บริจาคเลือด


บริจาคเลือด

 

วันที่ 17/10/2555

วันนี้ได้โอกาสไปบริจาคโลหิต ให้กับทางโรงพยาบาล Kantha Bopha

ตั้งใจหลายครั้งว่าจะไปบริจาคแต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปสักที วันนี้เป็นหยุด (ผชุมเบญ Pchum ben) เพราะมีความศรัทธาต่อผู้ก่อตั้งโรงพยาบาลแห่งนี้ คือ คุณหมอ Beat Richner ผมขอนำประวัติโดยสังเขปดังนี้

เกิด : 1947

สถานที่ : เมือง Zurich สวิสเซอร์แลนด์

การศึกษา: จบแพทย์ศาสตร์ แผนกเด็ก ปี 1973

                เข้ามาที่ประเทศกัมพูชา โดยอาสาสมัครของ องค์การกาชาดสากล ในปี 1975  ทำงานที่โรงพยาบาล Kantha Bopha Children’s Hospital ที่ นครพนมเปญ                ช่วงที่ระยะเวลาดังกล่าวกัมพูชามีปัญหาทางการเมือง (ยุคเขมรแดง) ทำให้ท่านต้องกลับสวิตเซอร์แลนด์คืน

                เมื่อปี 1991 ได้กลับมาที่กัมพูชาอีกครั้งหนึ่ง และได้ขอบริจาคเงินทุนจากรัฐบาลกัมพูชาและรัฐบาลสวิสเซอร์แลนด์ เพื่อก่อตั้งโรงพยาบาลแห่งแรกที่ พนมเปญ ในปี 1992 โดยใช้ชื่อ Kantha Bopha Children’s Hospital  และในปี 1999 ที่จังหวัดเสียมเรียบใช้ชื่อว่า  Kantha Bopha Jayavarman VII hospital auditorium, Siem Reap, Cambodia(ปัจจุบันมีโรงพยาบาลทั้งหมด  5 แห่ง ที่พนมเปญ 4 แห่ง และที่เสียมเรียบ 1 แห่ง) โรงพยาบาลทั้ง 5 แห่ง รักษาฟรีสำหรับเด็ก และสตรีมีครรภ์

บุรุษผู้มีจิตศรัทธาอันยิ่งใหญ่ท่านนี้  ได้ฉายาว่า  Dr.Beatocello ที่ดังไปทั่วโลก และอีกฉายาคือ Khmer Children’s God Father  โดยได้รับรางวัล Swiss of the Year’ ปี 2003.

ผมขอนำรูปภาพของคุณหมอดังกล่าว มาแสดงไว้ในที่นี่

ปัจจุบันนี้ส่วนมากคุณหมอจะอยู่ที่เสียมเรียบ เพราะที่นี้จะมีการแสดงคอนเสิร์ตให้นักท่องเที่ยวชม ทุกๆวันเสาร์ เวลา หนึ่งทุ่มสิบห้านาที(7.15PM)  การแสดงจะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ในการแสดงคอนเสริร์ท จะมีการแสดงดนตรีเป่าเครื่อง Cello สลับกับหนังสั้นของชีวิตคุณหมอและสถานที่ต่างๆ ที่ไปการหาแหล่งเงินทุนในการรับบริจาคในที่ต่างๆ ทั้งในประเทศกัมพูชา และในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ และสถานที่สำคัญๆ ของโลกโดยเฉพาะยุโรป

เมื่อปีที่แล้ว ( คศ. 2011) ผมได้มีโอกาสเข้าไปชมการแสดงของท่าน ขณะน้น ท่านเปิดการแสดงสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทุกวันพฤหัสบดี และวันเสาร์  ในระหว่างแสดงดนตรีจบแต่ละเพลงจะมีพูดคุยเพื่อขอให้ท่านผู้ชม ร่วมบริจาคเงินให้กับโรงพยาบาล  ผมประทับในประโยคท่านพูด

 “การบริจาคเงินในครั้งนี้  ไม่ต้องไปคิกมาก ขอให้คิดถึงเด็กๆ ที่ขาดแคลนทางสาธารณสุขและไม่ต้องไปคำนึงถึงหลักผู้ใหญ่ของประเทศและครอบครัวของผู้ใหญ่ของประเทศที่มีความร่ำรวยมหาศาล ขอให้นึกถึงมนุษยธรรม”  ท่านก็เอ่ยชื่อเลยน่ะคับว่าผู้ใหญ่คือใคร ซึ้งมาก

                “คนมีเงินมาก ก็บริจาคเงินมาก คนไม่มีก็สามารถบริจาคอย่างอื่นได้ เช่นคนหนุ่มสาว ก็ไม่มีเงินมากก็บริจาคโลหิตแทน”

ประโยคนี้แหละคับที่ทำให้ผมตั้งใจ ที่จะบริจาคโลหิตเพราะตอนนั้นที่ไปชมคอนเสิร์ตของท่านมีเงินบริจาคเล็กน้อย และแต่ที่เหตุสำคัญคือเกิดความศรัทธาต่อคุณหมอว่า ทำไมเขามีแรงเสียสละมากมาย ทำไปเพื่ออะไร ทั้งๆที่เขาเองอยู่ที่บ้านเขาสามารถสร้างรายได้มากมายที่โน้นมีความสุขสะดวกสบาย ทำไม ทำไม...

