ห้องเรียนมีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าห้องนอนของเราเลย....เราอยู่ในห้องนอนของเราแล้วมีความสุขอย่างไร....เราก็ควรทำให้ห้องเรียนของเราเป็นห้องที่อยู่แล้วมีความสุขเช่นกัน

"ห้องเรียนในฝัน......ที่ไม่ไกลเกินฝัน"

            "โรงเรียนของเรา....น่าดู....น่าอยู่....น่าเรียน....คุณครูพากเพียรทำการสอน" ประโยคนี้เป็นนโยบายของผู้บริหารเขตพื้นที่การศึกษาท่านหนึ่งซึ่งผู้เขียนเองในฐานะที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการศึกษาโดยตรง ได้แอบชื่นชมนโยบายของท่าน และเฝ้าดูว่านโยบายที่ท่านได้มอบให้กับผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดจะได้รับการสนองนโยบายมากน้อยเพียงไร....แล้วก็ได้บทสรุปว่าการสนองนโยบายผู้บริหารคือการขึ้นป้ายหน้าโรงเรียนว่า"โรงเรียนของเรา...น่าดู...น่าอยู่...น่าเรียน...คุณครูพากเพียรทำการสอน" กันทุกโรงเรียน แต่พอมองเข้าไปในโรงเรียนไม่เห็นจะเป็นเหมือนป้ายข้างหน้า....นี่คือคนไทย...นี่คือระบบการศึกษาไทย...นี่คือ ผู้บริหารการศึกษาแบบไทยๆ ผู้เขียนเองก็คงจะอยู่ในกลุ่มนั้นด้วยแหละนะ(ผู้บริหารการศึกษาแบบไทยๆ) ในช่วงที่ผู้เขียนเองยังเป็นครูผู้สอนอยู่โรงเรียนประถมศึกษาที่มีระดับขยายโอกาส ก็เคยมีแนวความคิดที่จะทำห้องเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ให้เป็นห้องเรียนต้นแบบ โดยเอาแนวทางการจัดการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการมาขยายกรองแนวคิด เน้นให้นักเรียนเป็นคนดีก่อน ตามด้วยส่งเสริมให้เก่ง และสร้างสุขให้เกิดขึ้นในห้องเรียน แต่สุดท้ายก็ได้แค่คิด ไม่สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้  แค่เสนอแนวความคิดก็ถูกปฏเสธจากเพื่อนร่วมอาชีพ โดยไม่มีโอกาสได้แสดงความคิดเห็นหรือนำเสนอรูปแบบ วิธีการ  จึงได้แต่เก็บไว้ในใจว่า...สักวันหนึ่งถ้ามีโอกาสได้เป็นผู้บริหารสถานศึกษา จะต้องเอาแนวความคิดนี้มาปัดฝุ่นใหม่ ให้เกิดขึ้นจนได้ และตอนนี้ผู้เขียนเองก็เป็นผู้บริหารสถานศึกษาแล้ว จึงตั้งใจว่าจะนำแนวความคิดนี้มาดำเนินการในโรงเรียน โดยจุดเริ่มต้นน่าจะเริ่มที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ตามแนวคิดที่ว่า "ไม้อ่อนดัดง่าย ไม้แก่ดัดยาก" โดยใช้เทคนิคสามประสาน คือ ๑. ประสานกับนักเรียนให้เห็นคุณค่าและความสำคัญของตนเองในการที่จะทำอย่างไรให้คนอื่นเห็นว่าเราเป็นคนดี ดีอย่างไรบ้าง ๒.ประสานกับครูทุกคนเพื่อหาแนวทางในการพัฒนานักเรียนให้เป็นคนดีตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ ๓. ประสานผู้ปกครองเพื่อส่งเสริมสนับสนุนและร่วมรับผิดชอบร่วมพัฒนา เมื่อใช้เทคสามประสานแล้วก็ประเมินว่านักเรียนทุกคนเป็นคนดี อยู่ในระดับที่น่าพึงพอใจแล้วหรือยัง แล้วค่อยพัฒนาให้ทุกคนเป็นคนเก่งด้วยการส่งเสริมมวลประสบการณ์ต่างๆควบคู่ไปกับกิจกรรมที่ส่งเสริมให้เป็นคนดี โดยจะยังใช้เทคนิคสามประสานเหมือนเดิม เมื่อนักเรียนทุกคนเป็นคนดี  และยังมีความรู้ที่เราเรียกว่าเก่ง ปัญหาต่างๆที่จะเกิดขึ้นในห้องเรียน ไม่ว่าจะเป็นปัญหายาเสพติด ปัญหาทะเลาะวิวาท ปัญหาชูสาว ปัญหาการเรียน ก็จะมีน้อยหรือแทบจะไม่มีเลย ห้องเรียนก็จะมีแต่ความสุข ครูก็สุข นักเรียนก็สุข แค่นี้ห้องเรียนในฝัน.....ที่ไม่ไกลเกินฝัน ก็จะเกิดขึ้นในโรงเรียน จากหนึ่งห้อง เป็นสองห้อง...สามห้อง....จนครบทุกห้อง โรงเรียนก็จะเป็นโรงเรียนแห่งความสุขในที่สุด  ขอบคุณGotoKnowที่เปิดโอกาสให้ถ่ายทอดแนวคิดดีๆ ขอบคุณเพื่อนๆที่ร่วมนำเสนอแนวคิดดีๆ แสดงความคิดเห็น เพื่อการเรียนรู้ที่ไม่มีที่สิ้นสุด                                                  

                                                                คนขายศาสตร์