Story telling เรื่อง บัดดี้ที่รัก
สิ่งที่ภาคภูมิใจที่สุดและประทับใจที่สุดคือวันที่ ผอ. โทรมาบอกว่าผลงานทางวิชาการผ่าน วิชาภาษาอังกฤษผ่านคนเดียวของรุ่นที่ 3 ความรู้สึกตอนนั้นตัวมันชา ๆ เพื่อนๆโทรศัพท์มาแสดงความยินดี มีคนเขาบอกว่ารุ่นนี้จะเป็นรถด่วนขบวนสุดท้ายพวกเราต่างรีบกระโดดเกาะขึ้นรถ โรงเรียนของฉันมี 17 คน ฉันเป็น 1 ใน 17 เราหนีเราไม่อยากเจอเกณฑ์ใหม่ ตอนที่ฉันอยู่โรงเรียนเก่าฉันไม่มีความคิดที่จะส่งผลงาน หลายคนชวนทำแต่ฉันก็ปฏิเสธ
ตอนย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนใหม่ได้รับคำสั่งเดินทางปลายภาคเรียนที่ 2 ได้รับมอบหมายให้สอนวิชาสุขศึกษากับงานบ้าน ฉันได้รู้จักเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งท่านเป็นครู คศ.3เชิงประจักษ์ ผลงานของท่านคืองานประดิษฐ์ ตอนแรกฉันตั้งใจจะส่งผลงานเป็นงานประดิษฐ์เพราะเป็นงานที่ฉันชอบและฉันคิดว่าฉันถนัด ฉันซื้ออุปกรณ์มาฝึกทำหลายสิ่งหลายอย่าง ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเราจะผลงานซ้ำกับคนอื่นไม่ได้ วันหนึ่งมีเพื่อนรุ่นพี่คนหนึ่งที่สอนภาษาอังกฤษด้วยกันโทรมาบอกว่าให้ไปอบรมการทำนวัตกรรมเพื่อทำผลงานเชี่ยวชาญพิเศษที่ ม.ราชภัฏนครราชสีมา เขาป่วยมาอบรมไม่ได้ก็เลยได้เข้ารับการอบรม ตอนเข้ารับการอบรมอาจารย์วิทยากรก็แบ่งกลุ่มว่าใครจะส่งผลงานวิชาอะไร ฉันเลือกเข้ากลุ่ม กพอ. เลือกงานประดิษฐ์ ฉันจะส่งงานสานกระดาษ ในขณะแบ่งกลุ่มอาจารย์ประจำกลุ่มก็จะสัมภาษณ์ว่าใครจบเอกอะไรมา ฉันบอกฉันจบเอกภาษาอังกฤษ อาจารย์วิทยากรประจำกลุ่มท่านคัดค้านไม่เห็นด้วยในการทำผลงานวิชาประดิษฐ์ส่ง ท่านให้เหตุผลว่าทำไมอาจารย์ไม่ส่งผลงานในวิชาที่อาจารย์ได้ร่ำเรียนมา เพราะถ้าเขียนแผนในระดับลึกแล้วอาจารย์จะทำไม่ได้ ถ้าอาจารย์ทำในวิชาที่อาจารย์ได้เรียนมาอาจารย์จะเขียนแผนได้ละเอียดลึกซึ้ง ความรู้สึกตอนนั้นฉันบอกตรง ๆว่าฉันไม่กล้า มันน่ากลัว ส่งผลงานวิชาภาษาอังกฤษ โอ๊ย! ใคร ๆก็ส่ายหัว แม้แต่คนเรียนวิชาเอกมาก็หลบเลี่ยงหันไปทำวิชาอื่น หาผู้เชี่ยวชาญก็ยาก ในตอนนั้นในอำเภอที่ฉันอยู่มีครู คศ.3 เชิงประจักษ์วิชาภาษาอังกฤษเพียง 