                การไปบริจาคโลหิตในครั้งนี้ มีความประทับใจมากตั้งแต่เดินก้าวประตูทางเข้าโรงพยาบาล จะมีป้อมย่าม ย่ามจะถามเราเลยคับว่ามาทำอะไร ผมก็บอกภาษาเขมรเขาไม่คอยจะถูกเท่าไรครับ เขาก็งง ก็เลยใช้ภาษากายแทน  เขาก็เข้าใจย่ามก็พาไปส่งที่ห้องคลังเลือด ซึ่งไม่ไกลจากทางเข้าเท่ไรประมาณ50 เมตร ดีเน๊าะเราไม่ต้องเดินหาเองเหมือนที่โรงพยาบาลในไทย และก็ไม่ต้องไปปะปนกับคนไข้ที่รอตรวจ ที่นี้ดีตรงที่รับตรวจเฉพาะแม่และเด็กเท่านั้น

                เมื่อถึงห้องคลังเลือด มีเจ้าหน้าที่ 2 ท่าน มีเตียงนอน 2 เตียง ตอนผมไปถึงเห็นมีนอนคนบริจาคโลหิตทั้ง 2 เตียง ระหว่างที่กรอบข้อมูลประวัติส่วนตัว คนที่บริจาคก่อนหน้าผมเขาบริจาคเสร็จพอดี  ได้คิวผมพอดี ในความรู้สึกระหว่างบริจาค ดูเหมือนเขาจะเอาเลือดเรามากกว่าที่ไทย เห็นใช้เวลาที่นานกว่า และถุงเลือดเหมือนกับใหญ่กว่า(แต่ไม่ได้ถามเขาว่าเขาเอากี่ซีซี) เสร็จแล้วก็นอนพักสักครู่หนึ่ง เจ้าหน้าที่เขาก็ไม่ได้บอกอะไร ว่ารอสักครู่ (แต่ก็เข้าใจเขาคับว่า เขาเป็นแค่พนักงานฝึกหัด ไม่รู้โดยตรงจากโรงเรียน เหมือนที่ไทย ต้องใช้เจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์การแพทย์ หรือพยามบาลเป็นผู้เจาะเลือด) เพราะเท่าที่ทราบมามีผู้ที่เชียวชาญหรือเรียนมาโดยตรงมีน้อย มาก

              แต่ก็ประทับอีกนิดหนึ่ง หลังจากเสร็จแล้วเจ้าหน้าที่เขาจะถ่ายรูปเขาไว้ติดประวัติผู้มาบริจาคโลหิต และบอกเราว่าถ้าต้ องการทราบผลการตรวจเลือดสามารถมาขอได้หลังจากบริจาคแล้ว 7 วัน โดยให้บัตรสีเหลืองเพื่อมาติดต่อ   

             หลัง จากนั้น เขาก็ยื่นกระเป่าพลาสติกให้หนึ่งใบ ข้างในจะมี ขนมปัง 1 กล่อง เสื้อยืด 1 ตัว ยาสำหับเพิ่มเม็ดเลือดอีก 10 เม็ด น้ำดื่ม 1 ขวด (ตอนแรกก็บอกเขาไม่เอาสิ่งของเหล่านี้ได้ไหม เขาก็บอกว่าต้องเอาไม่เอาไม่ได้  เขาบอกว่าเอาไปให้ใครก็ได้ )ก็เลยจำเป็นต้องเอา (ตามรูปภาพ)

กล่องสีส้มขนมปัง/ยาบำรุงเลือด/น้ำเปล่า

เสื้อยืด/บัตรประจำตัวผู้บริจาคเลือด

 แขนทีีถูกเจาะเลือด

หมายเลขบันทึก: 505981เขียนเมื่อ 17 ตุลาคม 2012 21:49 น. ()แก้ไขเมื่อ 19 ตุลาคม 2012 08:17 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (4)

บาดออกุนจะเรอน โลกเนียะขจิต จะมวย โลกเนียะอักขณิช(ขอบคุณมากครับคุณขจิตและคุณอักขณิช)

บริจาตในไทย ที่สภากาชาดไปแล้ว 50 รอบ ถ้าสมมุติไปบริจาคที่นู่น 1รอบ เค้าจะบวกเพิ่มให้ เป็นรอบที่ 51 หรือเปล่าครับ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี