มุสลิมมาเรียนมหาวิทยาลัยสงฆ์ในภาคใต้ เรื่องที่ยังไม่ลงตัว

จากการประชุมนอกรอบเมื่อวานนี้ที่สงขลา

เรื่องแรก กรณีมุสลิมมาเรียนมหาวิทยาลัยสงฆ์ในภาคใต้

เรื่องนี้มีความเห็นเป็น ๔ แบบคือ

๑.ไม่รับ เหตุผลคือ ที่นี่เป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ที่เน้นสอนชาวพุทธให้เข้าถึงแก่นของพุทธ และมีการวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนของพุทธ และยุทธศาสตร์การเผยแผ่ธรรมะ จึงไม่ควรรับบุคคลที่ไม่ใช่ชาวพุทธเข้ามา ยิ่งรับเข้ามามาก ยิ่งเกิดปัญหาในทางปฏิบัติงานและการบริหารมหาวิทยาลัยสงฆ์

๒.รับแบบมีเงื่อนไขมาก เหตุผลคือ ท่านอาจารย์พุทธทาสมีปณิธานว่า ควรสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนา ชาวมุสลิมที่มีนิสัยดีและรักการเรียนรู้จำนวนมากจะขาดโอกาสศึกษาแบบพุทธ ซึ่งประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากกว่ามหาวิทยาลัยทั่วไป ควรรับ แต่ตกลงกันก่อนว่า ไม่มีการคลุมผ้าหรือสวมหมวก ช่วงสวดมนต์สรรเสริญพระรัตนตรัยให้นั่งหรือยืนสงบนิ่งแทน ช่วงที่มีการปฏิบัติกัมมัฏฐานให้นั่งหรือยืนสงบแทน ไม่มีสถานที่ให้ทำละหมาด และรับเข้ามารุ่นละไม่เกินสามคน 

๓.รับแบบมีเงื่อนไขน้อย เหตุผลเหมือนข้อที่ ๒ แต่อนุญาตให้คลุมผ้าและสวมหมวกมาเรียนในวัดได้ รับได้ไม่เกินครึ่งหนึ่งของนิสิตทั้งห้อง และให้ทำละหมาดได้ที่มุมหนึ่งของห้องสมุด

๔.รับแบบไม่มีเงื่อนไข ควรเปิดใจกว้างสูงสุด เพราะเราสอนสิ่งที่ดี คนจากทุกศาสนาสามารถสัมผัสความดีความจริงแบบพุทธนั้นได้ ศาสนาไม่ประเด็นสำคัญ

เพื่อนชาวโกทูโนว์ครับ ถ้าท่านเป็นเจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัยสงฆ์

ท่านเลือกข้อไหนครับ