วันนี้ครูส่ง SMS มาเตือนเรื่องราคะ พอได้อ่านก็รู้สึก ร้อนขึ้นมาในใจ เหมือนเป็นเรื่องที่กลัวที่จะแก้ไข
การตอบรับแตกต่างจากที่ผ่านมา แต่อีกใจก็มีเสียงว่า
“ถึงเวลาต้องทำเรื่องนี้แล้วเหรอ”
หนูสังเกตวิถีการสอนของครู
ครูเห็นและรับรู้ทุกอย่างที่เป็นข้อบกพร่อง เห็นทุกอย่างที่เป็นการกระทำด้วยกิเลสของศิษย์ทุกคน ครูไม่เคยผลีผลาม ชี้
แต่ครูจะรอเวลา หรือ จังหวะที่เหมาะสมในการสอนและลงดาบ เสมอ ๆ และวิธีลงดาบของครูก็ใช้กับหนูได้ทุกครั้ง
แม้จะมีเสียงคร่ำครวญของกิเลสบ้าง แต่พอผ่านไปแล้ว จะรู้สึกขอบพระคุณครูที่ช่วยชี้ทาง
เพราะเรื่องที่ครูส่งมาเตือนไม่ใช่ครั้งแรก แต่เป็นสิ่งที่หนูยังไม่ยอมรับและลงมือแก้ไขสักที ดีแต่หนี
ทบทวนย้อน ถึงเคสของพี่ก้อย ก็ได้คิดกับตนเองว่า
“ถ้าแค่หนี กิเลสก็จะแค่เปลี่ยนตัวละคร แล้วก็ยังแก้ไขไม่ได้ อดทนแล้วก็สู้ต่อไป”
แม้จะเป็นการเผชิญหน้าแบบโง่ ๆ หนูก็จะอดทนเจ้าค่ะ
ค้นข้อมูลมาอ่านถึง อุบายในการ แก้ราคะ แม้ลึก ๆ จะเชื่อว่า ต้อง ภาวนา จะกดข่มก็ใช้อศุภะ
แต่ในความสงสัยจึงพยายามอ่าน ได้เจอนิทานชาดก เกี่ยวกับราคะ อสาตมนต์ชาดก
แต่ท่านก็เพียรจนเห็นโทษของกาม อย่างเชื่อฟังพระอาจารย์
นี่คือสิ่งที่หนูได้คิดกับตนเองว่า “อดทน เพียร ครูและนักสู้ทุกท่านก็ต้องทำ”
ถ้าสติไม่ทัน คงจะเข้าร่องเดิมที่โกรธครูเจ้าค่ะ แต่ครั้งนี้มี แต่มาแว๊บหนึ่ง เหมือนมีอีกเสียงว่า
“นี่ไง โจทย์ที่ต้องทำแก้ไขสักที”
ครูชี้ทางแล้ว