2 คน ฉันส่ายหัวแต่ก็ต้องเปลี่ยนกลุ่ม ในกลุ่มภาษาอังกฤษมีทั้งครูมัธยมและครูประถมปะปนกันแต่เราก็พูดกันรู้เรื่องเข้าใจกันเพราะคอเดียวกัน ในกลุ่มที่ร่วมอบรมคราวนั้นมี 12 คน ฉันได้เจอเพื่อนรุ่นน้องที่เคยร่วมทำงานกลุ่มด้วยกันเมื่อครั้งอยู่โรงเรียนเดิมและคนๆนี้ก็มีส่วนสำคัญสำหรับการทำงานของฉันเราเป็นบัดดี้กัน ฉันเข้ารับการอบรมที่ราชภัฏทั้ง 3 รุ่นและเข้ารับการอบรมที่ขามทะเลสออีกหนึ่งครั้งกับท่านอาจารย์วิทยากรจากขามสะแกแสง พออบรมเสร็จก็เริ่มวางแผนทำงาน คุยกับบัดดี้ทุกวันแต่ก็ยังหาประเด็นไม่ได้ ราวเดือนกันยายนฉันได้ประเด็นฉันจะทำหน่วย My school ฉันทำนวัตกรรมแบบฝึกเสริมทักษะการเขียน พอเลือกหน่วยได้ก็ทำตามวิธีการที่ได้รับการอบรมมา เอาหน่วยมาเขียน mind mapping กำหนดเรื่องที่จะสอน กำหนดเนื้อเรื่อง กำหนดจุดประสงค์ กำหนดชั่วโมง ฉันทำหน่วยนี้ 10 ชั่วโมง สำหรับฉันทำนวัตกรรมก่อนแล้วจึงเขียนแผนการใช้นวัตกรรม ฉันไม่รู้ว่ามันเป็นวิธีที่ถูกหรือผิดแต่ก็เลือกทำวิธีนี้ ตอนเขียนแผนต้องขอบอกว่าท่านต้องมีทรัพยากรเยอะ วิชาภาษาอังกฤาก็จะเกี่ยวกับเพลง เกม แผน สื่อต่าง ๆ เราต้องเลือกสื่อให้ตรงกับเรื่องที่เราจะสอน มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องพิถีพิถันทุกขั้นตอน ตอนที่ฉันไปอบรมที่ขามทะเลสอท่านวิทยากรที่อบรมท่านบอกว่าสื่อที่ใช้ในแต่ละแผนไม่ควรซ้ำกัน ต้องแตกต่างกันแผนของคุณจึงจะน่าสนใจ ตอนนั้นที่นั่งฟังก็นั่งคิด มันจะเป็นไปได้อย่างไรมันทำยาก ตอนนั้นยังไม่รู้ว่าตัวเองมีทรัพยากรมาก ฉันเป็นคนชอบซื้อและสะสมหนังสือ ตอนเขียนแผนภูเขาน้อยๆเลยกองอยู่ข้างๆตัว เวลาเขียนแผนเราต้องอ่านมากๆ อย่าใช้วิธีการตัดต่อมันจะไม่ลื่น เวลาอ่านแล้วมันจะสะดุดเป็นท่อนๆ ต้องอ่านแล้วเขียนเป็นคำพูดของเราเอง ฉันใช้เวลาหัวฟูอยู่เป็นปี แต่ฉันโชคดีฉันมีบัดดี้ คุณอย่าทำงานคนเดียวควรหาบัดดี้คู่ใจสักคน เวลาคิดไม่ออกบอกบัดดี้มันดีมากเลยนะ
เป็นกำลังใจให้ทำงานอย่างมีความสุขต่อไปนะคะ ^^
แสดงความยินดีในความสำเร็จย้อนหลังนะครับ ขอเป็นกำลังใจให้ สู้ สู้
เป็นกำลังใจให้ค่ะ ^_^
ป้าอี๊ดเก่งอยู่แล้ว ยินดีด้วยนะคะ