เมื่อหลายปีที่แล้ว  แม่ถูกคนขโมยกระเป๋าเงินขณะที่ไปธุระที่ธนาคารในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง วันนั้น แม่คงมีเงินในกระเป๋าใบนั้นพอสมควร  ช่วงสองสามสัปดาห์หลังจากนั้น แม่รู้สึกเศร้าเพราะเสียดายเงินในกระเป๋าเป็นอย่างมาก  ทางตำรวจรับแจ้งความแต่ก็ช่วยอะไรมากไม่ได้นัก  เรารู้อยู่ว่าโอกาสที่จะได้เงินของแม่คืนมานั้นน้อยเหลือเกิน  ผมรู้สึกสงสารแม่มาก เพราะแม้แต่หนึ่งสลึง ในขีวิตของแม่ แม่ก็ไม่เคยทิ้ง เก็บเล็กผสมน้อยทุกบาททุกสตางค์  ทำไมหนอคนเหล่านี้จึงช่างใจร้ายเหลือเกิน

แม่คิดวนเวียนถึงเรื่องนี้อยู่นาน จนวันหนึ่ง น่้องสาวผมกลับถึงบ้านในตอนค่ำ และเล่าให้แม่ฟังว่า ขณะขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางมีรถคันหนึ่งขับเบียดรถของน้องสาวในช่วงโค้งอันตรายมาก แต่โชคดีที่ไม่มีรถขับตามมา ไม่อย่างนั้นคงได้เกิดอุบัติเหตุแน่  แม่หยุดคิดนิดหนึ่ง  แล้วพูดขึ้นมาว่า "เคราะห์ยังดีนะ สงสัยเป็นเพราะแม่รับเคราะห์ไปก่อนแล้วมั้ง" 

และหลังจากวันนั้น แม่ก็ไม่เอ่ยถึงเรื่องที่แม่ถูกขโมยเงินอีกเลย  

วิธีคิดของแม่ช่างง่ายและสวยงามเหลือเกิน  มันอาจเป็นประโยชน์กับอีกหลายคนเมื่อต้องเผชิญกับความโชคร้ายบางอย่าง  ถ้าเราคิดเสียว่า มันเป็นการแบ่งเบาความโชคร้ายของใครบางคนที่เรารัก เท่านี้ความทุกข์ของเราก็จะลดลงทันที...