ผีอำ เรื่องที่ ๑ ลุงขายสลากกินแบ่งรัฐบาล

   เพื่อนเล่าให้ฟังว่า ตอนเด็ก(ก่อนอายุ๑๒ปีเพราะหลังจากนั้นเป็นวัยบรรพชา) มีลุงคนหนึ่งซึ่งสนิทกับที่บ้านมาก ท่านมีอาชีพขายเบอร์ (สลากกินแบ่ง) และจะปั่นจักรยานมาแวะคุยเล่นที่บ้านจนกลายเป็นเสมือนญาติสนิท ต่อมาวันหนึ่ง มีคนมาบอกที่บ้านว่า ลุงถูกรถสิบล้อทับ ผม(เพื่อน)และแม่จึงออกไปดูกัน ร่างของลุงถูกล้อของรถสิบล้อทับร่างเป็นรอยล้อตั้งแต่ขาไปถึงหัว ส่วนหัวนั้นแบนเละ สมองเลอะ ตรงหน้าอก หัวใจออกมาเต้นตุ๊บๆข้างนอก เห็นแล้วหวาดเสียวมาก

   คืนนั้น ผม(เพื่อน)เข้านอนกับแม่และพ่อ จำไม่ได้ว่าตีเท่าไร(เวลาเท่าไร)แต่เข้าใจว่าก่อนตีสี่ ผม(เพื่อน)ตื่นขึ้นมาหัวใจหายวาบ ปลายเท้าเป็นร่างดำทะมึนจำได้เลยว่าเป็นร่างลุงที่ขายเบอร์ แล้วผม(เพื่อน)ก็ขยับตัวไม่ได้ ไม่รู้จะทำอย่างไร ร่างนั้นค่อยๆคืบคลานมาทางปลายเท้า ซึ่งรู้ได้เลยว่าเย็นวาบๆ เลยมาที่เข่า ขา และก่อนถึงสะเอว พอดีมีเสียงไก่ขัน ทันทีที่เสียงไก่ขัน ร่างดำทะมึนก็คลื่นคลายจากขาของผม(เพื่อน)และสลายวับไป ผม(เพื่อน)นอนไม่หลับอีกเลยจนแจ้ง(สว่าง)

   ผีอำ เรื่องที่ ๒  ลุงของผมเอง

   เรื่องนี้ที่เกิดขึ้นจริงกับผมเมื่อปี ๒๕๔๓-๒๕๔๔ เป็นเรื่องที่ผมแลกเปลี่ยนกับเพื่อนดังต่อไปนี้ บ้านลุงของผมอยู่หลังวัดท่ายางกลาง ริมคลอง เป็นบ้านที่สร้างด้วยฝีมือของลุงเอง ผมชอบไปนั่งที่ศาลาริมน้ำเสมอๆ ช่วงนั้นลุงเป็นมะเร็ง และลุงให้ผมมาอยู่ที่บ้านด้วย ผมได้อยู่ที่ห้องของลุงซึ่งต่อออกไปจากห้องโถงไม้ซึ่งคือตัวบ้าน หน้าห้องของลุงเป็นระเบียง ส่วนลุงไปอยู่ทีห้องโถงกลาง เพราะสะดวกกับการดูแลเอาใจใส่จากป้าและลูกหญิงชาย ลูกสาวพาลุงไปรักษาอยู่นาน สุดท้ายก็หมดทางรักษา วันเผาศพลุง ลูกชายได้นำกระดูกมาพักไว้ที่ระเบียงหน้าห้องลุง ตกกลางคืนก็เข้านอนกันตามปกติ แต่ในห้องโถงกลางนั้น ป้าจะเปิดไฟไว้ ไฟในห้องโถงสามารถสาดส่องเข้ามาที่ห้องลุงทางช่องลมซึ่งคือหน้าต่างเดิม เรียกว่าสว่างอ่านหนังสือได้

