พื้นป่ามีหญ้าและไผ่แคระจำพวกไผ่เพ็ก ไผ่โจด Vietnamosasa spp. ขึ้นทั่วไป

ป่าเต็งรัง ป่าแพะ ป่าแดงหรือป่าโคกพบมาก

ที่สุดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 80

เปอร์เซนต์ของป่าชนิดต่างๆที่มีอยู่ในภาคนี้

ทั้งหมดนอกจากนี้ยังพบทั่วไปในภาคเหนือ

และค่อนข้างกระจัดกระจายลงมาทางภาค

กลางพบทั้งในที่ราบและเขาที่ต่ำกว่า 1,000

เมตรลงมาขึ้นได้ในที่ดินตื้นค่อนข้างแห้งแล้ง

เป็นดินทรายหรือดินลูกรังถ้าเป็นดินทรายก็มี

ความร่วนลึกระบายน้ำได้ดีแต่ไม่สามารถจะ

เก็บรักษาความชุ่มชื้นไว้ได้เพียงพอในฤดูแล้ง

ถ้าเป็นดินลูกรังดินจะตื้นมีสีค่อนไปทางแดง

คล้ำบางแห่งจึงเรียกป่าชนิดนี้ว่า“ป่าแดง”

ลักษณะของป่าเต็งรังเป็นป่าโปร่งประกอบ

ด้วยต้นไม้ผลัดใบขนาดกลางและขนาดเล็ก

ขึ้นห่างๆกระจัดกระจายไม่ค่อยแน่นทึบพื้นป่า

มีหญ้าและไผ่แคระจำพวกไผ่เพ็กไผ่โจด

 Vietnamosasa spp.ขึ้นทั่วไปมีลูกไม้ค่อน

ข้างหนาแน่น ทุกปีจะมีไฟป่าเกิดขึ้นเป็น

ประจำทำให้ลูกไม้บางส่วนถูกไฟไหม้ตาย

ทุกปีจนกว่าลูกไม้นั้นๆจะสะสมอาหารไว้ใน

รากได้เพียงพอจึงจะเติบโตขึ้นสูงพ้น

อันตรายจากไฟป่าได้บางพื้นที่ๆเป็นที่ราบมี

ดินทรายค่อนข้างลึกต้นไม้มักจะมีขนาดสูง

และใหญ่ขึ้นเป็นกลุ่มๆแน่นคล้ายป่า

เบญจพรรณเช่นป่าเต็งรังบนที่ราบ

ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือบางแห่งมัก

จะพบกลุ่มไม้ที่มีลักษณะสมบูรณ์ได้แก่

กราด Dipterocarpus intricatus, เหียง 

D.obtusifolius และพลวงD.tuberculatus 

ป่าเต็งรังที่ค่อนข้างแคระแกร็นพบบนภูเขา

ภาคเหนือที่มีดินตื้นตามไหล่เขาและสันเขา

บริเวณที่แห้งแล้งมากที่สุดจะพบรัง

Shorea siamensis ขึ้นเกือบเป็นกลุ่มเดียว

ล้วนๆส่วนเต็งจะพบขึ้นปะปนกับพรรณไม้

ทั้ง 4 ชนิดดังกล่าวพรรณไม้ทั้ง 5 ชนิด

เป็นกลุ่มไม้ยาง-เต็ง-รังที่ผลัดใบ

(deciduous dipterocarp) พบเฉพาะในป่า

เต็งรังเท่านั้นและไม้ในชั้นเรือนยอด

จะประกอบด้วยพรรณไม้กลุ่มนี้ไม่ต่ำกว่า

70 เปอร์เซนต์ส่วนไม้กราดD.intricatus

 พบเฉพาะทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

 

 ที่มา:http://pirun.ku.ac.th/~b521030255/%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%9A/%E0%B8%9B%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%9C%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B9%83%E0%B8%9A.html