เวลาคือสิ่งมีค่าสำหรับมนุษย์เรา แต่ความเข้าใจ ยอมรับและการให้เวลากับสิ่งแวดล้อมรอบๆตัวจากมนุษย์คือสิ่งมีค่าสำหรับธรรมชาติ
ฤดูฝนปี2555ในปีนี้สำหรับโซนอำเภอน้ำพอง ณ ป่าผักหวาน ก็ให้เบาบางจางลากันไปแล้วอากาศเริ่มเย็นในตอนเช้าๆหมอกลงจับใบไม้ ได้เวลาตื่นอีกรอบฤดูกาลสำหรับผักหวานป่า อีกไม่นานคงได้ชื่นชมสมการรอคอย
ปลายฝนต้นหนาวเข้าสู่ฤดูแล้งนอกจากต้นผักหวานที่โตแล้วจะออกยอดออกดอก ต้นกล้าเล็กๆที่เพาะจากเมล็ดก็พร้อมปลูกสู่การเติบโตเช่นเดียวกัน
วิธีปลูกผักหวานป่าด้วยต้นกล้าที่เพาะจากเมล็ดนั้นสามารถปลูกได้ในสองช่วงฤดูกาลคือ ในฤดูฝนและฤดูหนาว(ไม่เกินเดือนกุมภาพันธุ์ อายุของต้นกล้าอยู่ในระหว่าง10เดือน)
การปลูกต้นกล้าผักหวานป่าในฤดูฝนกับฤดูแล้งก็จะมีข้อปฏิบัติในการปลูกที่แตกต่างกันออกไปเพื่อปรับสภาพต้นกล้าและธรรมชาติของฤดูกาลให้เกื้อกูลต่อกัน
สำหรับการปลูกต้นกล้าผักหวานป่าในฤดูฝนสามารถปลูกได้นับจากเมล็ดผักหวานป่าแทงรากลงในถุงเพาะ(ระยะถั่วงอก) หลุมปลูกใช้เสียมขุดและถุงต้นกล้าวางให้สูงกว่าหลุมปลูก(ป้องกันไม่ให้น้ำขังในหลุมปลูก)
ส่วนการปลูกต้นกล้าผักหวานป่าในหน้าแล้ง(ปลายฝนต้นหนาว) ในวันนี้ขอนำวิธีปฏิบัติด้วยภาพ(แบบเห็นภาพไปพร้อมๆกันค่ะ)
...ขั้นแรกของการปลูก(ไม้ให้ร่มเงาต้นตะขบควรปลูกไว้ก่อน 6เดือนถึง1ปี) คือการจัดเตรียมต้นกล้าผักหวานป่า(3-5ต้น/หลุมปลูก) และ3-4วันก่อนนำต้นกล้าผักหวานป่าลงปลูกควรงดให้น้ำ(รดน้ำ)ในถุงเพื่อไม่ให้ดินในถุงแตกเวลาแกะถุงต้นกล้า...
...หลังจากจัดเตรียมต้นกล้าเสร็จแล้วจัดเตรียมปุ๋ยชีวภาพชนิดน้ำไว้รองก้นหลุมปลูกและรดต้นกล้าหลังจากปลูกเสร็จ...
...หลังจากขุดหลุมระยะปลูกเสร็จแล้วนำถุงต้นกล้าผักหวานป่าไปวางไว้ประจำหลุมแล้วทำการหมักน้ำปุ๋ยรองก้นหลุม...
...น้ำปุ๋ยหมักที่เทรองก้นหลุมใช้พอประมาณแล้วกวนให้เข้ากันกับดินก้นหลุมก่อนแกะถุงต้นกล้าผักหวานป่าวางลงไปแบบนิ่มๆ...
...เสร็จแล้วทำการกลบดินหลุมปลูก(ปลูกต้นกล้าผักหวานหน้าแล้งสามารถใช้จอบขุดหลุมปลูกได้เพราะไม่มีฝนตกชุกเหมือนฤดูฝน ในภาพดินหลุมปลูกเดิมเป็นดินเหนียวมันปูจึงใช้ดินร่วนซุยใต้ร่มไม้มาปรับปรุงหลุมปลูกแทนดินเดิม) หลังจากปลูกต้นกล้าผักหวานป่าเสร็จเรียบร้อยก็ให้รดน้ำปุ๋ยอีกครั้ง และรดน้ำวันละครั้งตอนเย็นหรือ3-5วันต่อครั้ง(ขึ้นอยู่กับความชุ่มชื้นของสภาพดินในแต่ละพื้นที่)...