  ผมตื่นขึ้นมาตีหนึ่งกว่าๆ โดยดูตัวเลขที่นาฬิกา จากแสงไฟที่ส่องมาจากห้องโถง ท่านอนปกติของผมคือ มือทั้งสองผสานลงบนอก ขายืดยาว ส่วนห้องที่ผมนอนนั้น อันที่จริงคือมีที่นอนนิ่มริมหน้าต่างซีกซ้าย(ทางขวาเป็นห้องโถงกลาง) ซึ่งผมเข้าไปใจว่าเป็นที่นอนของลุง ผมจึงไม่นอนบนที่นอนนั้น แต่ผมจะปูเสื่อและผ้าขาวม้ากลางห้องข้างๆกับที่นอนนั้น สำหรับผมมันสบายกว่าการนอนบนฟูกหรือที่นอนนิ่ม ผมรู้สึกเมื่อก็เลยนอนชันเข่าขึ้น และใช้ขาขวาไขว้บนขาซ้ายที่ชันเข่า(นอนไขว่ห้าง) แต่มือทั้งสองยังคงวางไว้ที่หน้าอกเหมือนเดิม ระหว่างนั้นก็คิดว่า เราเราตายแล้วไปไหน...ลุงตายแล้วไปไหน ทันทีที่ผมคิดว่า ลุงตายแล้วไปไหน ก็มีร่างโปร่งแสงใส ผ่านมาทางประตูทางเข้าที่ผมจำได้ว่าปิดล๊อกแล้วเรียบร้อยแน่นอน ร่างนั้นเดิมผ่านไปทางปลายเท้าของผม ขณะนั้นผมขยับตัวไม่ได้อีกเลย พยายามฝืนๆๆๆ และฝืน แต่จนปัญญา บทสวดมนต์ที่เคยจำได้ อะไรบ้าง สวดทุกบท แต่ไม่เป็นผล ผมขยับตัวไม่ได้ แต่ผมเห็นร่างโปร่งแสงนั้น ซึี่งผมมั่นใจว่าเป็นร่างลุงแน่นอน ไม่ใช่ใครอื่น ร่างนั้นผ่านปลายเท้าของผมไปทางที่นอนริมหน้าต่างข้างซ้าย ผมต่อสู้กับตัวเองอยู่นาน เมื่อขยับไม่ได้จริงๆ ก็ปล่อยเลยตามเลย คือนอนนิ่ง คำถามหนึ่งที่ผมถามในใจคือ ผมรู้ว่าลุงตายไปแล้ว และสิ่งที่เห็นคือลุง ผมกลัวหรือไม่ ผมตรวจสอบตัวผมเอง ก็ผมว่า ผมไม่มีออาการกลัวใดๆ เฉยๆกับสิ่งที่พบมากกว่า ครู่ใหญ่ที่ผมปล่อยเลยตามเลย จากนั้นผมก็คิดว่า ลุงไปไหนแล้ว ทันทีที่คิด ปรากฎว่า ร่างโปร่งแสงนั้นค่อยๆเดินจากที่นอนไปซึกซ้ายของผมไปทางปลายเท้าและไปทางซีกขวาเดินออกจากห้องไปโดยไม่ได้เปิดประตูเลย ทันทีที่ร่างโปร่งแสงเดินออกจากห้อง ผมก็คลายตัวเองได้ นั่งได้ พร้อมกับงุนงงกับสิ่งที่ประสบ รุ่งเช้าผมเล่าเรื่องนี้ให้ป้าฟัง ป้าบอกว่า ลุงเป็นห่วงผม ผมถามว่า ที่นอนคือฟูกนั้นเป็นที่นอนของลุงหรือ ป้าบอกว่า ไม่ใช่ แต่เป็นที่นอนของหลานอีกคนหนึ่ง ส่วนลุงนั้นจะนอนตรงกลางห้อง ซึ่งคือที่ที่ผมนอนนั่นเอง ป้าบอกให้ผมจุดธูปบอกลุงว่าไม่ต้องกังวล ผมทำตาม ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่เจอเหตุการณ์ทำนองนี้เกี่ยวกับลุงอีก

     อย่างไรก็ตาม ทำนองนี้ชาวบ้านบอกว่าเป็นเรื่องผีอำ ในทางวิทยาศาสตร์ผมเคยอ่านมา เขาอธิบายว่าเป็นเรื่องของเลือดที่เดินไม่สะดวก ทำให้ร่างกายชาจนขยับไม่ได้ 

    เกี่ยวกับเรื่องผีอำ เพื่อนของผมนั้นโดนมาหลายครั้ง ครั้งที่เล่าคือสมัยเป็นเด็กคือเรื่องที่หนึ่งนั้น ส่วนเรื่องอื่นเกิดเมื่อตอนบรรพชา อยู่ที่วัดบ้านนอกแห่งหนึ่งในอำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อนพบข้อสังเกตว่า ทันทีที่ไก่ขัน ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเสมอ

