
สมอง เครื่องมือชั้นเลิศ ของการศึกษาตามอัธยาศัยหรือการเรียนรู้ตลอดชีวิต
วิทยาการเกี่ยวกับประสาทและสมองปัจจุบัน ได้ก้าวหน้าไปไกลมาก
จนเราทราบว่า ที่เราเรียนรู้ไม่ว่าจะในระบบไหน ก็มาจากการทำงาน
ของสมองภายในของเรานี่เอง
เมื่อพูดถึงการศึกษาแล้ว องค์ประกอบต่าง ๆ มีมากมาย ตั้งแต่ อาคาร
ผู้บริหาร สื่อการเรียนการสอน ผู้สอน องค์การมหาชน ผู้ปกครอง การลงโทษ
การให้รางวัล ผู้เชี่ยวชาญระดับต่าง ๆ นักวิชาการ ฯลฯ
แต่เมื่อตัดสิ่งที่ไม่สำคัญออกจนเหลือสิ่งที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือ
ตัวผู้เรียนรู้เอง ซึ่งตัวผู้เรียนรู้เองมีเครื่องมือที่สำคัญคือสมอง
สมมุติว่า โลกเกิดภัยภิบัติ สถาบันการศึกษานักวิชาการผู้บริหารตายไป
แต่การศึกษาที่แท้จริง คือการศึกษาตามอัธยาศัย ก็ดำเนินต่อไป เพราะ
เหลือสิ่งที่สำคัญที่สุด คือผู้เรียนรู้ บทเรียนก็คือปัญหาที่จะต้องแก้ต่อไป
สมองประกอบด้วยส่วนสำคัญอยู่หลายส่วนและมีหน้าที่ต่างกัน
สมองส่วนหน้า (Frontal lobe) ทำงานด้านการตัดสินใจ เหตุผล การวางแผน
การควบคุมการเคลื่อนไหวและแก้ปัญหา ทำหน้าที่ประมวลผลจากสมองส่วนต่าง ๆ
สมองส่วนนี้ถือเป็นสมองส่วนวิวัฒน์มากที่สุดของมนุษยชาติ
หมอประเวศได้กล่าวถึงหน่วยงานการศึกษาบางหน่วยว่ามีหน้าที่ทำลายสมองส่วนหน้า
สมองส่วนการควบคุมเคลื่อนไหว (Motor area) ทำหน้าที่ในการควบคุมการเคลื่อนไหว
ของร่างกาย เป็นสมองส่วนกลาง ร่วมกับสมองส่วนรับสัมผัส(Parietal Lobe)ทำหน้าที่
ในการ รับรู้ความรู้สึก รับรู้ภาพและเสียง สมองส่วนขมับ (Temporal lobe) ทำงานเกี่ยวกับ
การรับรู้ภาพและความจำ สมองน้อย (Cerebellum) ทำหน้าที่เกี่ยวกับการทรงตัว
และสุดท้ายคือสมองส่วนหลัง (Occipital lobe) เป็นสมองส่วนรับภาพ ควบคุมการทำงาน
ของร่างกาย ควบคุมการทำงานของหัวใจ
การทำงานแบบง่าย ๆ ของสมอง คือ การรับรู้ข้อมูลต่าง ๆ ผ่านประสาทสัมผัสทั้งห้า
เมื่อได้รับแล้วก็ทำงานโดยการประมวลผล นั่นก็คือ การคิดและแก้ปัญหา เป็นการ
ทำงานของสมองแบบบูรณาการ โดยใช้สมองหลาย ๆ ส่วนร่วมกัน
เมื่อคิดเสร็จแล้ว ก็ส่งสัญญาณไปกระตุ้นส่วนที่เคลื่อนไหว เพื่อเป็นปฏิกิริยาโต้ตอบ
กับสิ่งแวดล้อม
สมองเกิดการเรียนรู้ จาก อะไร ????
