หัดเป็นคนช่างสังเกต ฝึกสงสัย ใส่ใจค้นคว้า หมั่นศึกษาด้วยตนเองเสียก่อน หาโอกาสเรียนรู้หลักวิชาการเกษตรบ้าง หลับตามองย้อนไปในอดีต ลืมตามองสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน นึกฝันอย่างมีเหตุผลถึงวันข้างหน้า องก์ความรู้ใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นมา เราสามารถที่จะเรียนรู้ศึกษา และเข้าใจได้ ....ด้วยตนเอง...ค่่ะ

ลำไย : ชุมชนคนสนใจเรื่องลำไย ถามตอบ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น

https://www.facebook.com/groups/www.longankipqew/

หรือ

http://www.gotoknow.org/dashboard/home/#/posts/545415/edit

สาวน้อยใจดี นู๋ยุ้ยแก้มตุ่ย

https://www.facebook.com/profile.php?id=100000397078840

.

บทที่ 3  หาโอกาสศึกษา และลองทำดู จะได้รู้ ว่าเราจะทำสำเร็จ...หรือไม่

ที่บ้านยุ้ย มีต้นลำไยอยู่สองต้น อยู่ริมรั่วหน้าบ้าน 1 ต้น และอยู่หลังบ้าน 1 ต้น จำได้ว่าปลูกพร้อมๆ กัน

ต้นหน้าบ้านไม่ได้ปลูก แต่กินลำไย แล้วโยนทิ้งเมล็ดไว้ มันก็โตนะ มันสูงกว่ายุ้ย...อ่ะ อีกต้นอยู่หลังบ้านต้นนี้ ต้นนี้แม่เอากิ่งพันธุ์มาจากเจ้าหน้าที่เกษตรฯ เขาเอามาแจก ทังสองต้นใบใหญ่ เขียวสวย หน้า มันเป็นเงาเลย แต่ต้นหลังบ้านอยู่ใกล้เตาเผาถ่าน สังเกตว่าลำต้นใหญ่กว่ามากเลย...ค่ะ

               แม่เคยเล่าว่าเจ้าหน้าที่เกษตรฯ เขาส่งเสริมให้ในตำบลของเราปลูกยางพารา และลำไย โดยแจกกิ่งพันธุ์ให้ฟรีๆ  แต่พ่อไม่ยอมปลูก กลับไปฟังเพื่อนๆ บอกว่า ปลูกมะขามหวาน ได้ราคาดีกว่า ที่บ้านเราเลยเสียเงินซื้อกิ่งพันธุ์มะขามหวานมาปลูก  (อ้อ.. เมื่อก่อนหน้านี่ ที่บ้านเคยปลูกฝ้ายค่ะ แต่ว่า ตอนนั้นยุ้ยยัง...ไม่เกิด ถ้าเล่าเรื่องได้ ก็คง...เกินไปล่ะ) 

               พ่อชอบปลูกต้นไม้มากค่ะ  แต่ไม่ค่อยชอบดูแล หรือจัดการ ภาระทั้งหมดเลยมักมาตกอยู่กับ....แม่ มะขามที่ปลูกไว้ ช่วงเก็บผลผลิต เดือดร้อนแม่ต้องปีน ต้องสอยเก็บเอง  พอจะขายเข้าจริงๆ ก็ถูกกดราคาจากพ่อค้าที่มารับซื้อ บอกว่า ราคาไม่ดี... ของไม่มีคุณภาพ... สารพัดล่ะที่จะติ  แม่แก...เจ็บใจ เลยตัดมะขามทิ้งเลย น่าเสียดาย...เนอะ ตั้งหลายปี...กว่าจะโต

                ต่อมาที่บ้าน เลยเปลี่ยนอาชีพจากปลูกมะขาม มาเป็นเผาถ่านมะขามขายค่ะ  เรามีเงินเยอะเลย เพราะต้นทุนของเราน้อย  คือเราไม่ต้องซื้อต้นมะขามที่ไหน ก็เอาที่สวนนั้นแหละ ตัดมาเผาขายได้เป็นกระสอบๆ  เราขายกระสอบล่ะ 200 กว่าบาท  ราคาขึ้นบ้าง ลงบ้าง นิดๆ หน่อยๆ  ทำให้ที่บ้านของเรากลับมามีเงินเหลือใช้อย่างสบาย  อย่างว่าล่ะนะ เผาอย่างเดียว สักวันเถอะ...มันก็หมด

                ในที่สุด....วันนั้นก็มาถึง  เราก็เริ่มขาดแคลนไม้มะขามสำหรับการเผาถ่าน  นอกจากนั้นการเผาถ่าน มันทำให้สุขภาพของพวกเราแต่ละคน ย่ำแย่มากๆ  ซึ่งเกิดมาจากกลิ่นของควันไฟ ที่จากกองถ่านที่เผา นอกจากรบกวนครอบครัวเราแล้ว ยังรบกวนครอบครัวรอบข้างด้วยค่ะ  ในที่สุดเราก็เลิกงานเผาถ่าน ทิ้งไว้แต่เถา และเศษถ่านที่เหลืออยู่