...ภาพนี้ครบรอบอายุผักหวานป่า1ปี ดินใต้ร่มตะขบร่วนซุยขึ้น หลุมปลูกรับน้ำได้ดี ตอนนี้ต้นผักหวานป่ากำลังแตกยอดสร้างกิ่ง กิ่งไม้ใบไม้รอบๆเริ่มผุเปื่อยไม่นานปลวกคงขึ้นมาทำหน้าที่ (ไว้ต้นผักหวานสูงอีกนิดจะนำภาพมาฝากค่ะ)...
วิธีปลูกต้นกล้าผักหวานป่าที่นำมาแนะนำท่านผู้อ่านในวันนี้หวังว่าคงเป็นประโยชน์บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ
*** ขอบพระคุณและสวัสดีค่ะ ***
ต้นผักหวานป่าในสวนปลูกด้วยมือสูตรเดียวกันนี้(ผัวหาบเมียคอน)
เริ่มต้นด้วยรอยมือ สู่ปลายทางแห่งความสุข
สวัสดีค่ะคุณน้อย
ต้นตะขบในรูป ใช้เวลานานเท่าไหร่จึงจะโตเท่าในรูปจึงจะสามารถปลูกผักหวานได้คะ
ขอบคุณค่ะ
หวังว่าคุณน้อยคงสบายดีนะคะ ทั้งงานไร่ งานปลูกผักหวาน รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
ที่บ้านมีต้นตะขบขึ้นประปราย..ถอนทิ้งเสมอ..เห็นประโยชน์จากบันทึกเช่นนี้แล้ว..คงทิ้งไม่ลงค่ะ..
*** ขอบพระคุณสำหรับดอกไม้กำลังใจจากทุกๆท่านค่ะ ***
สวัสดีค่ะคุณปริม...ปรับเปลี่ยนฤดูกาลรักษาสุขภาพเช่นกันนะคะ
ต้นตะขบในภาพปลูกไว้อายุ1ปีค่ะ สำหรับต้นตะขบที่ใช้เป็นร่มเงา(แม่นม)ให้กับผักหวานป่านั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับอายุแต่อยู่ที่ร่มเงาและทรงพุ่มค่ะ บางพื้นที่ๆดินดีน้ำสะดวกกว่าในสวนของน้อยปลูกเพียง3-6เดือนต้นตะขบก็โตให้ร่มเงาและปลูกผักหวานได้ค่ะ
ที่สวน(แปลงนา)ของคุณปริม ริมๆน้ำหากนำตะขบมาลงไว้1-2ต้นปลาและนกคงได้เพลิดเพลินกับลูกและใบตะขบนะคะ ไม่นานนกก็จะช่วยขยายต้นตะขบให้;)))
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะคุณใหญ่...ขอบพระคุณที่กรุณาเข้ามาเยี่ยมชมค่ะ
ต้นตะขบมีสิ่งที่พิเศษในตัวค่ะ ต้นกล้าตะขบเวลานำมาเพาะยากมากค่ะกว่าจะงอกให้มาชำ-ปลูก แต่หากเขาขึ้นเองโดยระบบความชุ่มชื้นที่เอื้ออำนวยเติบโตดีมากค่ะ
มีต้นตะขบเล็กๆขึ้นประจำแสดงว่าที่บ้านของท่านมีความชุ่มชื้น ร่มเย็น น้องนกได้อาศัยและนำพาตะขบมาด้วยค่ะ
ต้นตะขบเป็นไม้นำพาความชุ่มชื้นสู่ป่าเป็นพืชสร้างป่าคะ(พื้นที่แห้งแล้งเมื่อนำตะขบไปปลูกไม่นานดินก็จะร่วยซุยและพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้นจากการที่มีนกมากินลูกตะขบและนำพาพืชพันธุ์ประจำถิ่นมาขยายพันธุ์ไปพร้อมๆกันจากการขับถ่ายของนกค่ะ
ต้นตะขบกับน้ำท่วมขัง15-30วันสามารถทนอยู่ได้ไม่ตายค่ะ