบหรอก  เนื่องจากช่วงที่หลานสาวอายุประมาณ 5-6 ขวบได้เข้าเรียนในโรงเรียนอนุบาล  หลานมักมีเรื่องกับคนโน้นที่คนนี้ที อ่านเขียนไม่ได้  ฉันจึงนำเรื่องของหลานเล่าให้เพื่อนครูในโรงเรียนฟัง เพื่อนครูคนนี้อายุมากกว่าฉัน  ท่านเล่าว่าลูกของเพื่อนท่านมีลักษณะแบบหลานเธอนี้เลย แต่เขาพาไปพบแพทย์ แพทย์บอกว่าเป็น  LD  และแพทย์จะมียาให้รับประทาน ลูกเพื่อนสามารถเรียนได้จนจบนะ  ลองพาหลานไปที่โรงพยาบาลจิตเวชดูซิ  ฉันได้นำเรื่องนี้ไปเล่าให้น้องสาวฟัง  และพาหลานไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลจิตเวช  แพทย์บอกว่าหลานมี ไอคิวค่อนข้างต่ำ  ฉันรู้สึกเคืองหมอนิดๆ แต่เราทุกคนได้ปฏิบัติตามคำแนะนำโดยดูแลเรื่องการรับประทานยาและไปพบแพทย์ตามกำหนดปัจจุบัน 5 ปีแล้ว ฉันพาหลานไปพบแพทย์ครั้งหลังสุด และเล่าให้แพทย์ฟังจากการสังเกตพบว่าหลานเริ่มอ่านหนังสือของชั้น ป.1 เทอมแรกได้เอง  เขียนคำได้  พูดจาชัดเจนขึ้น  เป็นประโยคไม่สลับคำเหมือนก่อน แพทย์บอกว่าอายุสมองของหลานปัจจุบันเท่ากับเด็กอายุ 7 ขวบ และสมองสามารถพัฒนาเท่ากับเด็กอายุ 12 ขวบ และหลานฉันก็คงอายุประมาณ 18 -19 ปี  ฉันเองจึงบอกคนในครอบครัวเราว่าอย่าไปยัดเยีียดความรู้ให้เขามาก ให้เขาเท่าเด็กป.1 ก็พอเพียงแล้ว เพราะเขาก็รับได้และมีความสุขเราเองก็สุขใจที่เขาได้ตามที่เขาควรจะได้  จากวันนั้นฉันย้อนกลับมาดูลูกศิษย์ห้องท้ายๆพบว่ามีลูกศิษย์ที่มีอาการแบบเดียวกัน ฉันจึงเข้าใจพวกเขามากขึ้น เพียงแต่ไม่ทราบว่าอายุสมองของพวกเขาเหล่านั้นเท่าใด  เรื่องอ่านเขียนอาจจะด้อยแต่เรื่องการเอาตัวรอดเป็นเยี่ยม แต่บางคนเก่งคณิตศาสตร์แต่อยู่ไม่นิ่ง เขียนไม่ได้แต่ตอบได้ ฉันอยากให้ผู้ปกครองเข้าใจและเมื่อลูกหลานมีอาการควรพาไปพบแพทย์ไม่ต้องอาย เพราะถ้าได้คำแนะนำที่ถูกต้องเขาสามารถพัฒนาตนเอง ครูเองจะได้จัดการเรียนรู้ให้ตรงตามศักยภาพของเขา ผู้ปกครองจะได้สบายใจที่ลุกหลานอ่านหนังสือได้แม้ว่าจะช้าไปบ้าง แต่ยังดีกว่าเรียนให้จบตามการศึกษาภาคบังคับแต่อ่านเขียนไม่ได้