               ยุ้ยเคยสังเกตว่า ที่กองเตาถ่าน และที่รอบๆ เตาถ่านนั้น มีต้นไม้ขึ้น โตเร็ว ใบดูเขียวดีจังเลย  ถ่านนี่...น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการปลูกต้นไม้...นะคะ

                ตอนเพาะเมล็ดลำไย ยุ้ยจึงได้ลองเอาดินใกล้ๆ เตาถ่านที่เผามาผสมกับดินที่ไร่ แล้วแยกกลุ่มถุงประเภทต่างๆ ไว้ เพื่อจะดูความแตกต่าง สังเกตุได้ว่าดินที่ได้ผสมเศษผงถ่านไม้ลงไปด้วยโตเร็วกว่า เมล็ดลำไยที่ปลูกด้วยดินที่ไม่ได้ผสมผงถ่านค่ะ


หลักวิชาการเกษตร :

                คาร์บอน มีส่วนให้ต้นไม้มีอัตราการเจริญเติบโต เพิ่มหรือลดได้...ดังนี้ค่ะ

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจ ให้ตรงกันก่อน

C/N Ratio  ( ซี/เอ็น เรโช ) คือค่าความแตกต่างระหว่าง คาร์บอน กับ ไนโตรเจน ที่มีอยู่ในโครงสร้างของพืช ...ค่ะ

C  คือ คาร์บอน  N  คือ ไนโตรเจน

N คือ ไนโตรเจน ถ้าเป็นปุ๋ย คือ 46-0-0  หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า "ยูเรีย"

                N หรือ ไนโตรเจน เป็นธาตุที่มีการสูญเสียขึ้นอากาศไปได้ง่ายๆ เมื่อถูกความร้อน และ เป็นธาตุที่ละลายไปกับน้ำ และซึมผ่านลงในดินได้รวดเร็ว พอๆ กับละลายไหลไปตามน้ำที่ชะหน้าดิน เมื่อมีฝนตกหนักๆ

***ดังนั้นในเรื่องของ "ยูเรีย" สรุปว่า อย่าเอาถุงปุ๋ยยูเรียไปตากแดด ควรเก็บไว้ในทีร่ม  และเมื่อใส่ปุ๋ยยูเรียแล้ว อย่าปล่อยทิ้งให้ตากแดดนาน ควรเขี่ยดินกลบ หรือรีบรดน้ำ เพื่อให้ปุ๋ยละลายซึมลงดินให้รวดเร็วที่สุด  

                ***ชาวบ้านบอกว่าตากแดดตั้งนานแล้ว ก็ยังเห็นมันตั้งอยู่ทั้งกระสอบ ไม่เห็นหายไปไหนเลย  ค่ะ.. ถูกต้อง ปุ๋ยยูเรียที่ตากแดด มันยังเหลืออยู่ทั้งกระสอบ แต่ที่เห็นอ่ะ... มีเหลือแต่แคลเซี่ยมที่ใช้เป็นตัวจับธาตุไนโตรเจน...ค่ะ

               ***วันไหนฝนตก น้ำฝนจะนำไนโตรเจนที่มีอยู่มากมายในอากาศ เอากลับลงมาด้วยค่ะ


                *** ธาตุคาร์บอนในดิน นอกจากโครงสร้างตัวมันเองจะช่วยให้ดินพลุน ซับซึมน้ำผ่านได้ดีแล้ว ปริมาณคาร์บอนยังช่วยให้ค่าความแตกต่างระหว่าง C/N Ratio แคบ หรือ กว้าง ได้    ดังนี้น

                ***ถ้าค่า C/N Ratio แคบ  ต้นไม้จะเจริญทางกิ่ง และใบ

                ***ถ้าค่า C/N Ratio กว้าง จะส่งผลให้มีการติดดอกเจริฐพันธุ์ได้...ค่ะ


                *** ในธรรมชาติจะมีธาตุคาร์บอนมากว่าในโตรเจนอยู่แล้ว แต่ถ้าฝนตกมาก ค่าของ N จะเพิ่มขึ้น กระเถิบเข้ามาหาจนใกล้เคียง C  หรือมากกว่า ทำให้ต้นเติบโต ใบเขียว สมบูรณ์ดีค่ะ .....แต่มันจะไม่ออกดอก


                *** ถ้าฝนตกน้อย และมีการเพิ่มเติมส่วนที่เป็นคาร์บอนลงไป จะทำให้ ค่าของ N กับ C ห่างกันมากขึ้น จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยส่งเสริมให้มีการติดดอกลำไย....มากขึ้นได้ค่ะ


