จากการที่ได้นำโครงการ "อ่านวันละนิดเพิ่มสมาธิในการเรียนและประโยชน์ในชีวิตประจำวัน" มาใช้พัฒนาศักยภาพการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๕ ตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม
เมื่อสอบถามพบว่า บางคนอ่านจบแล้ว ๑๔ เล่ม บางคนอ่านเรื่อยๆ บางคนเพิ่งจะเริ่มซึ่งตนเองก็ให้กำลังใจและข้อคิดไปว่าควรอ่านในเวลาที่เราอยากอ่าน และอ่านไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบร้อน
วันนี้เป็นวันประกาศผลการเรียนประจำภาคเรียนที่ ๑ ระหว่างที่ครูนกกับบรรดาเด็กที่ปรึกษาจำนวน ๒๔ คนนั่งรอผู้ปกครองก็สนทนาเรื่องผลการเรียนในภาคเรียนนี้ ส่วนใหญ่นักเรียนมีผลการเรียนดีขึ้น มีเพียงหนึ่งคนในห้องเราที่ผลการเรียนลดลงซึ่งเจ้าตัวและครูนกทราบสาเหตุดีแต่ต้องหาทางปรับแก้กันอีกต่อไป ดังนั้นครูนกเลยสอบถามนักเรียนว่า "มีใครอ่านหนังสือธรรมะของพระอาจารย์มิตซูโอะ คเวสโกครบทั้ง ๑๔ เล่มแล้วบ้าง" ปรากฏว่ามีหนึ่งเดียวในจำนวน ๒๔ คนที่ยกมือ ครูนกขอตั้งชื่อเฉพาะกิจว่า เด็กหญิงเก่งจัง เพราะภาคเรียนนี้เกรดเฉลี่ยอยู่ที่ ๔.๐๐ ครูนกเลยขอสัมภาษณ์แบบตัวต่อต่อเพื่อจะเก็บข้อมูลเบื้องต้น
คำถามเริ่มต้น "ทำไม ลูกสมัครเข้าโครงการนี้ค่ะ"
เด็กหญิงเก่งจัง : ปกติหนูเป็นคนชอบอ่านหนังสือทุกประเภทอยู่แล้วค่ะ
ครูนกถามเจาะลึก "แล้วคิดว่าหากเทียบสัดส่วนของหนังสือธรรมะกับหนังสือทั่วไปอ่านอย่างไหนมากกว่ากัน"
เด็กหญิงเก่งจัง : นี้คือครั้งแรกที่หนูอ่านหนังสือประเภทธรรมะ
ครูนกเริ่มเกิดอาการตาโตเท่าไข่ห่าน "แล้วคิดว่าอ่านแล้วหนังสือแนวธรรมะหรือเปล่าค่ะ"
เด็กหญิงเก่งจัง : ชอบค่ะ อ่านแล้วสนุกดีได้แง่คิด
ครูนกป้อนคำถามต่อเนื่องเลย "แง่คิดที่ได้เป็นอย่างไร"
เด็กหญิงเก่งจัง : อ่านแล้วทำให้หนูรู้สึกปล่อยวาง อย่างเช่นเวลามีปัญหาหากนั่งคิดจริงๆ แล้วเราอาจจะไม่มีปัญหาแต่เราชอบเอาตัวเองไปอยู่ในปัญหาหากจะหลุดพ้นคือถอยออกมามองแบบปล่อยวาง นอกจากนี้หนูมีความอดทนต่ออะไรได้มากขึ้น
ครูนกเลยถามว่า "มีใครเช่น พ่อแม่ เพื่อนเรา พี่น้องเรา มองเห็นว่าเราเปลี่ยนไปบ้าง"
เด็กหญิงเก่งจัง : ไม่มีค่ะครู แต่หนูรู้ว่าหนูอดทนมากขึ้น มีสมาธิมากขึ้นในการทำเรื่องต่างๆ
ครูนกเลยถามว่า "ภาคเรียนที่ผ่านมาได้เกรดเฉลี่ยเท่าไรค่ะ"
เด็กหญิงเก่งจัง : หนูได้เกรดเฉลี่ย ๓.๖ ค่ะ
ครูนกเลยถามว่า "แล้วเกรดที่เพิ่มเป็น ๔.๐๐ คิดว่ามีผลมาจากการอ่านหนังสือธรรมะหรือไม่"
เด็กหญิงเก่งจังใช้เวลาคิดนานพอสมควร : หนูไม่มั่นใจว่าใช่หรือไม่เพราะภาคเรียนที่ผ่านมาหนูทำกิจกรรมหลายอย่าง รวมถึงการอ่านหนังสือธรรมะซึ่งอาจจะเป็นสวนหนึ่ง
จากการสัมภาษณ์เบื้องต้นครูนกก็รู้สึกยินดีที่ได้นำโครงการนี้เข้ามาสู่ชั้นเรียนเพราะมองว่าผลดีเกิดขึ้นแน่นอนแต่ต้องใช้เวลากันสักหน่อยแม้จะเป็นปัจจัยหนึ่งในหลายๆปัจจัยที่สามารถทำให้นักเรียนมีศักยภาพเพิ่มขึ้น หลังจากนี้ครูคงต้องเก็บข้อมูลเต็มระบบเพื่อจะได้เติมเต็มชั้นเรียนตนเองอีกต่อๆไป