เกิดเมื่อเซลสมอง ส่งสัญญาณติดต่อกัน ในลักษณะบูรณาการแบบเครือข่าย (Neural network)
จากเส้นใยสมองที่เรียกว่าแอกซอน (Axon)และเดนไดรท์ (Dendrite) เส้นใยสมองที่ชื่อว่า
แอกซอน ทำหน้าที่ส่ง สัญญาณกระแสประสาทไปยังเซลสมองต่าง ๆซึ่งเกิดในจุดเชื่อมต่อที่เรียกว่า
ซีนแนปส์ (synapse) การเกิดการเชื่อมต่อกันก่อให้เกิดการเรียนรู้
พูดแบบง่าย ๆ ก็คือ เมื่อ เมื่อเกิดการกระทบสัมผัสจากผัสสะ สมองก็เกิดการทำงาน
โดยการหลั่งสารไปที่เส้นใยสมอง และมีการเชื่อมโยงกันภายในเซลสมอง จะเห็นได้ว่า
เด็กก่อนวัยอนุบาลจะมีพัฒนาการของเส้นใยสมองมี่การเชื่อมโยงกันค่อนข้างมาก
การเชื่อมโยงและบูรณาการของสมองคือการเรียนรู้
เห็นได้ชัดเจนว่า ปัญญาเกิดจากสิ่งภายใน เครื่องมือสำคัญคือสมอง
การเรียนรู้หาใช่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ตามแนวคิดเดิมของนักการศึกษายุคที่วิทยาการสมองยังไม่เจริญ
การที่จะฝึกฝน ให้มีปัญญา นั้นจะต้องมีเจตนาภายในที่จะเรียนรู้ และจดจำ เป็นแรงจูงใจภายใน
วิทยาการของสมอง ได้ก่อเกิดทฤษฎีพาหุปัญญา (Multiple Intelligences) ซึ่ง การ์ดเนอร์
เป็นผู้ศึกษาและเชื่อมโยงกับการทำงานของสมอง การ์ดเนอร์ได้ให้คำนิยามของปัญญาว่า
“ปัญญา คือความสามารถที่จะค้นหาและแก้ปัญหาและสร้างผลผลิตที่มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับในสังคม”
ซึ่งปัญญาของการ์ดเนอร์มีแปดประการ ก็คือ ความสามารถในการสร้างผลผลิต ด้านตรรกะ ดนตรี
การเคลื่อนไหวร่างกาย ภาษา เข้าใจธรรมชาติ เข้าใจตนเอง ศิลปะ ซึ่งความสามารถเกิด
จากการใช้สมองซ้ำ ๆ กันในกลุ่มปัญญานั้น ๆ ทำให้โดดเด่น และมีความสามารถเพิ่มโดย
การฝึกใช้สมองเพิ่มเติมซ้ำบ่อย ๆ
จากการทราบการทำงานของสมอง พบว่า ใครก็มีสมอง และมีสมองค่อนข้างเท่ากัน
ไม่ว่าเขาจะมีใบรับรองระดับไหนก็ตาม หรือ ไม่มีใบรับรองอะไร เขาก็มีสมอง
ได้เรียนหนังสือ หรือไม่ได้เรียนหนังสือ ก็มีสมองและวิธีการคิดแก้ไขปัญหาของส่วนนั้น
นักเรียนกลาง ๆ ถึงค่อนข้างแย่ ในระบบการวัดประมวลผลของทฤษฎีการศึกษาแบบโลกเก่า
หากมีความเชื่อมั่นในการเรียนรู้ด้วยตนเอง เริ่มจากการเรียนรู้ในสิ่งที่ชอบ ตามความถนัด
การได้รับการยอมรับ มีเวทีให้เขาได้แสดงศักยภาพของสมอง ก็จะพบว่า เขาเหล่านี้อาจเป็น
ซีอีโอ ของบริษัทนอกกรอบแบบใดแบบหนึ่ง และพวกที่เรียนดีอาจเป็นพนักงานของเขาก็ได้