               *** เมื่อลำใยอยู่ในช่วงระหว่าง วัดใจว่า ระหว่าง ตาใบ กับ ตาดอก ใครจะเบียดใคร  การปรับค่า C/N Ratio ให้แคบเข้า จะทำให้ตาใบเจริญมากกว่าตาดอก ส่งผลให้ต้นลำไย ใบเขียวพรึบ...ค่ะ    คนปลูกที่ต้องการผลลำไย คงไม่ชอบแบบนี้แน่  ดังนั้น อย่าลืมว่า  เราต้องถ่างค่า C ให้มากขึ้นค่ะ   เราจึงควรเติมคาร์บอนลงไปในดินบ้าง...นะคะ


                ***แต่ถ้าอยู่ในช่วงปลูกใหม่ อยากสร้างลำต้น ก็ไม่จำเป็นต้องใส่คาร์บอนลงไปมากนัก แต่ถ้าปีถัดไป เตรียมจะราดสารทำดอกลำไย อย่าลืมเติมคาร์บอน...ละกัน

 

               *** เมื่อลำไยติดผลแล้ว ควรปรับค่าของ N ให้แคบเข้าหา C  โดยจะทำให้ N มีค่าเท่ากับ C หรือจะให้มากเกินกว่า C ก็ได้  ด้วยการใส่ไนโตรเจนเพิ่มเข้าไป  จะสามารถกระตุ้นให้ผลลำไยมีขนาดใหญ่ขึ้นได้ และสุกช้า...ค่ะ   ลูกลำไยจะมีผิวสีเขียวเจือๆ เลยล่ะ และที่สำคัญให้ใส่เฉพาะในช่วงการพัฒนาผลลำไยเท่านั้น...นะคะ    


                อ้อ!   ช่วงนี้ อย่าลืมเติม "โบรอน" ด้วยนะคะ   เพื่อช่วยให้ผนังเซลล์ของเปลือกลำไยมีความยืดหยุ่นตัว สามารถขยายผลได้  ถ้าไม่เติมเปลือกลำไยจะแตก   แล้วอย่าลืมรดน้ำให้ต้นลำไยซะด้วยล่ะ  ยกเว้นฝนตก ไม่ต้องรดน้ำ...ค่ะ  

               ** ประการสำคัญ คาร์บอน เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างของเนื้อเยื้อชั้นนอก หรือที่เราเรียกว่าเปลือก  คาร์บอนจะช่วยให้ลำต้นของลำไย มีขนาดใหญ่ และแข็งแรงขึ้นค่ะ 


                ***ชาวบ้านชอบพูดแดกดันกันว่า ถ้าให้ปุ๋ย"ยูเรีย" หรือ N มากไป ต้นไม้จะเปราะ  ก็มีส่วนถูกต้องค่ะ ....ดังนั้นควรเติมคาร์บอน ลงไปด้วยนะคะ  รับรองต้นลำไย หรือต้นไม้ของคุณ จะมีลำต้นขนาดใหญ่ขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเจน...ค่ะ 


               ***คาร์บอน ไม่ใช่ผงถ่านอย่างเดียว...นะคะ  ในอากาศ ในน้ำ ต้นไม้ ใบไม้ แกลบ เปลือกผลไม้ ใบหญ้า ฯลฯ ทุกชนิดมีส่วนประกอบของคาร์บอนอยู่ด้วยเสมอ ดังนั้นเราจึงมีคาร์บอนตามธรรมชาติอยู่แล้ว  อย่าตัด กวาดออกนอกสวน หรือเผาทิ้งหมดซะก่อนก็แล้วกัน เอากลับมาใส่คืนกลับสู่ต้นลำไยบ้าง...นะคะ  ประหยัดค่ะ ...ประหยัด


แหม...ๆ  ออกมานอกเรื่องของยุ้ย...เยอะเลย

                เอาเป็นว่า ตอนเด็กๆ นั้น ยุ้ยหาโอกาสศึกษา และเรียนรู้เรื่องเหล่านี้ในเบื้องต้น จากอินเทอเน็ตทั้งนั้น....แหละค่ะ

                หลังจากที่ได้เข้ามาเรียนที่มหาวิทยาลัย คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยรำไพพรรณี ก็มีความเข้าใจเพิ่มขึ้น...ค่ะ  

                ยุ้ยเลย ถือโอกาส เพิ่มเติม และให้รายละเอียดเกี่ยวกับหลักการเกษตรลงไปบ้าง   และผนวกรวมกันสิ่งที่ชาวบ้านเข้าใจ และใช้ในการสนทนาระหว่างกัน และกัน  มาช่วยเปรียบเทียบ


                หัดเป็นคนสังเกต ฝึกสงสัย ใส่ใจค้นคว้า หมั่นศึกษาด้วยตนเองเสียก่อน หาโอกาสเรียนรู้หลักวิชาการเกษตรบ้าง หลับตามองย้อนไปในอดีต ลืมตามองดูสิ่งที่เกิดขึ้นปัจจุบัน  นึกฝันอย่างมีเหตุผลถึงวันข้างหน้า  องก์ความรู้ใหม่ๆ ที่่จะเกิดขึ้นมา  เราสามารถที่จะเรียนรู้ศึกษา และเข้าใจได้ ....ด้วยตนเอง...ค่ะ