   ผีอำ เรื่องที่ ๓ หอพักเพทาย

   ผมอาศัยอยู่หอพักเพทายมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๘-๒๕๕๓ อยู่ชั้น ๓ ห้อง ๑๐ ส่วนปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่นั้นแล้ว จำได้ว่า มีเรื่องผีอำอยู่เรื่องหนึ่ง ก่อนที่จะเป็นผีอำนั้น มีเหตุการณ์อื่นเข้ามาก่อน คือ ตอนเย็นหรือเกือบค่ำ ของหลายต่อหลายครั้ง ผมจะมีความรู้สึกว่า เมื่อเดินระหว่างห้องไปห้องพักของตัวเองนั้น เหมือนมีใครเดินตามเสมอ และเมื่อเข้าไปนั่งในห้อง บางครั้งเปิดทีวีดู ก็เหมือนมีคนนั่งดูทีวีอยู่ด้วยกัน คล้ายกับว่าเป็นเพื่อนกัน ผมสงสัยเรื่องนี้มานานพอควรและรู้สึกว่าเป็นผู้หญิง จวบจนวันหนึ่ง จำไ้ด้ว่าเป็นช่วงหน้าร้อน ปกติผมจะไม่นอนบนเตียงซึ่งมีฟูกนิ่ม เพราะจะปวดหลัง คืนนั้นร้อนมาก ผมเปลี่ยนจากนอนบนพื้นปาเก้ ไปนอนบนเตียง จำไม่ได้ว่าเวลาเท่าไร ผมตื่นขึ้นมา แล้วอึดอัดมาก เป็นท่านอนตะแคง เพราะร้อนจริงๆ หันหน้าไปทางฝาผนัง ทีนี้พอจะนอนหงาย กลับนอนไม่ได้ ไม่มีกำลังบังคับตัวเอง ขยับตัวไม่ได้ ผมต่อสู้ด้วยการพยายามดัน ดัน และดันจนสุดฤทธิ์ แล้วผมก็เสียหลักเมื่อพลิกตัวได้ ผมเกือบตกเตียง สิ่งที่ไม่คาดฝันคือ เมื่อผมพลิกตัวได้ หน้าผมจะต้องไปชนโต๊ะเครื่องแป้งทางซ้ายติดกับเตียง แต่ผมจำความรู้สึกได้ว่า หน้าที่ผมไปกระทบนั้นไม่ใช่โต๊ะเครื่องแป้ง หากแต่เป็นเหมือนมือนิ่มๆรองรับหน้าผมไว้ ผมรู้สึกประหลาดใจ แต่ก็พยายามหยุดคิด ขยับตัวขยับท่านอนใหม่ เป็นนอนหงายและหลับๆตื่นๆทั้งคืน ตอนเช้า ผมแต่งตัวออกไปทำงาน พบป้าที่เป็นแม่บ้าน ซึ่งอยู่มานานแล้ว ผมจึงเอ่ยทักป้าว่า "ป้าผมมีอะไรจะถาม คือสงสัยมาแล้วแล้ว" ป้าก็บอกว่า "มีอะไรคือคะ" "คืออย่างนี้ป้า ที่หอนี้มีอะไรบางอย่างอยู่ใช่ไหม" เหมือนกับป้าจะรู้ว่าคำว่าอะไรบางอย่างนัั้้นหมายถึงอะไร ป้าบอกว่า "ใช่" และผมก็ต่อด้วยคำว่า "เป็นผู้หญิงใช่ไหม" ป้าบอกว่า "ใช่" ผมถึงกับอ๋อในใจ และเล่าให้ป้าฟังว่าที่ผ่านมาหลายปีนั้นผมรู้สึกอะไร และที่เกิดขึ้นกับผมตอนกลางคืนคืออะไร ป้าเล่าให้ฟังว่า กรณีของผมไม่มีอะไร คงต้องการเป็นเพื่อน(ผมอยู่คนเดียวและอยู่ประจำ) แต่ว่าบางรายนั้นอยู่ไม่ได้เลย อย่างไรก็ตาม ผมอยู่หอนี้มาหลายปี ผมพบว่า ไม่เคยมีการทำบุญกันเลย ผมก็อยากจะทำบุญ แต่นั่นแหละทำงานมาหลายปี ไม่มีเงินเก็บเลย วันหนึ่งผมก็คิดในใจว่า "อย่างนี้นะ ผมอยากทำบุญ แต่เก็บเงินไม่ได้เลย หากอยากให้ทำบุญ ขอให้ผมถูกรางวัล" ประจวบกับวันนั้นผมมีธุระที่เซียร์รังสิต เดินผ่านขนตาบอดขายสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงแวะเข้าไปซื้อหนึ่งใบ แล้วก็ไม่ได้คิดอะไร ปรากฎว่า เมื่อวันสลากงมงายออก ผมถูกรางวัลที่ ๔ ผมจำได้ว่า ผมได้เคยคิดในใจไว้เกี่ยวกับเรื่อง หลังจากขึ้นเงินได้ ผมก็เลยจัดทำบุญโดยนิมนต์พระมาจากวัดปัญญานันทาราม ถวายทาน อุทิศส่วนกุศลตามความเชื่อ โดยเคลียร์ห้องชั้นที่หนึ่งเป็นห้องโถงไว้เก็บของ เป็นห้องทำกิจกรรมนี้ แน่นอน การถูกสลากกินแบ่งรัฐบาลนั้น มันเป็นความบังเิอิญ นี้คือการคิดแบบเหตุผล เพราะบังเิอิญที่ช่องเลขของตัวหมุนมาตรงกับเลขสลากที่ผมซื้อ อย่างไรก็ตาม ถ้าเชื่อเรื่องผีสางนางไม้เราก็คงเชื่อว่าจิตวิญญาณเขาให้ก็ได้

หมายเหตุ(เดิม) : ไม่ต้องใช้วิจารณญาณให้มากก็ได้ครับ :-)