สรุปว่า ทฤษฎีสมองเป็นส่วนหนึ่งของทฤษฎีการเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือการศึกษาตามอัธยาศัย
ซึ่งอธิบายการเรียนรู้ แบบตัดสิ่งที่เป็นรูปแบบทิ้งไปทั้งหมด เข้าสู่โหมดของการเรียนรู้แบบเพียว ๆ
เพราะสมองเป็นรากฐานแห่งอารยธรรม ถึงกระทั่งแม้ว่าเกิดภัยภิบัติโลกระบบทุนนิยมสถาบันการศึกษา
ล่มสลาย แต่มนุษย์ยังเหลือสมองเอาไว้สร้างอารยธรรมใหม่ต่อไป
ทฤษฎี... การเรียนรู้ตลอดชีวิต หรือ การศึกษาตามอัธยาศัย ...ซึ่งอธิบายการเรียนรู้...เหมือนที่เรียนรู้จากGoToKnow นะคะ
ขอบคุณมากค่ะ
สวัสดีครับ สมองเราก็มีเหมือนกันทุกคน แต่ใครที่จะสามารถนำสมองซึ่งเป็นสิ่งมหัศจรรย์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมและตนเองก็นับว่าสุดยอดแล้ว ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ ท่าน ดร. สิ่งที่ผมพูดถึงเนี่่ย มันยกประเทศไทยขึ้นได้จริงครับ
ในระดับที่หนึ่ง ก็ มันเป็นระบบที่มีอยู่แล้ว เป็นการศึกษาที่มีอยู่แล้ว ต้องนำเสนอข้อเท็จจริงเป็นระบบการศึกษาอีกระบบหนึ่งที่เราสามารถ กำหนดได้เอง สร้างความมั่นใจให้กับระบบการเรียนรู้ชนิดนี้
ในระดับที่สอง ก็ ต้องส่งเสริม ให้ทุกคนได้เกิดการเรียนรู้ โดยเฉพาะ คนด้อยโอกาสทางการศึกษาในระบบ คือคนกลาง ๆ ถึงแย่ในระดับที่ ไม่สามารถเรียนในระบบได้แล้ว ถ้าหากพิจารณานำเอาเรื่องเล่าของ เจ้าสัวที่ไม่ได้เรียนหนังสือ และก็ได้ดี หรือไม่ก็พวกเจ้าของ ไอแพด ไอโฟน ซึ่งไม่ต้องเรียนมหาวิทยาลัยดัง ๆ นั่นเลย เพียงแต่รู้ว่าเรา บ้าอะไร และจะทำอะไรกับสิ่งที่เราบ้า ได้อย่างมีสมรรถภาพ นอกจากนั้นแล้ว พ่อแม่ ของพวกเราหลาย ๆ คน ก็ไม่ได้จบการศึกษา สูงเท่าไรนัก แต่เขาจัดการความรู้ในระบบของเขาได้ ชาวบ้านที่ไม่ได้ เรียนหนังสือเลย แต่ก็มีภูมิปัญญาอย่างใดอย่างหนึ่ง จากงานที่เขาทำ
บุคลิกของคนไทย ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต ไม่ใช่เรียนแล้วสอบได้ใบรับรองแล้วก็จบครับ ผมคิดว่าการศึกษารูปแบบนี้เหมาะสมกับคนไทยส่วนใหญ่ ต้องส่งเสริมสิ่งที่มี่อยู่แล้ว ยกย่องคนที่ไม่จบการศึกษาในระบบ แต่ก็ได้ดีบ้างก็ดีครับ โลกจะได้สมดุลย์ขึ้นครับ
เรียน คุณเทพ ครับ สมองอย่างครูบาสุทธินันท์ หรือ ปราชญ์ชาวบ้าน ที่เป็น บุคคลิกที่เรียนรู้ตลอดชีวิต เพราะเขามีสมองเท่า ๆ กับเรา บุคลิกนี้ต้องเป็นบุคลิกแห่งชาติครับ